อาการท้องเสีย กับสัญญาณที่บ่งบอกว่า..เริ่มเป็นอันตรายแล้ว!

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 08/02/2021 . 3 mins read
Share now

ท้องเสีย (Diarrhea/Diarrhoea) เป็นอาการที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน และเกิดขึ้นชั่วคราวจากภาวะบางอย่าง เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป และอาจไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ อาการท้องเสีย ก็อาจเป็นอันตรายได้ เมื่อมีอาการแทรกซ้อนบางอย่าง หรืออาจเป็นอาการที่บ่งชี้ถึงโรคบางอย่างก็เป็นได้ นอกจากนี้อาการท้องเสียอย่างหนัก อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ เรามีข้อมูลเรื่องสัญญาณและอาการต่างๆ ที่เป็น “สัญญาณอันตราย” ของอาการท้องเสียที่คุณควรใส่ใจมาให้แล้ว


อาการท้องเสีย เป็นอย่างไร

คุณจะรับรู้ว่ามีอาการท้องเสีย เมื่อคุณอุจจาระเป็นน้ำ หรืออุจจาระเหลวมากกว่า 2 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้คุณอาจมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ มีไข้ หรืออาเจียน

อาการท้องเสียส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากอาการจะหายไปภายใน 48 ชั่วโมง สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณควรทำเมื่อคุณมีอาการท้องเสีย คือ

  • ดื่มน้ำให้มาก
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการแย่ลง เช่น อาหารมัน หรืออาหารที่มีไฟเบอร์สูง

เมื่อไหร่ที่ท้องเสียเป็นอันตราย

ส่วนใหญ่อาการท้องเสียจะไม่เป็นอันตรายมาก เพียงแค่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัว แต่บางครั้ง อาการท้องเสียอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางโรค ซึ่งสัญญาณและอาการต่างๆ ที่บ่งบอกว่าอาการท้องเสียเริ่มเป็นอันตรายมีดังนี้

เมื่อท้องเสียนานเกิน 3 วัน

หากคุณมีอาการท้องเสียนานกว่า 3 วัน และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบคุณหมอ

  • ปวดท้องหรือทวารหนักอย่างรุนแรง
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • อุจจาระเป็นสีดำ
  • มีไข้สูงกว่า 101.3 องศาฟาเรนไฮต์ (38.5 องศาเซลเซียส)
  • มีสัญญาณของอาการขาดน้ำ

เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่าง เช่น

  • การติดเชื้อ
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคตับอ่อนอักเสบ
  • โรคมะเร็งลำไส้

เมื่อมีสัญญาณของอาการขาดน้ำ

ท้องเสียสามารถทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายเสียน้ำมาก ในกรณีที่เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา

สัญญาณของอาการขาดน้ำ ได้แก่

  • รู้สึกหิวน้ำมาก
  • ผิวแห้ง และปากแห้ง
  • ปัสสาวะไม่บ่อย
  • มีหนองสีเหลืองเข้มในปัสสาวะ
  • รู้สึกป่วย
  • วิงเวียนศีรษะ
  • เหนื่อย

หากคุณมีอาหารเหล่านี้ร่วมกับอาการท้องเสีย ควรไปพบคุณหมอ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ

ปวดท้องอย่างรุนแรง

นายแพทย์คริสเตียน ลี แพทย์โรคทางเดินอาหารแห่งคลีฟแลนด์  คลินิก ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หากคุณมีอาการท้องเสียร่วมกับอาการปวดท้องอย่างรุนแรง สามารถเป็นสัญญาณของภาวะต่างๆ ตั้งแต่การมีแก๊สในกระเพาะ จนถึงการเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคไส้ติ่งอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome: IBS) ซึ่งโรคต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย สามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ ดังนั้นถ้ามีอาการปวดท้อง คุณจึงควรไปพบคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอวินิจฉัยและรักษาอาการต่อไป

มีหนองปะปนในอุจจาระ

ร่างกายจะผลิตหนองสีเหลือง หรือสีค่อนข้างเหลือง รวมถึงมีเสมหะและน้ำมูก เมื่อต้องการต่อสู้กับการติดเชื้อ ดังนั้นการมีหนองหรือเสมหะและน้ำมูกถือเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าร่างกายมีแผลอักเสบ หากคุณมีอาการท้องเสียและมีหนอง อาจเป็นสัญญาณของโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (ucerative colitis) ซึ่งจะมีแผลในระบบทางเดินอาหารที่สามารถทำให้มีหนอง หรือเสมหะและน้ำมูกปะปนมาในอุจจาระ

น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

ถ้าคุณมีอาการท้องเสียนานติดต่อกันหลายสัปดาห์ อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายลดลง อย่างไรก็ตามกรณีที่น้ำหนักลดลงเพราะอาการท้องเสีย อาจหมายถึงการติดเชื้ออย่างรุนแรง และโรคลำไส้อักเสบ รวมถึงโรคซิลิแอค (celiac disease) ดังนั้นคุณควรปรึกษาคุณหมอ ในกรณีที่น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงต่างๆ ได้

วิธีบรรเทาอาการชั่วคราวก่อนไปพบคุณหมอ

หากคุณมีอาการท้องเสียร่วมกับอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น คุณควรไปหาคุณหมอ และช่วงเวลาก่อนไปพบคุณหมอ คุณอาจบรรเทาอาการท้องเสียได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำให้มาก คุณควรดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำ นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อาการท้องเสียแย่ลง อาหารที่อาจทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้แก่ อาหารมัน อาหารไฟเบอร์สูง หรืออาหารรสจัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมวัว เช่น นม โยเกิร์ต
  • กินยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ท้องเสียที่ซื้อได้ตามร้านขายยา ได้แก่ ยาโลเพอราไมด์ (Loperamide) ยี่ห้ออีโมเดียม (Imodium) และยาบิสมัท ซับซาลิไซเลต (Bismuth Subsalicylate) ยี่ห้อ Pepto-Bismol โดยยาแก้ท้องเสียเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย และควบคุมไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากอาการท้องเสียมีสาเหตุจากโรคหรือการติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย การกินยาแก้ท้องเสียอาจทำให้อาการแย่ลง และยาแก้ท้องเสียโดยปกติไม่ปลอดภัยในเด็ก ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอก่อนให้เด็กกินยาแก้ท้องเสีย
  • กินโพรไบโอติก โพรไบโอติก คือจุลลินทรีย์ที่จะช่วยคืนความสมดุลให้กับลำไส้โดยการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ดี มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าโพรไบโอติกอาจมีประโยชน์ในการรักษาโรคท้องเสีย แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องการการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายพันธุ์ของแบคทีเรีย ที่เป็นประโยชน์มากที่สุด หรือปริมาณโพรไบโอติกที่ต้องการเพื่อการรักษาโรคท้องเสีย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction)

ลำไส้อุดตัน (Intestinal obstruction) คือการที่มีบางอย่างอุดตันอยู่ในบริเวณลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็ก ซึ่งอาจมีได้ทั้งการอุดตันบางส่วน และการอุดตันทั้งหมด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย อันตรายต่อสุขภาพที่ควรระวัง

เชื้อโรค แบคทีเรีย อยู่รอบๆ ตัวเรา ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน เราต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอด โดยเฉพาะกับ 13 ของใช้ใกล้ตัวที่แฝงไปด้วยแบคทีเรีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

แบคทีเรียในรองเท้า วายร้ายใกล้ตัวที่คุณอาจกำลังละเลย!

แบคทีเรียในรองเท้า เกิดจากการหมักหมมของสิ่งสกปรกในรองเท้า เหงื่อและความอับชื้น ซึ่งแบคทีเรียนี้สามารถก่อให้เกิดอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือการติดเชื้อได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

โรคเหงาหลับ (Sleeping sickness) โรคเขตร้อนอันตราย ที่แฝงมาพร้อมกับแมลงวัน

โรคเหงาหลับ หนึ่งในโรคเขตร้อนที่มีพาหะเป็นแมลงวัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอเกี่ยวกับ โรคเหงาหลับ ว่าเป็นอย่างไร และจะป้องกันจากโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล