ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังมีภาวะคออักเสบ โรคไข้อีดำอีแดงนี้จะมีลักษณะเด่นคือ มีผื่นสีแดงสดเกิดขึ้นตามลำตัว

คำจำกัดความ

โรคไข้อีดำอีแดง คืออะไร

โรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นกับผู้ที่กำลังมีภาวะคออักเสบ โรคไข้อีดำอีแดงนี้จะมีลักษณะเด่นคือ มีผื่นสีแดงสดเกิดขึ้นตามลำตัว พร้อมกับอาการไข้สูง และเจ็บคอ โดยเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคไข้อีดำอีแดงนี้ จะเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกัน กับที่ทำให้เกิดภาวะคออักเสบ

โรคไข้อีดำอีแดงนั้นจะพบได้มากในกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-15 ปี แม้ว่าโรคไข้อีดำอีแดงนี้อาจจะมีความอันตรายค่อนข้างสูง แต่ก็สามารถจัดการได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และการรักษาอย่างเหมาะสม แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจส่งผลกระทบต่อหัวใจ ไต และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายได้

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

โรคไข้อีดำอีแดง พบบ่อยแค่ไหน

โรคไข้อีดำอีแดงนี้มักจะพบได้บ่อยในเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-15 ปี และจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะคออักเสบอยู่ก่อนแล้ว

อาการ

อาการของโรคไข้อีดำอีแดง

สัญญาณและอาการของโรคไข้อีดำอีแดง มีดังต่อไปนี้

  • ผื่นแดง ผู้ป่วยจะมีผื่นสีแดงขึ้นตามตัว เกือบทั่วทั้งร่างกาย ผื่นแดงนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับอาการแดดเผา จะพบได้มากในบริเวณใบหน้า คอ และลามลงมายังลำตัว แขน หรือขา
  • รอยแดง นอกจากผื่นแดงแล้ว ยังอาจจะมีรอยเป็นเส้นสีแดง ขึ้นตามบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ ข้อศอก หรือเข่า
  • หน้าแดง
  • ลิ้นจะเป็นสีแดงคล้ายสตอว์เบอร์รี เป็นตะปุ่มตะป่ำ และมักจะมีคราบสีขาวที่ลิ้น เนื่องจากภาวะคออักเสบที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว
  • เป็นไข้สูง 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
  • มีอาการหนาวสั่น
  • เจ็บคอ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • คอบวม
  • กลืนลำบาก
  • ปวดหัว

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถามเกี่ยวกับอาการของโรคโปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคไข้อีดำอีแดง

โรคไข้อีดำอีแดงนั้น เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus กลุ่มเอ หรือ เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pyogenes ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่สามารถพบได้ภายในปากและโพรงจมูกของคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะคออักเสบได้

เชื้อแบคทีเรียนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คน ผ่านทางละอองฝอยหรือน้ำลาย เมื่อเราไอหรือจาม และจะมีระยะฟักตัวอยู่ที่ประมาณ 2-4 วัน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคไข้อีดำอีแดง

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคไข้อีดำอีแดง มีดังต่อไปนี้

  • เป็นเด็กที่มีอายุ 5-15 ปี
  • เป็นผู้ที่มีภาวะคออักเสบ
  • หากคนรอบตัว กำลังเป็นโรคไข้อีดำอีแดง หรือมีภาวะคออักเสบ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไข้อีดำอีแดง

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคไข้อีดำอีแดงได้ ด้วยการตรวจร่างกายเพื่อหาสัญญาณและอาการของโรคไข้อีดำอีแดง โดยการตรวจดูลิ้น คอ และต่อมทอนซิล (Tonsil) นอกจากนี้ยังอาจจะต้องตรวจดูต่อมน้ำเหลืองที่มีอาการบวม และดูลักษณะของผื่นที่เกิดขึ้นอีกด้วย

หากแพทย์สงสัยว่าลูกของคุณอาจจะเป็นโรคไข้อีดำอีแดง แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อที่คอไปตรวจเพาะเชื้อ และส่งเข้าห้องแล็บเพื่อตรวจดูว่าเป็นเชื้อโรคชนิดใด หากพบว่ามีเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus กลุ่มเอ อยู่ แพทย์ก็อาจจะสามารถตัดสินได้ว่าเป็นโรคไข้อีดำอีแดง

การรักษาไข้อีดำอีแดง

โรคไข้อีดำอีแดง สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อทำหน้าที่ช่วยระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค อย่าลืมคอยดูแลให้ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะจนครบชุดตามที่แพทย์กำหนด เพราะหากหยุดยาไปก่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจทำให้เชื้อเกิดการดื้อยาได้ในภายหลัง

นอกจากนี้ แพทย์ก็อาจจะสั่งยาแก้ปวดธรรมดา เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อช่วยจัดการกับอาการไข้และอาการปวด แต่ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรายซินโดรม (Reye’s Syndrome) ได้

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับไข้อีดำอีแดง

เราสามารถป้องกันโรคไข้อีดำอีแดงได้ ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์ดังต่อไปนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อแบคทีเรียได้
  • ไม่แบ่งของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ของใช้ส่วนตัวต่างๆ เช่น แปรงสีฟัน ผ้าขนหนู แก้วน้ำ ควรใช้อยู่คนเดียว อย่าไปยืมหรือให้คนอื่นมาใช้ร่วมกัน
  • ปิดปากเวลาจามและไอ จะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นได้
  • หากลูกของคุณเป็นไข้อีดำอีแดง ควรล้างทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ แก้วน้ำ จานชาม และของเล่นที่เด็กใช้ทั้งหมดให้สะอาดด้วย

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ส่าไข้ (Roseola)

ส่าไข้ หรือ หัดกุหลาบ (Roseola) เป็นโรคติดต่ออีกโรคหนึ่งที่เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัส จนปรากฏออกมาให้พบเห็นในรูปแบบของผดผื่นเล็ก ๆ สีแดงทั่วทั้งร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ พฤศจิกายน 3, 2020 . เวลาในการอ่าน

คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

เมื่อเกิดอาการ คันหัวนม หลายคนคงสงสัยว่ามันเกิดจากอะไร บางครั้งอาการที่เกิดขึ้นอาจจะกำลังบอกอะไรคุณอยู่ก็เป็นได้ ทาง Hello คุณหมอจึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อข้องใจ รู้หรือไม่? มีไข้สูงเท่าไหร่ถึงควรไปหาหมอ

เมื่อร่างกายต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเป็นไข้ หรือ มีไข้ และเมื่อมีไข้ขึ้นสูงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรไปพบคุณหมอทันที

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

ลูกเข้ากับคนแปลกหน้าง่ายเกินไป? หรือลูกคุณจะเป็น โรคขาดการยับยั้งการสมาคม

คุณเคยลองสังเกตไหมว่า ลูกเข้ากับคนแปลกหน้าได้ดีเกินไปหรือเปล่า ยิ่งถ้าลูกไม่ชอบอยู่กับคุณ แต่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า เขาอาจเป็น โรคขาดการยับยั้งการสมาคม ก็ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก ตุลาคม 6, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ไข้ซิกา-zika-virus-disease

ไข้ซิกา (Zika Virus disease)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มกราคม 13, 2021 . เวลาในการอ่าน
แมวกัด-แมวข่วน-ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

แมวกัด แมวข่วน ควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 29, 2020 . เวลาในการอ่าน
กระชาย-ประโยชน์-ข้อควรระวัง

กระชาย คุณประโยชน์ดี ๆ ต่อสุขภาพ ที่มาพร้อมกับความเผ็ดร้อน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน
การใช้ยาปฏิชีวนะ-ผลข้างเคียง-ข้อควรรู้

การใช้ยาปฏิชีวนะ มีอะไรบ้างที่คุณควรรู้ เพื่อการใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 24, 2020 . เวลาในการอ่าน