กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ (Horner’s syndrome)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 20, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ (Horner’s syndrome) หมายถึงสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการส่งสัญญาณประสาทจากสมองไปยังใบหน้าและดวงตา ทำให้เกิดอาการหนังตาตก รูม่านตาหดเล็กลง และมีเหงื่อที่ใบหน้าน้อยลง

คำจำกัดความ

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ คืออะไร

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ (Horner’s syndrome) หมายถึงสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการส่งสัญญาณประสาทจากสมองไปยังใบหน้าและดวงตา ทำให้เกิดอาการหนังตาตก รูม่านตาหดเล็กลง และมีเหงื่อที่ใบหน้าน้อยลง แม้ว่าโดยรวมแล้วอาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นี้อาจจะไม่ได้รุนแรงอะไร แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสภาวะที่รุนแรงได้เช่นกัน

โดยปกติแล้ว กลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นมักจะเกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น เนื้องอก โรคหลอดเลือดสมอง หรือแม้กระทั่งการบาดเจ็บ และเพราะสาเหตุที่มีมากมายเหล่านี้ จึงทำให้การรักษากลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นจะขึ้นอยู่กับการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุต้นตอของอาการ เพื่อช่วยฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาทให้กลับมาเป็นปกตินั่นเอง

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์ พบบ่อยแค่ไหน

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดสอบถามแพทย์

อาการ

อาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

อาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นมักจะส่งผลกระทบกับดวงตาและใบหน้าส่วนหนึ่ง อาการที่พบได้บ่อย มีดังต่อไปนี้

  • รูม่านตาหดเล็กเป็นเวลานาน อาจเกิดกับดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง
  • เปลือกตาหย่อนคล้อย หนังตาตก โดยไม่สามารถควบคุมได้
  • ม่านตาจะขยายช้าเมื่ออยู่ในที่มืด ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ยาก
  • เปลือกตาล่างอาจจะยกขึ้นมาเล็กน้อย
  • ใบหน้ามีเหงื่อน้อย จนถึงไม่มีเลย อาจเกิดกับทั้งหน้า หรือเพียงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งของใบหน้า
  • เด็กทารกและเด็กเล็กอาจจะมีดวงตาข้างหนึ่งสีอ่อนกว่าอีกข้าง และอาจจะไม่มีอาการหน้าแดงที่ใบหน้าด้านหนึ่ง

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

คุณควรไปหาแพทย์เพื่อทำการตรวจในทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ เกิดขึ้นพร้อมกับอาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์

สาเหตุ

สาเหตุของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

กลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นเกิดขึ้นจากการที่ทางเดินประสาทของระบบประสาทอัตโนมัติ (Sympathetic nervous system) บางส่วนเกิดการเสียหาย สามารถพบได้ตั้งแต่ตั้งแต่กำเนิด หรืออาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาสุขภาพในภายหลังก็ได้เช่นกัน โดยสามารถแบ่งได้ตามเซลล์ประสาทที่ได้รับผลกระทบ

เซลล์ประสาทลำดับที่ 1 (First-order neurons)

หมายถึงเซลล์ประสาทที่อยู่ระหว่างไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ที่ฐานสมอง ผ่านไปยังส่วนของก้านสมอง และไขสันหลังส่วนบน การที่เซลล์ประสาทส่วนนี้เกิดความเสียหาย อาจมีสาเหตุมาจาก

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • เนื้องอก
  • โรคที่ทำให้เกิดการเสียหายที่ปลอกหุ้มเซลล์ประสาท
  • การบาดเจ็บที่คอ
  • ซีสต์ หรือโพรงในกระดูกสันหลัง

เซลล์ประสาทลำดับที่ 2 (Second-order neurons)

หมายถึงเซลล์ประสาทส่วนที่ขยายจากกระดูกสันหลัง มายังหน้าอกส่วนบน และด้านข้างลำคอ การเสียหายของเซลล์ประสาทส่วนนี้อาจมีสาเหตุมาจาก

  • โรคมะเร็งปอด
  • เนื้องอกที่ปลอกหุ้มเซลล์ประสาท
  • หลอดเลือดแดงเสียหาย
  • การผ่าตัดหน้าอก
  • การบาดเจ็บรุนแรง

เซลล์ประสาทลำดับที่ 3 (Third-order neurons)

หมายถึงเซลล์ประสาทที่ขยายจากด้านข้างลำคอ ไปยังใบหน้า และกล้ามเนื้อที่ควบคุมเปลือกตาและม่านตา การเสียหายของเซลล์ประสาทส่วนนี้อาจมีสาเหตุมาจาก

  • หลอดเลือดในบริเวณคอเสียหาย
  • เนื้องอก หรือการติดเชื้อใกล้กับบริเวณกะโหลกศีรษะ
  • ไมเกรน หรืออาการปวดหัวอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ เด็กทารกก็อาจจะมีอาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ได้ เนื่องจาก

  • การบาดเจ็บในบริเวณคอหรือไหล่ขณะคลอด
  • ปัญหาหลอดเลือดผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด
  • เนื้องอกในระบบประสาท

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

คุณอาจจะมีโอกาสเกิดกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ได้มากกว่าปกติ หากมีสภาวะดังต่อไปนี้

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

แพทย์สามารถวินิจฉัยกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ได้ โดยเริ่มจากการซักประวัติ และตรวจร่างกาย เพื่อดูอาการต่างๆ หากแพทย์สงสัยว่าคุณอาจจะมีอาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ ก็อาจจะทำการตรวจด้วยการทดสอบหยอดตา เพื่อเปรียบเทียบปฏิกิริยาของดวงตาทั้งสองข้าง หากผลการทดสอบระบุว่าอาการนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากการเสียหายของระบบประสาท ก็อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

การตรวจเพิ่มเติมอาจมีดังต่อไปนี้

  • เอ็มอาร์ไอ (MRI)
  • ซีทีสแกน (CT scan)
  • เอ็กซเรย์
  • ตรวจเลือด
  • ตรวจปัสสาวะ

การรักษากลุ่มอาการฮอร์เนอร์

การรักษากลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้น จะไม่มีการรักษาโรคอย่างเฉพาะเจาะจง แต่จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ เนื่องจากจากสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นมีหลากหลาย จึงทำให้การรักษานั้นหลากหลายตามไปด้วย

ยกตัวอย่างเช่น หากกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นเกิดขึ้นจากเนื้องอก หรือโรคมะเร็ง ก็อาจต้องใช้การทำเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสีบำบัด เพื่อจัดการกับปัญหามะเร็ง รวมไปถึงการผ่าตัดเนื้องอกออกไป

นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อย ไม่รุนแรง ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำการรักษาเลยก็ได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นั้นมีอยู่หลากหลาย แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับกลุ่มอาการฮอร์เนอร์นี้อย่างเฉพาะเจาะจง แต่จะเน้นไปที่การรักษากับโรคที่เป็นสาเหตุต้นตอของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์

หากคุณสังเกตพบอาการของกลุ่มอาการฮอร์เนอร์ หรือหากมีคำถามข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หนังตาตก (Ptosis)

หนังตาตก (Ptosis) หมายถึงภาวะที่เปลือกตาบนนั้นมีลักษณะหย่อนคล้อย หรือตกลงมา โดยไม่สามารถควบคุมได้ อจาเกิดขึ้นได้กับดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือกับตาทั้งสองข้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

เช็กให้ชัวร์ 9 กลุ่มโรคอันตราย หากเป็นแล้วห้ามขับรถ

คุณรู้หรือเปล่าว่า มีภาวะของร่างกายบางอย่าง ที่ไม่ควรที่จะขับรถ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ กลุ่มอาการที่ห้ามขับรถ นั้นมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 23, 2020 . เวลาในการอ่าน

ปลายเล็บร่น (Onycholysis)

ปลายเล็บร่น (Onycholysis) เป็นภาวะที่เล็บแยกออกจากผิวหนัง เนื่องจากการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ นอกจากนั้นยังอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาอื่นๆ อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ กันยายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน

ภาวะปลายเล็บร่น เล็บแยกออกจากเนื้อ บรรเทาด้วยตัวเองได้อย่างไรบ้าง

ภาวะปลายเล็บร่น ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ควรจะต้องได้รับการรักษาอยากถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นมันอาจจะทำเกิดการติดเชื้อ หรือทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี กันยายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

เปลือกตาตก-ตาตก-วิธีรักษา

ตาตก หย่อนคล้อย จนทำให้ดูแก่ก่อนวัย สามารถรักษาได้อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
ภาวะขาดเหงื่อ-anhidrosis

ภาวะขาดเหงื่อ (Anhidrosis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
ป้องกันปัญหา-หนังตาตก-บริหารเปลือกตา

ป้องกันปัญหา หนังตาตก ได้ง่าย ๆ ด้วยเทคนิคการ บริหารเปลือกตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
ศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา-หนังตาตก-การผ่าตัด

ศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา (Blepharoplasty) ทางออกปัญหา สำหรับผู้มีหนังตาหย่อนคล้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 9, 2020 . เวลาในการอ่าน