home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

สะเก็ดเงินที่เล็บ (Nail Psoriasis)

สะเก็ดเงินที่เล็บ (Nail Psoriasis)
คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

โรคสะเก็ดเงินนั้นไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่สามารถหายขาดได้ โรคสะเก็ดเงินเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของการสร้างเซลล์ จนทำให้ร่างกายสร้างเซลล์เร็วผิดปกติจนผิวหนังหนาผิดปกติ ซึ่ง สะเก็ดเงินที่เล็บ ก็เช่นเดียวกันอาจทำให้เล็บเกิดความหนาผิดปกติ และมีสีที่เปลี่ยนไป

คำจำกัดความ

สะเก็ดเงินที่เล็บ คืออะไร

สะเก็ดเงินเป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องของภูมิคุ้มกันเรื้อรัง ซึ่งสะเก็ดเงินจะทำให้ใต้ผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง จนทำให้เกิดความผิดปกติบนผิวหนังได้ โดยปกติแล้วเซลล์ผิวหนังนั้นจะสร้างขึ้นมาใหม่ทุกๆ 28-30 วัน แต่เมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน การผลิตเซลล์ผิวหนังจะทำงานผิดปกติ โดยจะผลิตเซลล์เร็วขึ้นเป็นทุก ๆ 3-4 วัน จึงทำให้ผิวหนังหนาเป็นปื้น มีสีแดง และรู้สึกคัน ซึ่งสะเก็ดเงินก็สามารถเกิดที่เล็บได้ เรียกว่าสะเก็ดเงินที่เล็บ โดยปกติแล้วเล็บจะงอกจากโคนเล็บ สะเก็ดเงินก็เช่นเดียวกันจะเริ่มงอกจากโคนเล็บ

สะเก็ดเงินที่เล็บ พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องเรื้อรัง โดยผู้ที่มีปัญหาโรคสะเก็ดเงินนั้นมักจะเกิด สะเก็ดเงินที่เล็บมากถึงร้อยละ 35 แต่แพทย์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมบางคนจึงเกิดสะเก็ดเงินที่เล็บ แต่บางคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินไม่เกิดอาการที่เล็บ

อาการ

อาการของโรค สะเก็ดเงินที่เล็บ

อาการของโรคสะเก็ดเงินที่เล็บนั้นจะมีอาการที่หลากหลาย เช่น

เล็บเป็นหลุม

เล็บของคนเรานั้นสร้างขึ้นจากเซลล์ที่ชื่อว่าเคราติน (Keratin) ซึ่งจะช่วยให้เล็บนั้นมีลักษณะเรียบและแข็ง แต่การเกิดสะเก็ดเงินที่เล็บนั้นสูญเสียเคราตินจนเกิดเป็นหลุมบนผิวเล็บ ซึ่งเกิดได้ทั้งเล็บมือและเล็บเท้า ซึ่งจำนวนหลุม ความตื้น ความลึกนั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

เล็บเปิด

อาการเล็บเปิดนั้นสามารถพบได้ทั่วไป แต่สำหรับคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินที่เล็บมักจะมีอาการเล็บเปิดที่เกิดจากแบคทีเรียเข้าไปทำลายเซลล์ใต้เล็บ จนทำให้เล็บมีการเปลี่ยนสี จากสีเหลือง สีขาว โดยเริ่มจากจากปลายเล็บลามมาจนถึงโคนเล็บ

รูปร่างและความหนาเปลี่ยนแปลงไป

สะเก็ดเงินนั้นเกิดจากการผลิตเซลล์ที่เร็วผิดปกติ จนทำให้เกิดปื้นหนา ซึ่งเมื่อเกิดสะเก็ดเงินที่เล็บ จะทำให้เกิดเส้นที่เล็บ และบางครั้งเล็บอาจผลิตเซลล์เร็วเกินไปจนทำให้เล็บนั้นทับซ้อนกันจนมีความหนาผิดปกติและมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไป

สีเล็บเปลี่ยน

โรคสะเก็ดเงินที่เล็บนั้น ทำให้สีเล็บนั้นเปลี่ยนแปลงไป โดยจะมีสีเหลืองอมแดงบริเวณฐานเล็บ และบางครั้งตัวเล็บอาจเปลี่ยนไปมีสีเหลืองหรือน้ำตาลได้

ควรไปพบคุณหมอเมื่อไร

มูลนิธิโรคสะเก็ดเงินแห่งชาติ (The National Psoriasis Foundation) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำว่าผู้ที่มีปัญหาโรคสะเก็ดเงินควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษา หากได้รับการวินิจฉัยแล้วให้นัดเข้าปรึกษาแพทย์อีกครั้งหากอาการแย่ลง การรักษาที่เคยทำไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น หรือต้องการการรักษารูปแบบใหม่

โรคสะเก็ดเงินที่เล็บนั้นไม่ใช่โรคติดต่อและสามารถรักษาเพื่อบรรเทาหรือควบคุมอาการได้ หากเล็บมีอาการของโรคสะเก็ดเงินหรือเกิดการติดเชื้อราที่เล็บนั้นควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

สาเหตุ

สาเหตุของโรค สะเก็ดเงินที่เล็บ

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่โรคสะเก็ดเงินที่เล็บ เป็นโรคที่เกิดจากผลกระทบจากโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งโรคสะเก็ดเงินนั้นเป็นโรคที่เกิดจากความบกพร่องของภูมิคุ้มกันบกพร่องเรื้อรังจนส่งผลต่อการผลิตเซลล์ ทำให้ผลิตเซลล์ได้เร็วขึ้นจากเดิมจนทำให้ผิวหนังมีความหนา ซึ่งเมื่อโรคสะเก็ดเงินไปเกิดที่เล็บก็จะส่งผลให้เล็บนั้นมีความหนากว่าปกติ สีเล็บเปลี่ยนแปลงไป

โปรดปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรค สะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินนั้นเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาหายได้ เพียงแต่ทุเลาให้อาการนั้นดีขึ้นได้ แต่มีปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ดนั้นกำเริบขึ้นมาได้ คือ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ

การวินิจฉัยและตรวจโรคสะเก็ดเงินนั้นแพทย์จะทำการตรวจดูรอยบริเวณผิวหนังก่อนเบื้องต้น บางครั้งอาจจะต้องมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อไปตรวจด้วย

การรักษาโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ

การใช้ยาเฉพาะที่

คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เป็นยาที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นซึ่งจะช่วยลดการอักเสบ ซึ่งเป็นยาที่ใช้เฉพาะที่ ที่สามารถใช้บรรเทาอาการสะเก็ดเงินที่เล็บได้ เช่น

โดยใช้วันละครั้งหรือสองครั้ง

การฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อใช้สำหรับการรักษาอาการเล็บหนา หรือบางครั้งอาจใช้ยาสำหรับลดอาการอักเสบและชะลอการผลิตเซลล์ส่วนเกิน

ยาสำหรับการรับประทาน

ยาสำหรับรับประทาน อย่าง Cyclosporine methotrexate Apremilast (Otezla) and Retinoids เป็นยาที่มีทั้งรูปแบบของเหลว ยาเม็ดและยาฉีด มักจะใช้สำหรับผู้ที่มีอาการสะเก็ดเงินระดับปานกลางไปจนถึงระดับรุนแรง

ยาชีววัตถุ (Biologic drugs) เช่น Adalimumab (Humira) Etanercept (Enbrel) and Infliximab (Remicade) ซึ่งยาเหล่านี้จะช่วยลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งจะใช้ก็ต่อเมื่อโรคสะเก็ดเงินไม่ตอบสนองด้วยวิธีการรักษารูปแบบอื่นๆ

ยาต้านเชื้อราในช่องปาก ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่เกิดจากโรคสะเก็ดเงิน

การบำบัดด้วยแสง

การบำบัดด้วยแสงสามารถทำได้ด้วยการใช้แสงยูวี แสงเลเซอร์ ซึ่งแสงต่างๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยในการชะลอการเติบโตของเซลล์ผิวหนัง โดยการใช้นิ้วมือหรือเล็บที่เป็นโรคสะเก็ดเงินจุ่มลงไปในยาที่ชื่อว่า Psoralen หลังจากนั้นก็นำมือส่วนนั้นไปส่องด้วยแสง UVA การรักษาแบบนี้จะช่วยรักษาอาการเล็บเปิดและปัญหาสีเล็บที่เปลี่ยนแปลงไป

การทำเลเซอร์

การบำบัดด้วยเลเซอร์ เป็นรูปแบบการบำบัดด้วยเลเซอร์ที่เรียกว่า PDL โดยการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปที่เส้นเลือดใต้ผิวหนังที่เกิดโรคสะเก็ดเงินซึ่งการบำบัดแบบนี้จะช่วยลดความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงินที่เล็บได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ

การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือโรคสะเก็ดเงินที่เล็บเบื้องต้นด้วยตนเอง มีดังนี้

  • ตัดเล็บให้สั้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บหนาขึ้นและป้องกันไม่ให้เล็บเปิด
  • อย่ากัดเล็บ เพราะหากได้รับบาดเจ็บที่เล็บจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้
  • ใส่ถุงมือเมื่อทำสวน ล้างจาน หรือต้องทำกิจกรรมที่มืออาจต้องเปลื้อน
  • ทำความสะอาดเล็บอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ใช้ครีมเพื่อชุ่มชื่นให้กับเล็บและมือ
  • หลีกเลี่ยงการทำความสะอาดเล็บโดยการใช้แปรงหรืออุปกรณ์ที่อาจขูดข่วนเล็บได้ เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นอาจทำให้เล็บเปิดได้ง่าย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 23/06/2020
x