โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eyes/Amblyopia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กันยายน 3, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

คำจำกัดความ

โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eyes/Amblyopia) คืออะไร

โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eyes หรือ Amblyopia) เป็นภาวะที่ดวงตาและสมองไม่ทำหน้าที่สอดประสานกันอย่างที่ควรจะเป็น เด็กที่ต้องเผชิญกับโรคนี้ มักมีดวงตาที่มองเห็นได้ดีเพียงข้างเดียว ขณะที่อีกข้างมีการมองเห็นแย่กว่า

  • หากได้รับการวินิฉัยและรักษาตั้งแต่เริ่มต้น สามารถป้องกันปัญหาการมองเห็นของเด็กได้ในระยะยาว สายตาขี้เกียจนั้นไม่ใช่อาการรุนแรงและสามารถแก้ไขได้ด้วยการสวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ หรือผ้าปิดตา แต่ในบางกรณีอาจต้องได้รับการผ่าตัด
  • หากไม่ได้รับการรักษาอาการที่เหมาะสมทันท่วงที สมองของเด็กอาจจะไม่ยอมรับรู้ภาพเห็นจากดวงตาข้างที่มีปัญหา ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการมองเห็นของดวงตาข้างนั้นได้อย่างถาวร

โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eyes/Amblyopia) พบได้บ่อยเพียงใด

โรคตาขี้เกียจ พบได้บ่อยมาก ส่วนใหญ่มักส่งผลกระทบในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งราวอายุ 8 ขวบ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและข้อมูลในการรักษาเพิ่มเติม

อาการ

อาการของ โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eyes/Amblyopia)

โดยทั่วอาการของ โรคตาขี้เกียจ ได้แก่

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
  • ตาข้างหนึ่งมักหลบใน หรือเหล่ออกด้านนอก
  • ดวงตาทั้งสองข้างทำงานไม่สอดประสานกัน
  • การรับรู้ความลึกแย่หรือบกพร่อง
  • ตาเหล่ หรือตาปิดไปข้างหนึ่ง
  • คอเอียงด้านใดด้านหนึ่ง
  • ผลการตรวจตาผิดปกติ
  • ซุ่มซ่ามเดินชนสิ่งของ
  •  มองเห็นภาพซ้อน

นอกจากนี้ หากคุณมีอาการที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการดังกล่าว โปรดปรึกษาแพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

  • ควรปรึกษาแพทย์หากพบว่าบุตรหลานมีอาการตาเหล่ทันทีหลังจากที่พบเห็นในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด
  • ควรรีบพาไปตรวจสายตาทันทีในกรณีที่ครอบครัวมีประวัติปัญหาด้านสายตา ตาเหล่ อาการต้อกระจกในเด็ก หรือมีปัญหาอื่นๆ ด้านสายตา สำหรับเด็ก ควรรีบตรวจรักษาตั้งแต่ในช่วงอายุ 3-5 ปี

สาเหตุ

สาเหตุของโรคตาขี้เกียจ

อะไรก็ตามที่ทำให้เด็กมองเห็นไม่ชัดหรือเป็นสาเหตุให้เด็กต้องหรี่ตาหรือปิดตา อาจส่งผลให้เกิด โรคตาขี้เกียจ ได้

โดยสาเหตุทั่วไปของโรคตาขี้เกียจ ได้แก่

  • กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่สมดุล (strabismus) โดยส่วนใหญ่สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคตาขี้เกียจนั้นมักเกิดจากการที่กล้ามเนื้อตานั้นทำงานไม่สมดุลกัน
  • ดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นภาพคมชัดไม่เท่ากัน (refractive anisometropia) ความแตกต่างระหว่างการมองเห็นของดวงตาทั้งสองข้างนั้นบ่อยครั้งเกิดจากอาการสายตายาว หรือ สายตาสั้น หรือ พื้นผิวของดวงตาไม่สมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า สายตาเอียง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการตาขี้เกียจได้
  • ดวงตาสูญเสียการมองเห็น คืออีกหนึ่งของปัญหาดวงตาข้างหนึ่งทำงานไม่สมดุล ซึ่งเพราะอาจเกิดฝ้าขุ่นขาวในเลนส์ตาหรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ ต้อกระจก นั่นเอง ทำให้สูญเสียการมองเห็นของตาข้างนั้นไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดตาขี้เกียจ

มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิด โรคตาขี้เกียจ ได้แก่

  • ตาเข
  • กรรมพันธุ์ สมาชิกในครอบครัวมีอาการของ โรคตาขี้เกียจ
  • ความแตกต่างของระดับการมองเห็นของดวงตาแต่ละข้าง
  • ดวงตาข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
  • เปลือกตาข้างหนึ่งบวม
  • ได้รับวิตามิน A ไม่เพียงพอ
  • เป็นแผลที่กระจกตา
  • การผ่าตัดตา
  • มีปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง
  • ต้อหิน มีแรงดันในลูกตาสูง อาจก่อให้เกิดปัญหาสายตาและอาการตาบอดตามมา
  • ความบกพร่องทางสมอง

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคสายตาขี้เกียจ

วิธีที่ใช้ในการทดสอบสายตาขึ้นอยู่กับช่วงอายุของเด็กและขั้นตอนของพัฒนาการ

  • เด็กวัยก่อนพูด  อุปกรณ์แว่นขยายแสง (lighted magnifying device) สามารถใช้เพื่อตรวจอาการต้อกระจกในเด็กได้ นอกจากนี้ ยังใช้วิธีการทดสอบอื่นๆ ในเด็กแบเบาะหรือวัยเตาะแตะเพื่อดูความสามารถในการมองเห็นของเด็กและการมองตามสิ่งของที่เคลื่อนไหว
  • เด็กตั้งแต่วัย 3 ขวบหรือมากกว่า สามารถทำการทดสอบได้ด้วยภาพหรือตัวอักษรเพื่อตรวจประเมินการมองเห็นของเด็ก ด้วยการปิดตาทีละข้างและทำการทดสอบ

การรักษาโรคตาขี้เกียจ

มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเริ่มทำการรักษาเด็กที่มีอาการตาขี้เกียจอย่างเร่งด่วนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็ก ควรเริ่มทำการรักษาตั้งแต่ก่อนอายุ 7 ขวบ จะได้ผลดีที่สุด และกว่าครึ่งของเด็กที่อายุระหว่าง 7 ขวบ ถึง 17 ปี นั้นก็ตอบสนองการรักษาด้วยเช่นกัน

การรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการของ โรคตาขี้เกียจ และขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของเด็ก

  • ใช้แว่นตาที่เหมาะสม
  • ปิดตา เพื่อกระตุ้นการมองเห็นในดวงตาที่มีปัญหา เด็กอาจสวมใส่ผ้าปิดตาด้านที่มองเห็นได้ดี
  • ติดแผ่นกรองแสง (Bangerter filter) ในขั้นตอนนี้ จะใช้แผ่นกรองแสงชนิดพิเศษวางลงบนเลนส์แว่นตาข้างที่มองเห็นได้ดี แผ่นกรองแสงจะทำหน้าที่บดบังสายตาด้านที่แข็งแรง ทำงานคล้ายกับ ที่ปิดตา เพื่อกระตุ้นดวงตาด้านที่มีปัญหา
  • ยาหยอดตา เด็กอาจได้รับยาหยอดตาที่เรียกว่า อะโทรพีน (Isopto Atropine) หยอดในดวงตาด้านที่แข็งแรงกว่าเพื่อทำให้ดวงตาด้านที่แข็งแรงพร่ามัว เพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้สายตาด้านที่อ่อนแอกว่า และเสนอทางเลือกอื่นเช่นการสวมที่ปิดตา
  • หากมีอาการตาเข ตาเหล่ อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดกล้ามเนื้อดวงตา

