ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (colon polyp)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ เป็นการจับตัวเป็นกลุ่มเซลล์ขนาดเล็กของเซลล์บริเวณเยื่อลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่ในบางครั้ง สามารถกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

คำจำกัดความ

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่คืออะไร

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Colon polyp) เป็นการจับตัวเป็นกลุ่มเซลล์ขนาดเล็กของเซลล์บริเวณเยื่อลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย แต่ในบางครั้ง สามารถกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ซึ่งมักเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตเมื่อตรวจพบในระยะท้ายๆ

สาเหตุของการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่โดยส่วนใหญ่ยังไม่ทราบชัดเจน ดังนั้น การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ เนื่องจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ที่ตรวจพบในระยะเริ่มแรกมักผ่าตัดออกได้ทั้งหมดอย่างปลอดภัย การตรวจคัดกรองติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เป็นประจำจึงถือเป็นการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่พบบ่อยเพียงใด

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่สามารถส่งผลได้ต่อคนทุกวัย แต่สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ก่อให้เกิดอาการดังนี้

  • มีเลือดออกทางทวารหนัก อาการนี้เป็นสิ่งบ่งชี้ของทั้งติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือภาวะอื่นๆ ได้ เช่น ริดสีดวงทวาร และแผลขนาดเล็กที่ทวารหนัก
  • สีอุจจาระเปลี่ยน เนื่อจากมีเลือดปน โดยอาจสังเกตเห็นเป็นรอยสีแดงหรือดำในอุจจาระ อย่างไรก็ตาม สีอุจจาระที่เปลี่ยนไปอาจเกิดจากการกินอาหาร ยา หรืออาหารเสริมบางชนิดได้อีกด้วย
  • การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง อาการท้องผูกหรือท้องร่วงเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์อาจทำให้เกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขนาดใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีโรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนนิสัยการขับถ่ายได้เช่นกัน
  • อาการปวด คลื่นไส้ หรืออาเจียน ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขนาดใหญ่สามารถอุดตันลำไส้เป็นบางส่วน ทำให้เกิดอาการปวดตะคริวที่หน้าท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนได้
  • ภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก ภาวะเลือดออกจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ทีละน้อยโดยไม่มีเลือดที่สังเกตเห็นได้ในอุจจาระ ภาวะเลือดออกเรื้อรังทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังร่างกาย เมื่อขาดธาตุเหล็ก ก็ทำให้เกิดภาวะเลือดจางซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยและหายใจลำบาก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • ปวดท้อง
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • การขับถ่ายเปลี่ยนไปเป็นเวลามากกว่าหนึ่งสัปดาห์

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

สาเหตุของการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ไม่เป็นที่ทราบชัดเจน แต่อาจเกิดจากการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติ โดยปกติ ร่างกายจะสร้างเซลล์ที่แข็งแรงขึ้นใหม่เป็นระยะเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่เสียหายหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป การเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่มักถูกควบคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เซลล์ใหม่มีการเจริญเติบโตและแบ่งตัวก่อนเป็นที่ต้องการ ทำให้มีการเจริญเติบโตมากเกินไปทำให้เกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขึ้น โดยสามารถเกิดขึ้นในบริเวณใดของลำไส้ใหญ่ก็ได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ เช่น

  • มีอายุมากกว่า 50 ปี
  • มีภาวะน้ำหนักเกิน
  • มีประวัติครอบครัวมีติ่งเนื้อหรือเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • เคยตรวจติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่มาก่อน
  • เคยเป็นโรคมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งมดลูกก่อนอายุ 50 ปี
  • มีภาวะติดเชื้อที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่ เช่น โรคโครห์น (Crohn’s disease) หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล
  • เป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ที่ไม่ได้รับการควบคุม
  • มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการลินช์ (Lynch syndrome) หรือกลุ่มอาการการ์ดเนอร์ (Gardner’s syndrome)
  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • มีไลฟ์สไตล์ที่ไค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

แพทย์จะตรวจอาการต่างๆ ทางร่างกายเป็นสิ่งแรก หากสงสัยว่ามีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ อาจให้มีการทดสอบบางประการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ได้แก่

  • การตรวจอุจจาระ การตรวจ fecal immunochemical test (FIT) และการตรวจ fecal occult blood test (FOBT) นั้น เป็นการตรวจตัวอย่างอุจจาระเพื่อหาสิ่งบ่งชี้ของโรคมะเร็ง
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ในการทดสอบนี้ แพทย์จะใส่ท่อขนาดเล็กที่ติดตั้งกล้องเข้าไปในลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หากพบก็สามารถกำจัดติ่งเนื้อได้เลยในคราวเดียว
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย การทดสอบนี้คล้ายกับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ยกเว้นท่อติดตั้งกล้องที่ใช้ส่องจะสั้นกว่า แพทย์จึงสามารถตรวจลำไส้ใหญ่เฉพาะส่วนปลายได้เท่านั้น โดยแพทย์สามารถกำจัดติ่งเนื้อที่พบได้ในระหว่างการทดสอบนี้
  • การตรวจคัดกรองอื่นๆ ได้แก่ การตรวจดีเอ็นเอในอุจจาระ และการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์

การรักษาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

แพทย์อาจกำจัดนำติ่งเนื้อทั้งหมดที่ตรวจพบในระหว่างการตรวจลำไส้ โดยมีทางเลือกในการกำจัดติ่งเนื้อ ได้แก่

  • การกำจัดติ่งเนื้อในระหว่างการตรวจคัดกรอง ติ่งเนื้อส่วนใหญ่สามารถกำจัดออกได้โดยปากคีบหรือห่วง โดยมีการฉีดของเหลวเข้าที่บริเวณใต้ติ่งเนื้อเพื่อดันขึ้นจากผนังลำไส้ และตัดออก หากติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่กว่าประมาณ 2 เซ็นติเมตร อาจต้องฉีดของเหลวข้างใต้ติ่งเนื้อเพื่อยกและแยกติ่งเนื้อจากเนื้อเยื่อโดยรอบเพื่อให้สามารถตัดออกได้
  • การผ่าตัดแบบแผลเล็ก ติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยในระหว่างการตรวจคัดกรองมักถูกตัดออกโดยใช้วิธีการผ่าตัดแบบแผลเล็ก
  • การผ่าตัดลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง จะถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย เช่น กลุ่มอาการ FAP โดยอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงออกไปทั้งหมด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้รับมือกับการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้

  • รับประทานผลไม้ ผัก และธัญพืชเต็มเมล็ด
  • ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง เนื้อแดง และอาหารแปรรูป
  • จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ไม่สูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายและรักษาน้ำหนักให้เหมาะสม
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานแคลเซียม มีงานวิจัยเผยว่าการบริโภคแคลเซียมเพิ่มขึ้นอาจช่วยป้องกันการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าแคลเซียมมีประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือไม่
  • การใช้ยาแอสไพริน การใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำอาจลดความเสี่ยงในการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ในการใช้ยาแอสไพรินโดยละเอียด
  • ประวัติครอบครัว หากมีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ให้พิจารณาการเข้ารับคำปรึกษาทางพันธุกรรม หากได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ จำเป็นต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นประจำตั้งแต่ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ทำความรู้จักกับ อาการลำไส้ขี้เกียจ ที่คุณรู้แล้ว ต้องรีบรักษา

อาการลำไส้ขี้เกียจ (Colonic inertia) เกิดมากจากการสิ่งรบกวนบางอย่างเข้าไปทำให้ลำไส้เกิดการอุดตัน ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายมีอาการท้องผูก ท้องอืด และท้องเสียได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

โรคลำไส้อักเสบในเด็ก โรคร้ายที่คุณแม่ควรระวัง

โรคลำไส้อักเสบในเด็ก เป็นอาการที่เยื่อบุชั้นในของลำไส้ใหญ่ เกิดอาการอักเสบ จนทำให้เกิดอาการท้องร่วง เป็นแผลผุผองบริเวณทวารหนัก ขับถ่ายปนเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก มกราคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

ลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่อะไรในร่างกายของเรา?

ลำไส้ใหญ่ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในระบบย่อยอาหาร มีหน้าที่สำคัญ เช่น ดูดซึมวิตามิน จำกัดของเสียจากร่างกาย เราเลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับลำไส้ใหญ่ให้ดีขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 26, 2019 . เวลาในการอ่าน

คนอ้วน เจ็บเท้า บรรเทาอาการอย่างไร และเมื่อไหร่ที่ต้องกังวล

ความอ้วน อาจทำให้เท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น จนอาจเกิดปัญหาตามมา สำหรับ คนอ้วน ที่มีอาการ เจ็บเท้า อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ และมีวิธีบรรเทาอาการดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
โรคอ้วน, ศูนย์สุขภาพ มิถุนายน 2, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ระบบทางเดินอาหาร-ความสำคัญ-วิธีดูแล

ระบบทางเดินอาหาร ระบบสำคัญของร่างกายที่เราควรต้องรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
ลำไส้อุดตัน-intestinal-obstruction

ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กันยายน 22, 2020 . เวลาในการอ่าน
ยารักษาโควิด-19

สารพัดข้อสงสงสัยเกี่ยวกับ ยารักษาโควิด-19 ที่เราอยากชวนคุณมารู้ให้กระจ่างขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน
มะเร็งโลหิตวิทยา

มะเร็งโลหิตวิทยา หรือ มะเร็งเม็ดเลือด (Blood Cancers)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 4, 2020 . เวลาในการอ่าน