ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date เมษายน 24, 2020
Share now

ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด เป็นโรคหายาก ซึ่งมีอาการผิดปกติจากการที่เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ตามปกติ เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย และมักเกิดกับผู้ชาย

คำจำกัดความ

ฮีโมฟีเลีย คืออะไร

โรค ฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด เป็นโรคหายาก ซึ่งมีอาการผิดปกติจากการที่เลือดไม่สามารถแข็งตัวได้ตามปกติ โรคนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่

  • โรคฮีโมฟีเลีย เอ (classic hemophilia หรือ factor VIII deficiency)
  • โรคฮีโมฟีเลีย บี (Christmas disease หรือ factor IX deficiency)

โปรตีน Factor VIII และ factor IX เป็นโปรตีนสำคัญในเลือดที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้ที่ลดต่ำเกินไปจะก่อให้เกิดโรคฮีโมฟีเลีย หากคุณเป็นโรคฮีโมฟีเลีย คุณอาจมีภาวะเลือดออกหลังจากมีบาดแผลนานกว่าก่อนหน้านี้ที่เลือดมีการแข็งตัวตามปกติ บาดแผลเล็กอาจจะไม่เป็นปัญหามาก ปัญหาทางสุขภาพที่รุนแรงกว่าคือ ภาวะเลือดออกลึกภายในร่างกายของคุณ โดยเฉพาะที่หัวเข่า ข้อเท้า และข้อศอก ภาวะเลือดออกภายในร่างกายสามารถสร้างความเสียหายต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

โรคฮีโมฟีเลีย พบได้บ่อยแค่ไหน

ฮีโมฟีเลีย เป็นโรคทางพันธุกรรมที่พบได้น้อย และมักเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อย่างไรก็ดี โรคฮีโมฟีเลียนี้สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรค ฮีโมฟีเลีย

สิ่งบ่งชี้และอาการของโรคฮีโมฟีเลียนั้นหลากหลายขึ้นอยู่กับระดับของปัจจัยในการแข็งตัวของเลือด

สิ่งบ่งชี้และอาการของโรค ได้แก่

  • มีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีเลือดออกมากเมื่อบาดเจ็บ เกิดบาดแผล เข้ารับการผ่าตัด หรือทำทันตกรรม
  • มีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่และลึกเป็นจำนวนมาก
  • มีเลือดออกผิดปกติหลังจากได้รับวัคซีน
  • ปวด บวม หรือแน่นบริเวณข้อต่อ
  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรืออุจจาระ

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีรอยฟกช้ำได้ง่ายและเกิดขึ้นบ่อย ควรไปพบคุณหมอ หรือหากคุณมีเลือดออกมากและเลือดไหลไม่หยุดหลังจากได้รับบาดเจ็บ ควรรีบเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

หากคุณตั้งครรภ์หรือคาดว่าจะตั้งครรภ์ และครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ คุณอาจได้รับการส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางด้านโรคพันธุกรรมหรือความผิดปกติเกี่ยวกับเลือด ซึ่งจะสามารถตรวจได้ว่า คุณเป็นพาหะของโรคฮีโมฟีเลียหรือไม่ หากคุณเป็นพาหะ อาจต้องเข้ารับการตรวจในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อหาว่าทารกในครรภ์ได้รับผลจากโรคฮีโมฟีเลียหรือไม่

สาเหตุ

สาเหตุของโรค ฮีโมฟีเลีย

โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อมีภาวะขาดโปรตีน factor VIII หรือ factor IX ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยผลิตโปรตีนไม่เพียงพอต่อการแข็งตัวของเลือด ดังนั้น เมื่อมีการผ่าตัดหรือมีบาดแผล เลือดจะหยุดไหลได้ยาก ในผู้ป่วยส่วนใหญ่แล้ว โรคฮีโมฟีเลียมักมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากมารดาไปยังบุตร เรียกว่า sex linked disorder ผู้หญิงมักไม่มีอาการของโรคเนื่องจากมีโครโมโซม X 2 ตัว ดังนั้น โครโมโซม X ตัวแรกอาจมียีนผิดปกติ แต่โครโมโซม X อีกหนึ่งตัวมียีนปกติ ผู้ชายมีโครโมโซม X เพียงหนึ่งตัว ดังนั้น โครโมโซม X ตัวดังกล่าวจึงมียีนผิดปกติ ซึ่งมีผลคือสามารถถ่ายทอดโรคฮีโมฟีเลียได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคฮีโมฟีเลีย

ความเสี่ยงในการเกิดโรคฮีโมฟีเลียจะเพิ่มขึ้น หากสมาชิกในครอบครัวของคุณมีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดตามพันธุกรรม แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีโอกาสเป็นโรคนี้ ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นเพียงรายการอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคฮีโมฟีเลีย

โดยทั่วไปแล้ว จะมีการวินิจฉัยโรคฮีโมฟีเลียหลังจากผู้ป่วยมีภาวะเลือดออกผิดปกติในช่วงเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ ยังสามารถวินิจฉัยได้โดยการตรวจเลือด เพื่อตรวจหาภาวะขาดโปรตีน factor VIII or factor X

การรักษาโรคฮีโมฟีเลีย

การรักษาทำได้โดยการแทนที่สารช่วยให้เลือดแข็งตัวหรือการใช้ยา โดยหากเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดแล้ว จะต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยต้องหยุดเลือดที่ไหลเข้าสู่กล้ามเนื้อหรือข้อต่อโดยเร็วที่สุด หากอาการรุนแรงขึ้น แพทย์จะใช้สารช่วยให้เลือดแข็งตัว หรือยาบางชนิด เช่น ยาเดสโมเพรสซิน ( Desmopressin) กรดอะมิโนคาโปรอิก (Aminocaproic Acid) นอกจากนี้ การรับเลือดต้องมีการตรวจอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดเชื้อ เช่น เชื้อเอชไอวี

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการโรคฮีโมฟีเลีย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณรับมือกับโรคฮีโมฟีเลียได้

  • ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำ หากมีเลือดออก หรือมีบาดแผล
  • พบทันตแพทย์ปีละสองครั้ง
  • ออกกำลังกาย แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เสี่ยงเกิดการปะทะ เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล กีฬาที่แนะนำ เช่น ว่ายน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
  • ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุภายในบ้าน สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและขับรถอย่างระมัดระวัง

หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ความกระทบกระเทือน (Concussion)

ความกระทบกระเทือน ถือเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายบาดเจ็บแล้ว ยังสามารถส่งผลไปยังสมอง จนถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย วรภพ ไกยเดช
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 17, 2019

ถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม (Polycystic kidney disease)

ถุงน้ำในไตจากสาเหตุพันธุกรรม คือถุงที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติและมีของเหลวอยู่ภายใน ทำให้การทำงานของไตลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เป็นถุงน้ำที่เกิดขึ้นจากพันธุกรรม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ธันวาคม 24, 2018

ธาลัสซีเมียในเด็ก อาการ สาเหตุ และการรักษาที่ควรรู้

ธาลัสซีเมียในเด็ก เป็นโรคเลือดที่เกิดจากการสร้างฮีโมโกลบินผิดปกติ ธาลัสซีเมียมีหลายชนิด บางชนิดไม่แสดงอาการ บางชนิดอาจทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รักษาทันท่วงที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

โลหิตจางอย่างร้าย (Pernicious Anemia) คืออะไร

โลหิตจางอย่างร้าย (Pernicious Anemia) เป็นภาวะพร่องวิตามินบี 12 ประเภทหนึ่ง เกิดจากการไม่สามารถดูดซึมวิตามินบี 12 ซึ่งใช้เพื่อสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

บทความแนะนำ

รอยฟกช้ำ-สาเหตุ-อาการ-การรักษา

ช้ำรักยังพอทน แต่ผิวมี รอยฟกช้ำ ฉันทนไม่ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 10, 2020
ลูกน้อยกินเก่ง-กลุ่มอาการพราเดอร์-วิลลี

ลูกน้อยกินเก่งผิดปกติ สุ่มเสี่ยงอยู่ใน กลุ่มอาการพราเดอร์ วิลลี หรือเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020
รักษาฝ้า-สมุนไพรไทย

4 สูตรลับ รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มกราคม 15, 2020
ความสัมพันธ์ในเครือญาติ

ความสัมพันธ์ในเครือญาติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 29, 2019