สมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ (Dementia in Head Injury)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

สมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ (Dementia in Head Injury) แตกต่างจากโรคสมองเสื่อมประเภทอื่นๆ ที่จะมีอาการแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่โรคสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บนั้นจะดีขึ้นได้แบบค่อยเป็นค่อยไป

คำจำกัดความ

สมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ คืออะไร

สมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ (Dementia in Head Injury) เป็นปัญหาสุขภาพทั่วไป โดยลักษณะทั่วไปของสมองเสื่อมในผู้ที่ศีรษะบาดเจ็บจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทและบริเวณของศีรษะที่ได้รับบาดเจ็บ และลักษณะของผู้ป่วยก่อนได้รับบาดเจ็บ

โรคสมองเสื่อมที่เกิดหลังจากศีรษะบาดเจ็บจะแตกต่างจากโรคสมองเสื่อมประเภทอื่นๆ เช่น โรคอัลไซเมอร์ กล่าวคือ โรคสมองเสื่อมประเภทอื่นๆ จะมีอาการแย่ลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป แต่โรคสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บนั้นจะดีขึ้นได้แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี

สมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บพบได้บ่อยแค่ไหน

โรคสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บพบได้บ่อยมาก สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่จัดการได้ด้วยการลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

อาการที่สัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ ได้แก่ อาการที่ส่งผลต่อการคิดและสมาธิ ความทรงจำ การสื่อสาร บุคลิกภาพ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น อารมณ์ และพฤติกรรม

ผู้ป่วยมักมีอาการเหล่านี้ร่วมกันโดยขึ้นอยู่กับบริเวณของศีรษะที่ได้รับบาดเจ็บ ความรุนแรงของบาดแผล หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งบุคลิกภาพของผู้ป่วยก่อนได้รับบาดเจ็บ อาการบางประการอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อาการอื่นๆ เกิดขึ้นได้ช้ากว่า ส่วนใหญ่แล้ว อาการต่างๆ จะเริ่มปรากฏขึ้นในเดือนแรกหลังจากได้รับบาดเจ็บ

อาการของโรคสมองเสื่อมในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ได้แก่

ผู้ป่วยบางรายมีอาการชักหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ อาการเหล่านี้ไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อมแต่อาจทำให้การวินิจฉัยและรักษาโรคสมองเสื่อมมีความซับซ้อนขึ้น

ความผิดปกติทางจิตที่สำคัญอาจเกิดขึ้นหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมกันอย่างน้อยสองอาการหรือมากกว่า

  • อาการซึมเศร้า เสียใจ ร้องไห้ เซื่องซึม ล้มเลิกง่าย เลิกสนใจกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • ความกังวล ความกังวลหรือความกลัวมากเกินไปส่งผลต่อกิจกรรมประจำวันหรือความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น หรือปรากฏอาการทางร่างกายต่างๆ เช่น อาการกระสับกระส่าย อ่อนเพลียมาก กล้ามเนื้อตึง มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • อาการฟุ้งซ่าน ตื่นเต้นมากเกินไป กระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข นอนไม่หลับ พูดเร็ว หุนหันพลันแล่น ตัดสินใจช้า
  • โรคทางจิต ไม่สามารถคิดได้ตามความเป็นจริง ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ประสาทหลอน อาการหลงผิด โรคจิตหวาดระแวง มีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการการคิด หากมีอาการรุนแรง พฤติกรรมของผู้ป่วยจะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่หากอาการไม่รุนแรง พฤติกรรมอาจแค่ผิดปกติ แปลก หรือน่าสงสัย
  • อาการย้ำคิดย้ำทำ การเกิดอาการย้ำคิด (ความคิดและความเชื่อที่ไม่ควบคุมไม่ได้และไม่มีเหตุผล) และอาการย้ำทำ (อยากทำพฤติกรรมแปลกแยกอย่างควบคุมไม่ได้) การหมกมุ่นกับรายละเอียด กฎระเบียบ หรือความเป็นระเบียบ การขาดความยืดหยุ่นหรือความสามารถในการเปลี่ยนแปลง
  • ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย รู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่าในการมีชีวิตอยู่หรือความรู้สึกว่าโลกจะดีขึ้นหากไม่มีเขาหรือเธอ การพูดถึงการฆ่าตัวตาย การพูดถึงการตั้งใจฆ่าตัวตาย การมีแผนที่จะฆ่าตัวตาย

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น ควรเข้ารับการรักษาทันที ไม่ว่าผู้ป่วยมีอาการศีรษะบาดเจ็บโดยทราบสาเหตุหรือไม่ และควรให้ข้อมูลแพทย์อย่างละเอียด หากมีอุบัติเหตุใดๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการศีรษะบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย

สาเหตุ

สาเหตุของสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

ต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุดของศีรษะบาดเจ็บในคนทั่วไป

  • หกล้ม (40%)
  • อุบัติเหตุโดยไม่ตั้งใจ (15%)
  • อุบัติเหตุจากรถยนต์ (14%)
  • การทำร้ายร่างกาย (11%)
  • ไม่ทราบสาเหตุ (19%)

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือการใช้สารเสพติดอื่นๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของศีรษะบาดเจ็บจำนวนประมาณครึ่งหนึ่ง

กลุ่มคนดังต่อไปนี้ อาจมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะศีรษะบาดเจ็บมากขึ้น

  • ในเด็ก อุบัติเหตุจากการปั่นจักรยานเป็นสาเหตุสำคัญของศีรษะบาดเจ็บ
  • ศีรษะบาดเจ็บส่วนใหญ่ในทารกสะท้อนให้เห็นถึงว่ามีการทำร้ายเด็ก โดยมีชื่อที่เรียกโดยทั่วไปว่า shaken baby syndrome
  • ผู้สูงอายุมักได้รับบาดเจ็บจากการหกล้ม

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บนั้นมีอยู่มากมาย และมักจะเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม หรือการเกิดอุบัติเหตุ เช่น

  • เป็นผู้สูงอายุ
  • เป็นผู้ที่ขับรถบนท้องถนน
  • เป็นนักกีฬา

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว การเกิดขึ้นของอาการต่างๆ ของโรคสมองเสื่อมสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยแพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดของอาการเริ่มแรกต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ลักษณะที่แน่ชัดของการบาดเจ็บ และเหตุการณ์ของการบาดเจ็บ
  • การรักษาเบื้องต้นหลังจากการบาดเจ็บ เช่น การไปห้องฉุกเฉิน โดยควรมีประวัติการรักษาเพื่อการวินิจฉัยขั้นต่อไป
  • ภาวะของผู้ป่วยตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ
  • ยาที่แพทย์สั่งหรือยาที่วางจำหน่ายโดยทั่วไป หรือยาผิดกฎหมายที่ผู้ป่วยกำลังใช้อยู่
  • คำอธิบายของอาการทั้งหมด ช่วงเวลา และความรุนแรงของอาการ
  • รายละเอียดการรักษาทั้งหมดที่ดำเนินการตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ
  • มีการกระทำที่ผิดกฎหมายใดๆ ค้างอยู่หรือในระหว่างการพิจารณาหรือไม่

การสัมภาษณ์เกี่ยวกับสุขภาพเป็นการขอรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพทั้งหมดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยาทั้งหมดและการบำบัดอื่นๆ ประวัติสุขภาพของครอบครัว ประวัติการทำงาน ตลอดจนลักษณะนิสัยและไลฟ์สไตล์ ในกรณีส่วนใหญ่ พ่อแม่ คู่สมรส ลูกที่โตแล้ว หรือญาติหรือเพื่อนสนิทอื่นๆ ควรให้ข้อมูลแก่แพทย์ผู้รักษาหากผู้ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถให้ข้อมูลได้

