หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) เป็นอาการชนิดหนึ่งของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia) เนื่องจากความผิดปกติของระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ

คำจำกัดความ

หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว คืออะไร

ภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation) เป็นอาการชนิดหนึ่งของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) ซึ่งเป็นอาการที่จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ เนื่องจากความผิดปกติของระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ

ระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจผลิตสัญญาณเพื่อกำหนดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งได้แก่ ความเร็วและรูปแบบการเต้นของหัวใจ

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

หากคุณเกิดอาการภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว กล้ามเนื้อหัวใจจะมีลักษณะคล้ายกระดิกตัวแทนที่จะเป็นการบีบตัว

หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วพบบ่อยแค่ไหน

ภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วมักเกิดในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจ และโรคอ้วน

อาการ

อาการของภาวะ หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว

คุณอาจมีภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว แต่ไม่เคยรู้สึกตัวเลยก็เป็นได้

อาการที่อาจจะเกิดขึ้นจากเป็นโรคภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วมักประกอบด้วยความรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ หรือหัวใจเต้นเร็วเกินไป

อาการอื่นๆ ของภาวะนี้ประกอบด้วย

  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • เป็นลม
  • รู้สึกเหนื่อยหรือไม่สามารถออกกำลังกายได้

อาจมีอาการอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์

ควรเข้าพบหมอเมื่อไร

หากคุณรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดปกติ หรือมีอาการใดๆ ของภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว ควรรีบพบหมอทันที

นอกจากนี้ หากมีอาการเจ็บหน้าอกหรือเกิดภาวะหลอดเลือดสมอง ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน

สาเหตุ

สาเหตุของอาการหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว

หัวใจของคนเรามี 4 ห้อง ได้แก่ หัวใจสองห้องบน (atria) และสองห้องล่าง (ventricles) หัวใจทุกห้องทำงานประสานกันในรูปแบบที่แน่นอน เพื่อช่วยในการไหลเวียนโลหิตอย่างเหมาะสม ระบบกระแสไฟฟ้าของหัวใจ ประกอบด้วยเซลล์ที่ถูกกระตุ้น เพื่อส่งสัญญาณให้หัวใจเต้น หากเกิดความผิดปกติในเซลล์เหล่านี้ ทำให้เกิดการส่งสัญญาณเกิน หัวใจห้องบนจะเกิดการเต้นที่ผิดปกติ

หัวใจห้องบนมีขนาดเล็กมีการบีบตัวที่น้อย เร็ว และไม่สม่ำเสมอ เมื่อเลือดภายในหัวใจห้องบนไม่ถูกสูบฉีดไปยังหัวใจห้องล่าง จะเกิดภาวะเลือดคั่ง และเลือดเหล่านั้นจะแข็งตัว ก้อนเลือดที่แข็งตัวจะไหลไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองอุดตันได้

หัวใจห้องล่างทำงานหนักขึ้น เพื่อให้เลือดไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และอาจทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลว

ในบรรดาสาเหตุของอาการที่กล่าวมาข้างต้น อายุที่เพิ่มขึ้นถือเป็นสาเหตุทั่วไป สาเหตุอื่นๆ ได้แก่

ปัจจัยที่ทำให้อาการภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วแย่ลง ได้แก่

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว

คุณอาจมีความเสี่ยงในการเกิดอาการภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หากมีภาวะดังต่อไปนี้

  • อายุที่มากขึ้น
  • โรคหัวใจ
  • ความดันโลหิตสูง
  • ใช้แอลกอฮอล์เกินขนาด
  • โรคอ้วน
  • ประวัติการเกิดภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วในครอบครัว

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิฉัยภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว

การวินิฉัยภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว ทำได้โดยการตรวจสอบรูปแบบสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจบางอย่าง โดยใช้เครื่องทดสอบสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจ (ECG)

แพทย์อาจตรวจการเคลื่อนไหวของหัวใจห้องบน ด้วยเครื่องเอคโคคาร์ดิโอแกรม (Echocardiogram) ซึ่งใช้สัญญาณอัลตร้าซาวน์ในการตรวจและเก็บภาพการเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอ หากภาวะหัวใจห้องบนเกิดอาการสั่นพลิ้วแบบเป็นๆ หายๆ แพทย์อาจสั่งให้ทำการติดเครื่องบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจแบบพกติดตัว (Holter monitor)

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว

แพทย์จะเน้นที่สาเหตุเพื่อรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นโรคไทรอยด์ การรักษาของคุณคือการรักษาโรคนี้ หากคุณดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป แพทย์จะแนะนำให้คุณเลิกเครื่องดื่มเหล่านี้

ขั้นตอนแรก แพทย์อาจสั่งยาเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ และการสั่นพลิ้ว ยาเพื่อรักษาอาการดังกล่าว คือยาซึ่งชะลอการเต้นของหัวใจให้ช้าลงจนเป็นปกติ บางครั้งภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วอาจหายได้เอง

แพทย์อาจสั่งยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) เช่น วาฟาริน (warfarin) เช่น คูมาดิน (Coumadin®) สำหรับเลือดแข็วตัวหรือป้องการแข็งตัว อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงได้แก่อาการฟกช้ำหรือเลือดออก แพทย์จะดูแลการใช้ยาอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ

บางครั้งการมีการใช้กระแสไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อให้อัตราการเต้นของหัวใจกลับเป็นปกติ ในระหว่างกระบวนการนี้ แพทย์โรคหัวใจจะผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าสู่หัวใจ เพื่อหยุดกระแสไฟฟ้าในหัวใจชั่วคราว โดยหวังว่าจะทำให้การเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ

อาการเจ็บหน้าอก ความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจ หรืออาการรุนแรงอื่นๆ อาจจำเป็นต้องใช้การผ่านกระแสไฟฟ้าฉุกเฉิน แพทย์โรคเกี่ยวกับหัวใจอาจฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจสองห้องไม่พร้อมกัน (dual-chamber pacemaker)

คุณอาจต้องเข้ารับการสวนหัวใจและหลอดเลือดหรือการผ่าตัดกรีดทำลายเนื้อเยื่อหัวใจส่วนที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นสั่นพลิ้ว (maze procedure)

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการรับมือกับภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้วด้วยตนเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาอาการด้วยตนเอง เพื่อช่วยในการรับมือกับภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว มีดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจ (ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ)
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ลดความเครียด
  • ออกกำลังกายให้มากเท่าที่สามารถ หากคุณอยู่ระหว่างการใช้ยาและไม่มีอาการ
  • กินยาตามที่แพทย์สั่ง รับการตรวจวัดระดับยาในเลือด
  • เข้าพบหมอหากมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา หรือมีอาการใหม่หรืออาการแย่ลง (เวียนศีรษะ เจ็บหรือแน่นหน้าอก เป็นลม หายใจสั้น)
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการอาการช้ำ โดยเฉพาะอย่างหากคุณใช้ยาที่ทำให้เลือดเจือจาง
  • เลิกสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนที่มากเกินไป

หากมีคำถามเกี่ยวกับโรค ควรปรึกษาหมอเพื่อความเข้าใจในวิธีการรักษาที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ สำหรับเช็กสัญญาณสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

ชีพจร คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งผ่านจากหลอดเหลือดแดงเส้นใหญ่ไปยังหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โดยที่เราสามารถใช้ วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี ธันวาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงควร ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ?

นอกจากโรคหัวใจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่คุณควรตรวจสอบแล้ว แต่การ ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ก็ยังถูกนับว่าเป็นสิ่งที่อาจควรต้องเข้ารับการเช็กด้วยเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
ศูนย์โรคหัวใจ, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรวางใจ

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย เป็นสัญญาณของอาการทางสุขภาพหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง หรือเกิดจากปัญหาสุขภาพปอด ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
ศูนย์โรคหัวใจ, ศูนย์สุขภาพ ธันวาคม 14, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อสงสัย ผู้ป่วยโรคหัวใจ กิน “กะทิ” ได้หรือเปล่านะ

หลายคนอาจจะไม่ยอมกินกะทิ เพราะเชื่อว่าการกินกะทินั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความจริงนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจ สามารถกิน น้ำกะทิ ได้หรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ตรวจสุขภาพหัวใจ-echocardiogram

ตรวจสุขภาพหัวใจ ด้วยวิธี Echocardiogram มีประโยชน์อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 12, 2021 . เวลาในการอ่าน
การนอนไม่หลับ-ผลกระทบต่อร่างกาย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2021 . เวลาในการอ่าน
การขึ้นบันได-วิธีทดสอบสุขภาพหัวใจ

สุขภาพหัวใจแข็งแรงแค่ไหน การขึ้นบันได บอกได้นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มกราคม 5, 2021 . เวลาในการอ่าน
ประโยชน์ของ-ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์-สมุนไพรจากธรรมชาติ

ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์ สมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อผิวสวย สุขภาพดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน