ปัสสาวะมีสี (Urine Color)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

คำจำกัดความ

ปัสสาวะมีสี คืออะไร

สีของปัสสาวะ (urine color) โดยปกติมีตั้งแต่สีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองอำพัน ซึ่งเป็นผลของเซลล์สร้างสีที่เรียกว่ายูโรโครม (urochrome) และความเจือจางหรือความเข้มข้นของปัสสาวะ

เซลล์สร้างสี และสารประกอบอื่นในอาหาร หรือยาบางชนิด อาจเปลี่ยนสีของปัสสาวะได้ หัวบีท (Beet) เบอร์รี และถั่วปากอ้า เป็นอาหารที่มีแนวโน้มจะส่งผลต่อสีของปัสสาวะที่สุด ยาที่จำหน่ายโดยมีใบสั่งยา และไม่มีใบสั่งยาหลายชนิด ทำให้ปัสสาวะมีสีเข้มได้ เช่น สีแดง เหลืองหรือฟ้าแกมเขียว

ปัสสาวะที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของโรค เช่น ปัสสาวะสีแดงเข้มถึงน้ำตาล เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคโพรพีเรีย (porphyria) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่พบได้ยาก

พบได้บ่อยเพียงใด

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ ปัสสาวะมีสี

สีของปัสสาวะโดยปกติจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณดื่มน้ำมากแค่ไหน ของเหลวจะเจือจางเซลล์สร้างสีเหลืองในปัสสาวะ ดังนั้น ยิ่งคุณดื่มน้ำมาก ปัสสาวะคุณก็จะยิ่งใสมาก เมื่อคุณดื่มน้ำน้อย สีของปัสสาวะจะเข้มข้นขึ้น การขาดน้ำอย่างรุนแรงจะทำให้ปัสสาวะเป็นสีอำพัน

แต่สีของปัสสาวะอาจเปลี่ยนแปลงไปได้มากกว่าปกติ เช่น เป็นสีแดง ฟ้า เขียว น้ำตาลเข้มหรือขาวขุ่น อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุถึงข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

คุณควรไปพบหมอหากคุณมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือดเป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้น เมื่อมีอาการทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ และนิ่วในไต ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด การที่เลือดออกโดยไม่รู้สึกเจ็บ อาจเป็นอาการของโรคที่รุนแรงกว่า เช่น มะเร็ง
  • ปัสสาวะมีสีเข้มหรือออกส้ม หากปัสสาวะของคุณมีสีเข้มหรือออกส้ม โดยเฉพาะหากอุจจาระของคุณมีสีซีด รวมถึงผิวและตามีสีเหลือง ตับของคุณอาจทำงานผิดปกติ

สาเหตุ

สาเหตุของปัสสาวะมีสี

ปัสสาวะอาจมีสีต่างๆ และบางสีเป็นสัญญาณของโรค ต่อไปนี้ คือสาเหตุต่างๆ ที่เป็นไปได้ แม้จะไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด อาจมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสี ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความกังวลที่มีต่อเรื่องปัสสาวะเปลี่ยนสี

ปัสสาวะมีสีส้ม

ปัสสาวะมีสีส้มอาจเกิดจากการใช้ยา เช่น ยาปฏิชีวนะไรแฟมพิซิน (rifampicin) และยาแก้ปวดฟีนาโซไพริดีน (phenazopyridine) เพื่อรักษาอาการปวดกะเพราะปัสสาวะ ยาระบาย และยาเคมีบำบัดอาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีได้เช่นกัน

อาหารที่ทำให้ปัสสาวะเป็นสีส้มได้แก่ แครอท เพราะสารแคโรทีน (carotene) ที่พบมากในแครอท นอกจากนี้วิตามินซี แบล็กเบอร์รี บีทรูทและรูบาร์บ (rhubarb) อาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีได้เช่นกัน

ปัสสาวะมีสีแดง

ปัสสาวะมีสีแดงเกิดจากสาเหตุหลายสาเหตุ

เลือดในปัสสาวะก็เป็นสาเหตุหนึ่ง และเป็นเหตุผลที่คุณควรไปโรงพยาบาล การมีเลือดในปัสสาวะเรียกกันว่าปัสสาวะเป็นเลือด (hematuria)

โรคที่เกี่ยวข้องกับเลือดซึ่งเรียกว่าภาวะปัสสาวะมีฮีโมโกลบิน (hemoglobinuria) อาจทำให้ปัสสาวะมีสีแดงได้ เช่นเดียวกับอาการปัสสาวะมีโปรตีนจากกล้ามเนื้อ (myoglobinuria) ที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน

สาเหตุที่ไม่รุนแรงของปัสสาวะมีสีแดง ได้แก่ การรับประทานบีทรูทหรือแบล็กเบอร์รี

ปัสสาวะมีสีน้ำตาล

ยาที่ทำให้ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาล ได้แก่

  • ยาระงับอาการทางจิต เช่น ยาคลอโพรมาซีน (Chlorpromazine) หรือโทราซีน (Thorazine) และยาไทโอริดาซีน (Thioridazine) หรือเมลลาริล (Mellaril)
  • ยาปฏิชีวนะอย่างยากลุ่มเมโทรนิดาโซล (metronidazole) เช่น ยาฟลาจิล (Flagyl) และยากลุ่มไนโตรฟูแรนโทอิน (Nitrofurantoin) เช่น ยาฟูราแดนติน (Furadantin)
  • ยาต้านชักที่เรียกว่ายากลุ่มเฟนิโทอิน (Phenytoin) อย่างยาไดแลนติน (Dilantin)
  • ยาระบายเซนโนไซต์ (Sennoside lexative) เช่น ยาเซนนาแล็กซ์ (Senna-Lax) และยาเซโนคอต (Senokot)

ปัสสาวะมีสีม่วงเข้ม

โรคโพรฟีเรีย (porphyria) ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธ์ุที่หายาก ทำให้ร่างกายมีสารพอร์ไฟรินผิดปกติ จนทำให้การทำงานหลายอย่างในร่างกายผิดปกติ โรคนี้จะทำให้ปัสสาวะมีสีม่วงเข้ม

ปัสสาวะมีสีเขียว

ปัสสาวะจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเนื่องจาก

  • ยาและสารประกอบอื่นที่มีกรดฟีนอล (phenol) เช่น ยาโพรเมทาซีน (promethazine) ที่ใช้เพื่อรักษาอาการแพ้และคลื่นไส้ รวมถึงสารโพรโพฟอล (propofol) ที่ใช้ในยาชา
  • ยาชนิดอื่น รวมถึงยาแก้อาการซึมเศร้า ที่เรียกว่าอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) และยาไซเมทิดีน (cimetidine) ที่ลดกรดในกระเพาะอาหาร รวมถึงยาแก้ปวดอย่างยาอินโดเมตาซิน (indomethacin)
  • สีย้อมรวมถึงสีครามฟ้า สารอินดิโกคาร์มีน (indigo carmine) ที่ใช้ในการตรวจไต กรดคาร์บอลิก (carbolic acid) และอนุพันธ์ฟลาวิน (flavin derivatives)
  • บิลลิเวอดิน (Billiverdin) ซึ่งเป็นสารสีในน้ำดี
  • การติดเชื้อแบคทีเรียซูโดโมแนส (Pseudomonas bacteria)
  • เมทิลีนบลู (Methylene blue) ซึ่งเป็นสีย้อมที่ใช้ในยา อาจทำให้ปัสสาวะมีฟ้าแกมเขียว

วารสารทางการแพทย์มักตีพิมพ์รายงานผู้ป่วย ซึ่งมักจะเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น มีรายงานหนึ่งเกี่ยวกับปัสสาวะสีเขียวซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nephrology, Dialysis, Transplantation เมื่อปี พ.ศ. 2542

แพทย์คาดว่าการที่ผู้ป่วยมีปัสสาวะสีเขียว เกิดจากโรคลำไส้ผิดปกติที่เรียกว่าโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล (ulcerative colitis) แพทย์ยังระบุว่าอาการป่วยดังกล่าวเป็นผลจากสีผสมอาหาร ที่ปกติแล้วจะไม่ดูดซึมในร่างกายของคนทั่วไป ถูกดูดซึมเข้าไปในเยื่อบุช่องท้องของผู้ป่วย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของปัสสาวะมีสี

ปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัยทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสี เช่น

  • เนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะและไต ซึ่งอาจทำให้ปัสสาวะเป็นเลือด เกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ บางครั้ง ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี อาจจะมีเลือดออกทางปัสสาวะ เนื่องจากต่อมลูกหมากโต
  • ประวัติผู้ป่วยในครอบครัว หากสมาชิกในครอบครัวของคุณป่วยเป็นโรคไต หรือนิ่วในไต แนวโน้มที่ปัสสาวะของคุณจะมีสีก็มีมากกว่า ทั้งสองกรณีอาจทำให้มีเลือดออกทางปัสสาวะได้
  • ออกกำลังกายอย่างหนัก นักวิ่งระยะไกลมักเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ใครๆ ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ก็อาจมีเลือดออกทางปัสสาวะได้

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย อาการปัสสาวะมีสี

  • การตรวจปัสสาวะ แพทย์จะใช้การตรวจปัสสาวะเพื่อดูเซลล์เม็ดเลือดแดง ระดับโปรตีนที่สูง และการขับแร่ธาตุออกทางปัสสาวะ ที่อาจชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของไต หรือท่อปัสสาวะ แพทย์มักตรวจตัวอย่างปัสสาวะด้วย เพื่อหาแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ
  • การตรวจเลือด การตรวจเลือดบางประเภทจะวัดระดับของสารครีอะตินิน (creatinine) และค่าไนโตรเจนจากยูเรียที่อยู่ในกระแสเลือด (blood urea nitrogen) ซึ่งเป็นของเสียที่สะสมอยู่ในกระแสเลือด เมื่อไตได้รับความเสียหาย และไม่สามารถกรองของเสียอย่างเป็นปกติ แพทย์อาจตรวจตัวอย่างของเลือด เพื่อหาระดับของเอนไซม์ในตับที่เพิ่มขึ้น และโรคบางชนิดอย่างเบาหวาน

การรักษาอาการปัสสาวะมีสี

หากจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสี

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองแบบไหนที่จะช่วยจัดการกับอาการปัสสาวะมีสี

เมื่อร่างกายของคุณขาดน้ำ ปัสสาวะของคุณจะเข้มข้นขึ้น รวมถึงมีสีเข้มขึ้นด้วย หากคุณมีอาการนี้ คุณจำเป็นต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรมั่นใจว่าคุณได้ดื่มน้ำเพียงพอในแต่ละวัน ที่จะทำให้ร่างกายชุ่มชื้นและสุขภาพดี หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

โรคนิ่วในไต (Kidney stones)

โรคนิ่วในไต เป็นของแข็งสะสมตัวที่ก่อตัวขึ้นในไตจากสารต่างๆ ในปัสสาวะ นิ่วในไตสามารถมีขนาดเล็กมาก หรือมีขนาดได้ถึงหลายนิ้วโดยรอบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 20, 2018

ปัสสาวะบ่อย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้างและเมื่อใดที่น่าเป็นห่วง

ถ้าคุณ ปัสสาวะบ่อย จนรู้สึกกังวล ควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาการปัสสาวะบ่อยอาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ที่เป็นการดื่มน้ำมาก ไปจนปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการรักษา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

นิ่วในไต กับอาหารเพิ่มความเสี่ยงที่คุณควรหลีกเลี่ยง!

อาการปวดจาก นิ่วในไต นั้น จะมีอาการปวดจนแทบทนไม่ไหว และอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละวัน ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคนิ่วในไตได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ปวดท้องน้อย ในผู้หญิงบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง?

อาการ ปวดท้องน้อย เกิดขึ้นบ่อยกับผู้หญิง การปวดท้องน้อยที่เราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แท้จริงแล้วอาจบ่งบอกโรคทั้ง 4 โรค ดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

บทความแนะนำ

น้ำมะนาว-ลดน้ำหนัก-สุขภาพ

สูตรน้ำเลมอน หรือ เลมอนเนด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2020
ดื่มน้ำเลมอน-ประโยชน์ต่อสุขภาพ-ลดน้ำหนัก

ดื่มน้ำเลมอน เป็นประจำต่อสุขภาพอย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 6, 2020
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ-bladder-cancer

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ มกราคม 2, 2020
ไตติดเชื้อ

ไตติดเชื้อ (Kidney infection)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 24, 2018