ในขั้นตอนการประเมิน แพทย์อาจส่งต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปยังแพทย์ทางระบบประสาท ซึ่งเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาการผิดปกติต่างๆ เกี่ยวกับระบบประสาท ซึงรวมถึงสมอง

การตรวจร่างกายโดยละเอียด จะดำเนินการเพื่อระบุปัญหาทางประสาทวิทยาและการรับรู้ ปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของสมองและทักษะการเข้าสังคม รวมทั้งลักษณะภายนอก พฤติกรรม หรืออารมณ์ที่ผิดปกติ

แพทย์ส่วนใหญ่จะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเข้ารับการทดสอบทางจิตประสาท ซึ่งเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในการบันทึกการบกพร่องทางการรับรู้ที่เกิดขึ้นหลังจากศีรษะได้รับบาดเจ็บ

การทดสอบทางจิตประสาทสำหรับความจำเสื่อม

การทดสอบทางจิตประสาทเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ การทดสอบดังกล่าวดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกฝนในสาขาเฉพาะทางของจิตวิทยาคลินิก โดยนักจิตประสาทจะใช้การวัดการจัดอันดับทางคลินิกเพื่อวินิจฉัยปัญหาทางการรับรู้แบบละเอียด การทดสอบนี้ยังกำหนดค่าพื้นฐานสำหรับการวัดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตลอดระะยะเวลาการรักษาอีกด้วย

การทดสอบโดยใช้ภาพถ่ายอวัยวะสำหรับการบาดเจ็บที่ศีรษะและสมองเสื่อม

การบาดเจ็บที่ศีรษะจำเป็นต้องสแกนสมองเพื่อตรวจหาส่วนของสมองที่ได้รับบาดเจ็บ

ซีทีสแกน (CT scan)

เป็นการเอกซเรย์ประเภทหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดต่างๆ ของสมอง เป็นการทดสอบมาตรฐานสำหรับผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยมักทำการตรวจ 3 เดือนหลังจากการบาดเจ็บ เพราะอาจยังตรวจไม่พบความเสียหายได้ทันทีหลังจากได้รับบาดเจ็บ

เอ็มอาร์ไอ (MRI)

มีความละเอียดกว่ามากกว่าวิธี CT scan ในการแสดงให้เห็นการบาดเจ็บบางประเภท

สเป็คท์สแกน (SPECT scan)

เป็นเทคโนโลยีใหม่ วิธีนี้เป็นการตรวจโดยใช้ภาพถ่ายอวัยวะที่ยังอยู่ระหว่างการทดลองในผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งอาจได้ผลดีมากกว่าวิธี CT scan หรือ MRI ในการวินิจฉัยอาการผิดปกติของการทำงานของสมอง โดยสามารถตรวจหาโรคสมองเสื่อมบางประเภทหรืออาการผิดปกติทางสมองอื่นๆ ซึ่งวิธีนี้มักใช้ในศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่เท่านั้น

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

หรือการตรวจ EEG เป็นการวัดกิจกรรมทางไฟฟ้าของสมอง อาจใช้เพื่อรักษาอาการชักหรือภาวะที่กิจกรรมทางสมองทำงานช้าผิดปกติ

การรักษาสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

ศีรษะบาดเจ็บมักทำให้เกิด “วิกฤตการแก้ปัญหา (coping crisis)” อย่างเฉียบพลัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจากการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะทางอารมณ์ต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความกังวลเป็นการตอบสนองที่พบได้ทั่วไปและผู้ป่วยอาจรู้สึกสิ้นหวังหรือซึมเศร้า

อาการบาดเจ็บที่สมองอาจทำให้ความสามารถในการแก้ปัญหาของผู้ป่วยลดลงในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ที่ศีรษะบาดเจ็บมักมีความทุกข์ใจและมีความลำบากในการรับมือกับอาการบาดเจ็บมากกว่าผู้ที่มีอาการบาดเจ็บประเภทอื่น

โดยปกติแล้ว สมาชิกในครอบครัวมีส่วนสำคัญมากที่สุดในการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยหลักการแล้ว สมาชิกในครอบครัวมากกว่าหนึ่งคนควรดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อแบ่งเบาภาระในการดูแลผู้ป่วยและช่วยให้ผู้ดูแลไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือรับภาระหนักมากเกินไป โดยผู้ดูแลควรติดต่อพูดคุยหรือรับคำปรึกษาในการดูแลผู้ป่วยกับแพทย์ผู้รักษาหรือผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ดูแลผู้ป่วยควรให้กำลังใจและกระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลตนเองและช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน ผู้ดูแลจำเป็นต้องอดทนและเข้มแข็ง โดยต้องทำใจยอมรับสภาพของผู้ป่วยว่าย่อมรู้สึกเหนื่อย มีอาการป่วย หรือมีอาการเครียด ควรให้ส่งเสริมหรือใส่ใจผู้ป่วยในสิ่งที่ทำได้มากกว่าสิ่งที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำได้

อาการบาดเจ็บมี่ศีรษะมักฟื้นตัวมากที่สุดในระยะเวลาหกเดือนแรก แต่การฟื้นตัวที่ช้าลงอาจเกิดขึ้นได้ในเวลาถึงห้าปีหลังได้รับบาดเจ็บ

ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะที่มีอาการสมองเสื่อมจะมีอาการดีขึ้นจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • การปรับพฤติกรรม
  • การฟื้นฟูการรับรู้
  • การใช้ยาสำหรับอาการเฉพาะ
  • การมีส่วนเกี่ยวข้องของครอบครัวหรือเครือข่าย
  • บริการทางสังคม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการสมองเสื่อมจากศีรษะบาดเจ็บ

ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาตัวเองที่บ้านได้ โดยขึ้นอยู่กับความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง หากผู้ป่วยยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควรปรับปรุงแผนการรักษาโดยใช้ข้อมูลที่ได้รับจากทั้งฝ่ายทีมงานวิชาชีพและสมาชิกในครอบครัว ทีมงานดังกล่าวควรประเมินความสามารถของผู้ป่วยในการดูแลด้วยตัวเองและปฏิบัติตามแนวทางการรักษา ในหลายๆ กรณี ผู้ป่วยต้องมีผู้ดูแลเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามแนวทางการรักษาบนพื้นฐานความปลอดภัย

สิ่งแวดล้อมโดยรอบก็เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรเงียบสงบหรือวุ่นวายเกินไป ผู้ป่วยควรมีกิจวัตรประจำวันทั้งกลางวันและกลางคืน การรับประทานอาหาร การนอน การพักผ่อน การใช้ห้องน้ำ และการเข้าร่วมการฟื้นฟูและกิจกรรมอดิเรก จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความสมดุลทางอารมณ์และลดภาระของผู้ดูแลได้

ควรดูแลสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยโดยการนำพรมเช็ดเท้าออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการหกล้ม การนำสิ่งที่อาจเกิดอันตรายออกไป การจัดเตรียมที่จับยึดในอ่างอาบน้ำและฝักบัวอาบน้ำและโดยรอบโถส้วม รวมทั้งการใช้ตัวล็อคสำหรับเด็กที่ตู้หรือที่จับเตาหากจำเป็น

หากผู้ป่วยสามารถออกไปข้างนอกคนเดียวได้ ผู้ป่วยควรทราบเส้นทางเป็นอย่างดีหรือสามารถใช้ขนส่งสาธารณะได้ และควรพกบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย หรืออาจสวมใส่สร้อยข้อมือแจ้งเตือนเกี่ยวกับสุขภาพ รวมทั้งควรพกโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา

ผู้ดูแลต้องตัดสินใจว่าผู้ป่วยสามารถจัดการเงินของตนเองได้หรือไม่ โดยปกติผู้ป่วยมักสามารถทำได้และต้องการทำด้วยตัวเอง แต่หากผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจอย่างชัดเจนหรือดูแล้วไม่สามารถจัดการเรื่องทางการเงินได้ ผู้ดูแลควรให้ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อจัดการทรัพย์สินของผู้ป่วย โดยควรได้รับหนังสือยินยอมเพื่อเฝ้าดูความรับผิดชอบทางการเงินของผู้ป่วย

ยาที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปที่แพทย์ไม่ได้สั่ง อาจส่งผลต่อการใช้ยาทีใช้ระหว่างการรักษาฟื้นฟู ซึ่งอาจลดการออกฤทธิ์ของยาและอาจทำให้มีอาการแย่ลง ทีมดูแลผู้ป่วยต้องทราบประเภทของยาที่วางจำหน่ายโดยทั่วไปที่ผู้ป่วยใช้อยู่ด้วย

ผู้ให้การดูแลควรขอรับความช่วยเหลือหากผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ รับประทานอาหารไม่พอหรือรับประทานอาหารมากเกินไป ไม่สามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ (ปัสสาวะเล็ด) หรือมีอาการก้าวร้าวหรือไม่เหมาะสมทางเพศ ความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมที่ชัดเจนใดๆ ควรมีการแจ้งผู้ให้การรักษาดูแลผู้ป่วยอย่างทันท่วงที

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สมองบกพร่องระดับเบา (Mild cognitive impairment)

สมองบกพร่องระดับเบา (Mild Cognitive Impairment) เป็นระยะเริ่มต้นระหว่างอาการเสื่อมสภาพทางสมองเมื่ออายุเพิ่มขึ้นและอาการที่รุนแรงมากขึ้นของโรคสมองเสื่อม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ปราโมทย์ วงศ์คำ
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ มกราคม 6, 2020

อาหารบำรุงสมองผู้สูงอายุ ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม เพิ่มความจำ

สมองเสื่อม ความจำไม่ดี... ปัญหาที่มาพร้อมวัยที่มากขึ้น แต่ผู้สูงอายุก็สามารถลดความเสี่ยงเกิดปัญหาเกี่ยวกับสมอง ด้วยสุดยอด อาหารบำรุงสมองผู้สูงอายุ เหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง

ภาวะสมองเสื่อม กับ โรคหลอดเลือดสมอง เกี่ยวข้องกันอย่างไร

โรคหลอดเลือดสมอง และ ภาวะสมองเสื่อม เกี่ยวข้องกันอย่างไร ทาง Hello คุณหมอมีข้อมูลเพิ่มเติมมาแบ่งปัน พร้อมวิธีป้องกันเพื่อการรับมือที่เหมาะสม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

ปล่อยให้ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ระวัง! สมอง จะพังแบบกู้คืนไม่ได้

ภาวะความดันเลือดสูงที่ไม่ได้รับการรักษา สามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะของร่างกายเกือบทั้งหมด และอวัยวะหนึ่งที่มีความเสี่ยงสูงสุดก็คือ สมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

บทความแนะนำ

สมุนไพรบำรุงสมอง-ข้อควรระวัง

อยากให้สมองมีสุขภาพดี ไม่ยาก แค่ใช้ สมุนไพรบำรุงสมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 2, 2020
โรคศพเดินได้

โรคศพเดินได้ อาการทางจิต ที่หลงคิดว่าตัวเอง ตายไปแล้ว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020
บริหารสมอง

พัฒนาสมอง เพิ่มพูนความจำ ป้องกันสมองเสื่อม ได้ง่ายๆ ด้วยการ บริหารสมอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 23, 2020
ข้าวเหนียวลืมผัว

ข้าวเหนียวลืมผัว (Luem Pua Glutinous Rice) อร่อยจนลืมผัวแถมยังดีต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 22, 2020