ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 1, 2020 . 3 mins read
Share now

แน่นอนว่าวิธีการลดความอ้วนนั้นมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ศัลยกรรม หรือแม้แต่วิธีทางการแพทย์อย่าง ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery) แต่ทั้งนี้สำหรับคนที่สนใจจะลดความอ้วนด้วย การผ่าตัดกระเพาะอาหาร ควรจะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

ข้อมูลพื้นฐาน

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery) คืออะไร

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นการผ่าตัดลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะการผ่าตัดกระเพาะอาหารนั้นจะทำให้ความจุของกระเพาะอาหารลดลงประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการช่วยลดน้ำหนักในระยะยาว ทั้งยังลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งได้แก่

โดยปกติแล้วการ ผ่าตัดกระเพาะอาหาร จะทำหลังจากที่คุณพยายามลดน้ำหนักโดยการปรับพฤติกรรมการกินอาหารและปรับนิสัยของการออกกำลังกายแล้ว

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณเข้ารับการ ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

แน่นอนว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ก็เหมือนกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วๆ ไป ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

ความเสี่ยงระยะสั้น

  • มีเลือดออกมากเกินไป
  • การติดเชื้อ
  • ปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ต่อการระงับความรู้สึก
  • เลือดอุดตัน
  • ปัญหาปอดหรือการหายใจ
  • รอยรั่วจากส่วนที่ถูกตัดของกระเพาะอาหาร

ความเสี่ยงระยะยาวและภาวะแทรกซ้อน

นอกจากนั้นบ่อยครั้งที่ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ยังอาจอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ขั้นตอนการผ่าตัด

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะใช้วิธีการผ่าตัดกระเพาะอาหารในการช่วยลดน้ำหนัก ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ดีเสียก่อน รวมไปถึงการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อขอรับคำแนะนำที่เหมาะสม

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร

ก่อนที่คุณจะเข้ารับการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทำการถามคำถามหลายข้อกับคุณ จากนั้นในห้องผ่าตัดคุณจะได้รับยาชาก่อนการผ่าตัด ซึ่งยาชาจะช่วยทำให้คุณหลับสบายระหว่างการผ่าตัด

ขั้นตอนการ ผ่าตัดกระเพาะอาหาร

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหาร จะมีลักษณะเฉพาะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลและการปฏิบัติของแพทย์ บางที่อาจจะใช้การผ่าตัดแบบดั้งเดิม ด้วยการผ่าตัดเปิดบริเวณช่องท้อง (Incisions)

แต่โดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดกระเพาะอาหารผ่านช่องท้องจะใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopically) ซึ่งเป็นการสอดเครื่องมือขนาดเล็ก ผ่านแผลขนาดเล็กเข้าไปยังช่องท้องด้านบน

จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการตัดกระเพาะบางส่วนออก เพื่อให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง และทำการเย็บกระเพาะอาหารในแนวตั้งโดยการผ่าตัดมักจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แล้วคุณฟื้นขึ้นมาในห้องพักฟื้น เจ้าหน้าที่ทางการพทย์จะคอยดูแล เพื่อดูว่ามีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เกิดขึ้นหรือไม่

การพักฟื้น

หลังจากการผ่าตัดกระเพาะอาหาร

หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยแล้วคุณจะได้รับของเหลวที่ปราศจากน้ำตาล ปราศจากคาร์โบไฮเดรตในช่วง 7 วันแรก จากนั้นคุณจะได้รับอาหารเนื้อข้น (Pureed) เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นถึงจะได้รับอาหารปกติประมาณ 4 สัปดาห์

ที่สำคัญแล้วคุณยังต้องได้รับวิตามินวันละ 2 ครั้ง คือ วิตามินเสริมแคลเซียมวันละครั้ง และฉีดวิตามินบี 12 วันละครั้งตลอดชีวิต

นอกจากนั้นแล้วคุณยังต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อดูสุขภาพของคุณในช่วงหลายเดือนแรกของการผ่าตัดกระเพาะอาหาร และคุณอาจจะต้องทำการทดสอบต่างๆ ในห้องปฏิบัติการ รวมถึงทดสอบเลือดด้วย ทั้งนี้คุณอาจจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายอย่างรวดเร็วในช่วง 3-6 เดือนแรกหลังจากการผ่าตัดกระเพาะอาหาร รวมถึง

สำหรับใครที่อยากลดน้ำหนัก ทางที่ดีที่สุดก็คือการควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน แต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบาก ก็ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึงเรื่องการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวคุณเองมากที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ กินวุ้นเส้น แล้วจะไม่ทำให้อ้วน จริงหรือ?

เราเชื่อว่า การกินวุ้นเส้นที่ทำจากถั่วเขียวนี้ จะไม่ทำให้อ้วน แต่ความเชื่อที่ว่ากิน วุ้นเส้น แล้วจะไม่ทำให้อ้วน นั้นเป็นจริงหรือไม่ หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

โรคNCDs คือโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ติดต่อไปสู่ผู้อื่นหรือติดเชื้อจากผู้อื่น แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เมื่อเป็นแล้วสามารถเกิดการเรื้อรังของโรคได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

ประโยชน์จากน้ำกระเจี๊ยบ แก้กระหาย คลายร้อน แถมยังดีต่อสุขภาพ

น้ำกระเจี๊ยบ นอกจากจะดื่มแล้วสดชื่น แก้กระหาย ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ ประโยชน์ของน้ำกระเจี๊ยบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ผู้ป่วย ความดันโลหิตสูง กับ ความเสี่ยงในการติดเชื้อ โควิด-19

ผู้ป่วย ความดันโลหิตสูง กับ โควิด-19 เป็นเรื่องที่ต้องมีการระวังเป็นอย่างมาก เพราะผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ติดเชื้อได้ง่าย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 20, 2020 . 2 mins read

บทความแนะนำ

ความเชื่อผิด-ๆ-เกี่ยวกับโรคหัวใจ

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับโรคหัวใจ คุณเองก็เชื่อแบบนี้อยู่หรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 30, 2020 . 3 mins read
แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย-ส่งผลต่อร่างกาย

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 18, 2020 . 3 mins read
อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง แบบไหนบ้างที่ควรเลี่ยง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 4, 2020 . 2 mins read
การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม-ประโยชน์

การรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม กับประโยชน์ต่างๆ ที่คุณควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 28, 2020 . 3 mins read