ลิ่มเลือด (Blood clot)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

ลิ่มเลือด เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น

คำจำกัดความ

ลิ่มเลือด คืออะไร

ลิ่มเลือด (Blood clot) เป็นกระบวนการที่มีการรวมตัวของเลือดในบริเวณที่มีบาดแผลฉีกขาด และทำให้เลือดหยุดไหล เมื่อมีบาดแผลหรือได้รับบาดเจ็บ ตัวอย่างเช่น หากเกิดมีดบาดโดยบังเอิญ กระบวนการแข็งตัวของเลือดจะกระตุ้นเซลล์ขนาดเล็กในเลือดซึ่งเรียกว่าเกล็ดเลือด จะรวมตัวกันในบริเวณที่เกิดบาดแผลเพื่ออุดกั้นในเบื้องต้น ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดในเลือด ทำให้เกิดปฏิกิริยาห่วงโซ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เกิดสายของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไฟบริน  (Fibrin) ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกล็ดเลือดเข้าด้วยกัน

เกล็ดเลือดจำนวนมากจะมีการเชื่อมติดกันทางเคมี เพื่อทำให้เกิดลิ่มเลือดที่แข็งแรง เพื่อทำให้เลือดหยุดไหล โดยมีโปรตีนชนิดอื่นๆ ในร่างกายที่ช่วยยับยั้งกระบวนการแข็งตัวของเลือด เมื่อลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่มากพอ และเมื่อบาดแผลหายแล้ว สายไฟบรินจะสลายไปเอง และเกล็ดเลือดจะกลับไปเป็นเพียงเนื้อเยื่อเลือดตามปกติ

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ลิ่มเลือด พบบ่อยเพียงใด

ลิ่มเลือดพบได้บ่อยมาก โดยสามารถส่งผลได้ต่อคนทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของการเกิดลิ่มเลือด

คุณอาจสังเกตเห็น เมื่อคุณทำมีดบาดตนเอง มีบริเวณที่บวมขนาดเล็กโดยรอบบาดแผล ในบางครั้งมีอาการคันและมีอาการเจ็บแน่นอน อาการต่างๆ ของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีความคล้ายคลึงกัน เมื่อลิ่มเลือดเกิดขึ้นในหลอดเลือดดำ แล้วจะมีรอยแดง อาการเจ็บ อาการบวม และอาจรู้สึกร้อน ในบางครั้ง บริเวณที่มีอาการบวมทั้งหมดมีสีน้ำเงิน เนื่องจากมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นมาก

อย่างไรก็ดี หากมีลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดง อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น ตามปกติ เลือดจะไหลเวียนไปตามหลอดเลือดแดง เพื่อทำหน้าที่ทางชีววิทยา เช่น การหายใจ ดังนั้น หากเกิดลิ่มเลือด อาจมีอาการเหงื่อออก หายใจลำบาก และในบางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก และอาหารไม่ย่อย และหากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมอง อาจทำให้เกิดอาการมึนงง และสูญเสียการมองเห็นหรือการพูด หรือเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด

ลิ่มเลือดเกิดขึ้นเมื่อมีบาดแผล อย่างไรก็ดี หากการไหลเวียนของกระแสเลือดมีปํญหาหรือเกิดภาวะหยุดนิ่ง เลือดจะเริ่มเกิดการแข็งตัวด้วยเช่นกัน

ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก (Deep vein thrombosis) และภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation) เป็นอาการที่พบได้หากเกิดการแข็งตัวของเลือด การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก จะเกิดขึ้นเมื่อเลือดไหวเวียนช้าในหลอดเลือดดำ ในขณะที่ภาวะหัวห้องบนสั่นพลิ้วเกิดขึ้น เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจไม่คงที่ จึงสูบฉีดโลหิตผิดปกติ

นอกจากนี้ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดได้ เนื่องจากทำให้เกิดคราบพลัคภายในหลอดเลือด เมื่อคราบพลัคเหล่านี้แตกตัว เลือดจะเริ่มแข็งตัวกลายเป็นลิ่มเลือดได้

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง

มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดลิ่มเลือด เช่น

  • ความดันโลหิตสูง
  • ระดับคอเลสเตอรอลสูง
  • โรคเบาหวาน
  • การสูบบุหรี่
  • มีประวัติสุขภาพของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจวาย
    หรือโรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคมะเร็ง
  • ผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากการได้รับบาดเจ็บหรือใช้เวลานั่ง
    เป็นเวลานาน
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยลิ่มเลือด

สิ่งแรกคือการทำความเข้าใจประวัติสุขภาพของผู้ป่วยเพื่อหาภาวะสุขภาพที่อาจทำให้เกิดลิ่มเลือด การเกิดลิ่มเลือดเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ดังนั้นการทำความเข้าใจข้อมูลแวดล้อมโดยละเอียดจะช่วยกำหนดแนวทางการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

การแข็งตัวของเลือดที่เป็นอันตรายมีสิ่งบ่งชี้แตกต่างกัน เนื่องจากลิ่มเลือดสามารถเกิดขึ้นทุกบริเวณในร่างกายตั้งแต่สมองไปจนถึงขา การตรวจอัลตราซาวนด์ การตรวจ EEG, EKG, และ CT scan หรือวิธีอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการวินิจฉัยขั้นต่อไป

การรักษาลิ่มเลือด

ด้วยความหลากหลายเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด มีการรักษาหลายประการจากการใช้ยาไปจนถึงการผ่าตัด บริเวณและความรุนแรงของการแข็งตัวของเลือดจะกำหนดว่าการรักษาประเภทใดที่เหมาะสม

โดยสรุปแล้ว วัตถุประสงค์ในการรักษาคือการทำให้เลือดไหลเวียนได้ตามปกติอีกครั้งโดยไม่มีการแข็งตัวของเลือดที่ผิดปกติใดๆ นอกจากนี้ คผู้ป่วยยังสามารถดูแลรักษาตัวเองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา ด้วยการใช้ชีวิตที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการออกกำลังกายเป็นประจำซึ่งจะช่วยใให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับลิ่มเลือด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานดังต่อไปนี้จะช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้ 

  • เคลื่อนไหวและขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมในปริมาณต่ำ
  • เฝ้าระวังความดันโลหิต
  • ลดน้ำหนัก
  • ลดน้ำตาลในเลือด
  • เลิกสูบบุหรี่

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความแนะนำ

เทคนิคการดูแลตัวเอง-ผู้ป่วยเข้าเฝือก

เทคนิคการดูแลตัวเองที่บ้าน สำหรับ ผู้ป่วยเข้าเฝือก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กันยายน 28, 2020 . เวลาในการอ่าน
แกลเลียมไนเตรท-gallium-nitrate

อีนอกซาพาริน (Enoxaparin)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 14, 2019 . เวลาในการอ่าน
พัฒนาการเด็ก-สัปดาห์ที่-3

พัฒนาการเด็ก สัปดาห์ที่ 3 ของลูกน้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ออมสิน แสนล้อม
เผยแพร่วันที่ กันยายน 10, 2018 . เวลาในการอ่าน