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาเตัวเองเพื่อรับมือกับโรคตาขี้เกียจ

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการดูแลตนเองเบื้องต้นอาจช่วยคุณรับมือกับ โรคตาขี้เกียจ ได้แก่

  • อาการตาขี้เกียจสามารถป้องกันได้หากพบเห็นตั้งแต่ระยะแรกและทำการรักษาอาการตาเหล่ สายตาเอียง ต้อกระจก และปัญหาทางการมองเห็นอื่นๆ
  • มีวิธีการมากมายที่ใช้ตรวจอาการตาขี้เกียจ ด้วยเทคนิคเฉพาะทางที่มีความละเอียด ซับซ้อนและมีราคาที่แตกต่างกันไป รวมถึงการตรวจสุขภาพดวงตาโดยจักษุแพทย์ ตรวจด้วยแสง ตรวจคลื่นไฟฟ้าเส้นประสาทตา การวัดระดับการมองเห็น ตรวจการมองเห็นสามมิติ
  • เด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการตาขี้เกียจควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อพบเห็นสัญญาณเตือนของอาการ
  • โดยทั่วไป ยิ่งได้รับการตรวจพบอาการตาขี้เกียจและได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ ย่อมจะส่งผลเสียน้อยต่อระบบการมองเห็น
  • การตรวจการมองเห็นนั้นมักได้รับการสนับสนุนในระดับจังหวัด เพื่อทำการตรวจคัดกรองเด็กที่อาจมีอาการตาขี้เกียจในวัยอนุบาล ซึ่งได้การตรวจคัดกรองนี้ส่งผลดีต่อการมองเห็นของเด็กในระยะยาว

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) โรคสายตา ที่คนยุคใหม่ต้องระวัง

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (CVS) โรคสายตา ที่คนยุคใหม่ต้องระวัง วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบสำหรับอาการ สาเหตุ ตลอดจนแนวทางป้องกันโรค

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
สุขภาพตา, เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 29, 2019 . เวลาในการอ่าน

ภาวะสายตาสั้นในเด็ก รู้หรือไม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การมองเห็นในระยะไกลไม่ชัดเจน หรือต้องหรี่ตา เพื่อเพ่งมองในระยะไกล นั่นแสดงว่า สายตากำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน แล้ว ภาวะสายตาสั้นในเด็ก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก กันยายน 6, 2019 . เวลาในการอ่าน

สายตายาวตามวัย (Presbyopia)

สายตายาวตามวัย คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อดวงตาสูญเสียความสามารถในการมองเห็นสิ่งของระยะใกล้ มักเกิดขึ้นในช่วงต้นอายุ 40 และการมองเห็นจะแย่ลงเรื่อยๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เธียรธัช มีโภคา
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤษภาคม 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกคุณ ตาเหล่ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาเร็ว

ตาเหล่ คือ ปัญหาทางสายตาที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มเด็กๆ นับเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเป็นสาเหตุของอาการแทรกซ้อนที่จะตามมา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เธียรธัช มีโภคา
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก พฤษภาคม 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

บำรุงด่วน ก่อนสายตาจะเสื่อมกับ อาหารสำหรับบำรุงดวงตา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
รู้หรือไม่-ปลาหมึกมีความฉลาดเท่าสุนัข-สมอง

ปลาหมึกมีความฉลาดเท่าสุนัข รู้หรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 14, 2020 . เวลาในการอ่าน
เคล็ดลับ-หน้าอ่อนกว่าวัย-หน้าเด็ก

เคล็ดลับ หน้าอ่อนกว่าวัย ที่สาวๆ ควรรู้ไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
ตาพร่ามัวขณะปวดหัว-สาเหตุ-สัญญาณของโรค

ตาพร่ามัวขณะปวดหัว อันตรายมากน้อยแค่ไหน?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มกราคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน