กระดูกบาง (Osteopenia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

กระดูกบาง เป็นอาการที่กระดูกสูญเสียความหนาแน่น ทำให้กระดูกบาง เปราะง่าย อีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับวัยที่มากขึ้น และเป็นสัญญาณสัญญาณที่บอกว่ากระดูกของคุณกำลังอ่อนแอ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงกว่า เช่น โรคกระดูกพรุนได้

คำจำกัดความ

โรคกระดูกบาง คืออะไร

กระดูกบาง (Osteopenia) เป็นอาการทางพยาธิวิทยาของกระดูกที่สูญเสียความหนาแน่นของมวลกระดูก เป็นสัญญาณว่ากระดูกกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากคุณเป็นโรคกระดูกบาง ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะต่ำกว่าปกติ โดยความหนาแน่นของมวลกระดูกของมนุษย์จะอยู่ในระดับสูงสุดในช่วงอายุประมาณ 35 ปี

ส่วนใหญ่แล้ว โรคกระดูกบางมักจะพัฒนาไปเป็นโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

โรคกระดูกบางพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคกระดูกบางพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือที่เรียกว่าวัยทอง มักไม่พบในคนวัยหนุ่มสาว ยกเว้นในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง

อาการ

อาการของโรคกระดูกบางคืออะไร

ความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลงนั้น ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกบางจึงมักไม่แสดงอาการใดๆ และอาจรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ก็ต่อเมื่อกระดูกหัก ซึ่งส่วนใหญ่แม้ผู้ป่วยโรคกระดูกบางจะเกิดปัญหากระดูกหัก ก็มักไม่รู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน

หากมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับอาการของโรคกระดูกบางเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับกระดูก หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับคุณหมอ เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรค กระดูกบาง

เมื่อคนเราอายุมากขึ้นกระดูกย่อมบางลงตามธรรมชาติ โดยกระบวนการนี้มักจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงวัยกลางคน ซึ่งเซลล์สลายตัวรวดเร็วขึ้น และสร้างเซลล์ใหม่ช้าลง กระดูกเปราะบางมากขึ้น ทำให้กระดูกของเราเริ่มสูญเสียแร่ธาตุ มวลกระดูก และโครงสร้าง จนกระดูกเริ่มอ่อนแอลงและเสี่ยงแตกหักได้ง่ายกว่าเดิม

นอกจากนี้ การรักษาโรค หรือภาวะโรคบางประการก็สามารถทำให้เกิดโรคกระดูกบางได้เช่นกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกบาง

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกบาง เช่น

  • เป็นเพศหญิง โดยผู้หญิงเอเชียและคอเคเชียนที่มีโครงสร้างกระดูกค่อนข้างเล็ก จะมีความเสี่ยงมากที่สุด
  • ประวัติของครอบครัวที่มีค่าความหนาแน่นของกระดูกต่ำ
  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี
  • ผ่าตัดรังไข่ออกก่อนที่จะหมดประจำเดือน
  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย
  • กินอาหารที่ไม่ดี ทำให้ขาดสารอาหารสำคัญ เช่น แคลเซียม วิตามินดี
  • สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด
  • บริโภคแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป
  • ทานยาเพรดนิโซน (prednisone) หรือฟีนีโทอิน (phenytoin)

นอกจากนี้ ภาวะหรือโรคบางชนิด ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกบางได้ เช่น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีการวินิจฉัยโรคกระดูกบาง

โรคกระดูกบางสามารถวินิจฉัยได้ด้วยการวัดค่าความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone mineral density หรือ BMD) ซึ่งวิธีการตรวจวัดค่าความหนาแน่นของกระดูกที่สมาคมโรคกระดูกบางแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาแนะนำ ได้แก่ การตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจ DXA Scan ซึ่งตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกโดยใช้รังสีเอ็กซ์พลังงานต่ำ ทำให้ผู้เข้ารับการตรวจได้รับปริมาณรังสีน้อย และแม่นยำสูง โดยเครื่องนี้จะวัดค่าความหนาแน่นของกระดูกในสะโพก สันหลัง และบางครั้งอาจวัดค่าที่รอบเอว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสในการเกิดรอยร้าวของกระดูกได้บ่อยที่สุด

โดยหน่วยวัดความหนาแน่น 2 แบบคือ

  • T score เป็นหน่วยวัดระดับความหนาแน่นของมวลกระดูก โดยเปรียบเทียบกับกระดูกของผู้อื่นที่อยู่ในวัย 30 ปี
  • Z score เป็นหน่วยวัดระดับความหนาแน่นมวลกระดูก โดยเปรียบเทียบกับกระดูกของผู้อื่นที่อยู่ในกลุ่มเชื้อชาติเดียวกัน เพศเดียวกัน และวัยเดียวกัน

โดยคะแนนที่ได้จะบอกถึงค่าความเบี่ยงเบนตามมาตรฐานว่าสูงกว่าปกติหรือต่ำกว่าปกติ

นอกจากการการตรวจวัดด้วยเครื่องตรวจ DXA Scan แล้ว ยังมีวิธีตรวจวัดค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกรูปแบบอื่นๆ อีก เช่น

  • การสแกนบริเวณแขนขาโดยใช้รังสีเอ็กซ์พลังงานต่ำ (pDXA)
  • การสแกนด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (QCT)
  • การสแกนบริเวณแขนขาเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (pQCT)
  • การสแกนด้วยคลื่นอัลตร้าซาวนด์ (QUS)

วิธีรักษาโรคกระดูกบาง

เป้าหมายของการรักษาก็คือ เพื่อยับยั้งไม่ให้โรคกระดูกบางพัฒนาไปสู่โรคกระดูกพรุน

โดยการรักษาเบื้องต้น จะมุ่งเน้นที่อาหารการกินและการออกกำลังกาย เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักขณะเป็นโรคกระดูกบางยังค่อนข้างต่ำ ปกติคุณหมอจึงไม่ค่อยสั่งยาใดๆ ให้ เว้นเสียแต่ว่าอาการโรคกระดูกบางของคุณอยู่ในขั้นที่ใกล้จะเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว โดยคุณหมออาจแนะนำให้คุณกินอาหารเสริมแคลเซียมหรือวิตามินดี แต่จะดีกว่าหากคุณสามารถเสริมแร่ธาตุหรือวิตามินดังกล่าวได้ด้วยการกินอาหารปกติ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรับมือกับโรคกระดูกบาง

อาหารสำหรับผู้เป็นโรคกระดูกบาง

เพื่อให้ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ ควรรับประทานผลิตภัณฑ์นม เช่น ชีส นม โยเกิร์ต ชนิดไร้ไขมันหรือไขมันต่ำ รับประทานขนมปัง น้ำส้ม หรือซีเรียลที่มีการเสริมแคลเซียมและวิตามินดี รวมถึงอาหารอื่นๆ ที่เป็นแหล่งของแคลเซียม เช่น

  • ถั่วแห้ง
  • บร็อคโคลี่
  • ปลาแซลมอน
  • ผักโขม

เป้าหมายในการบริโภคแคลเซียมของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน คือ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน และวิตามินดี 800 IU

อย่างไรก็ตาม ยังไมมีข้อมูลที่แน่ชัดว่า ผู้ที่เป็นโรคกระดูกบางว่า ต้องบริโภคแคลเซียมในปริมาณเท่ากันหรือไม่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

การออกกำลังกายสำหรับโรคกระดูกบาง

การออกกำลังกายที่มีการแบกน้ำหนักตัว หรือการออกกำลังกายในขณะที่ยืนอยู่กับพื้น เช่น การเดิน กระโดด หรือการวิ่ง อย่างน้อย 30 นาที สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกให้คุณได้ โดยอาจทำควบคู่ไปกับการว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยานที่ช่วยเรื่องบริหารหัวใจและสร้างกล้ามเนื้อ

อย่างไรก็ตาม ก่อนออกกำลังกายผู้ป่วยโรคกระดูกบางควรปรึกษาแพทย์ เพื่อหารูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคุณที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

What Is Osteopenia?

https://www.healthline.com/health/osteopenia. Accessed March 9, 2018

Osteopenia

https://www.medicinenet.com/osteopenia/article.htm#osteopenia_facts. Accessed March 9, 2018

Osteopenia: Causes, Symptoms, Diagnosis, Treatment, Prevention https://www.epainassist.com/bones/osteopenia. Accessed March 9, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โคเลแคลซิเฟอรอล/วิตามินดี 3 (Cholecalciferol or Vitamin D3)

โคเลแคลซิเฟอรอล/วิตามินดี 3 (Cholecalciferol/ Vitamin D3) ใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันสภาวะต่างๆ ที่เกิดจากการขาดวิตามินดีที่เกี่ยวข้องกับผิวหรือกระดูก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 29, 2019

วิตามินซีป้องกันหวัด ได้หรือไม่ งานวิจัยว่าอย่างไรบ้าง

หลายคนมักจะกิน วิตามินซี เพื่อให้อาการหวัดดีขึ้น แต่ความจริงแล้ว วิตามินซีป้องกันหวัด หรือช่วยรักษาหวัดได้หรือเปล่า Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ออกกำลังกายแบบไหนดีสุด?

คุณยังมีโอกาสในการ เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ วิธีการก็คือการออกกำลังกายด้วยการใช้น้ำหนักร่างกายหรือเวทเทรนนิ่ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai

เจ็บหน้าอก สัญญาณของหลายโรคร้ายที่ไม่ควรเพิกเฉย

หลายคนมักคิดว่า อาการ เจ็บหน้าอก เป็นอาการของโรคหัวใจ แต่อาการนี้อาจบ่งชี้ถึงอาการโรคอื่นๆ ที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้หลายอย่าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์

บทความแนะนำ

ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูโรนิก ส่วนผสมยอดฮิตที่มีดีมากกว่าแค่เรื่องความงาม

ประโยชน์ของ กรดไฮยาลูโรนิก ส่วนผสมยอดฮิตที่มีดีมากกว่าแค่เรื่องความงาม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020
ความหนาแน่นของกระดูก (Bone density )

ความหนาแน่นของกระดูก (Bone density )

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ เมษายน 20, 2020
กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ จำเป็นจริงหรือเปล่า?

กินแคลเซียมเสริมในผู้สูงอายุ จำเป็นจริงหรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 24, 2020
เมื่อร่างกายเกิดผิดรูป เสี่ยงเป็น โรคเอฟโอพี (FOP) หรือไม่ ?

เมื่อร่างกายเกิดผิดรูป เสี่ยงเป็น โรคเอฟโอพี (FOP) หรือไม่ ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020