ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Failure)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ไตวายเฉียบพลัน เกิดขึ้นเมื่อไตไม่สามารถกำจัดเกลือส่วนเกิน ของเหลว และของเสียจากเลือดอย่างกะทันหัน เมื่อไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสีย ของเหลวในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตราย

คำจำกัดความ

ไตวายเฉียบพลันคืออะไร

ไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Failure) สามารถเรียกได้อีกว่า ไตเสียหายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury) หรือภาวะไตล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Renal Failure) เกิดขึ้นเมื่อไตไม่สามารถกำจัดเกลือส่วนเกิน ของเหลว และของเสียจากเลือด อย่างกะทันหัน ซึ่งการกำจัดสารพิษจากร่างกายเป็นหน้าที่กาารทำงานหลักของไต เมื่อไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสีย ของเหลวในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตราย ภาวะดังกล่าวยังทำให้อิเล็กโตรไลต์และของเสียสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตอีกด้วย

ภาวะไตวายเฉียบพลันเป็นอันตรายต่อชีวิต และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ดี สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ หากผู้ป่วยมีสุขภาพดี ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวเป็นไปได้ด้วยดี

ไตวายเฉียบพลันพบบ่อยเพียงใด

พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยที่พักฟื้นในโรงพยาบาล อาการอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลา 2-3 วัน จนถึงหลายสัปดาห์ ผู้ที่มีอาการป่วยหนัก และจำเป็นต้องได้รับการรักษาเป็นพิเศษ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงสุดในการเกิดไตวายเฉียบพลัน โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการไตวายเฉียบพลัน

อาการทั่วไปของภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้แก่

  • อุจจาระมีเลือดปน
  • ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • เคลื่อนไหวช้าและเฉื่อยชา
  • มีอาการบวมทั่วไปหรือมีภาวะคั่งน้ำ
  • อ่อนเพลีย
  • มีอาการปวดระหว่างซี่โครงและสะโพก
  • เป็นแผลฟกช้ำได้ง่าย
  • สภาวะทางจิตหรืออารมณแปรปรวน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ความอยากอาหารลดลง
  • ความรู้สึกลดลง โดยเฉพาะที่มือหรือเท้า
  • เลือดหยุดช้า
  • มีอาการชัก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ความดันโลหิตสูง
  • รู้สึกถึงรสชาติของโลหะในปาก

อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไตวายเฉียบพลัน

ภาวะไตวายเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบได้มากที่สุด ได้แก่

  • ภาวะไตวายเฉียบพลันที่เกิดจากพยาธิสภาพที่เซลล์ของ หลอดไต (Acute tubular necrosis: ATN)
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงหรือกะทันหัน
  • ภาวะไตเป็นพิษจากสารพิษหรือยาบางชนิด
  • โรคไตภูมิต้านทานตนเอง เช่น ไตอักเสบเฉียบพลัน และภาวะไตวายที่เกิดจากการอักเสบของเนื้อไตในส่วนอินเตอร์สติเชียม (interstitium)
  • ท่อปัสสาวะอุดตัน

การที่กระแสเลือดหล่อเลี้ยงไตลดลง ก็สามารถทำให้ไตเกิดความเสียหายได้ ซึ่งมีสาเหตุจากอาการดังต่อไปนี้

  • ความดันโลหิตต่ำ
  • รอยไหม้
  • ภาวะขาดน้ำ
  • ภาวะตกเลือด
  • มีบาดแผล
  • ภาวะช็อกเหตุพิษติดเชื้อ
  • มีอาการป่วยรุนแรง
  • การผ่าตัด

อาการผิดปกติบางประการสามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงไต และอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งได้แก่

  • กลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตกยูรีเมีย
  • โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน
  • ความดันโลหิตสูงมาก
  • การให้เลือดผิดหมู่
  • ผิวหนังหนาและแข็งตัว

การติดเชื้อบางชนิด เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด และกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน สามารถทำให้ไตเสียหายไดโดยตรง นอกจากนี้ การตั้งครรภ์ยังทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อไตได้ เช่น รกเกาะต่ำ และรกลอกตัวก่อนกำหนด

ปัจจัยความเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคตับ

โอกาสในการเป็นไตวายเฉียบพลันมีมากขึ้นในผู้สูงอายุ หรือในผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ดังต่อไปนี้

  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคเบาหวาน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ควบคุมอาการไม่ได้
  • ความดันโลหิตสูง
  • หัวใจล้มเหลว
  • โรคอ้วน

ผู้ที่กำลังป่วยหรือกำลังเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูในโรงพยาบาล จะมีความเสี่ยงสูงมากสำหรับการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน นอกจากนี้ การเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ การผ่าตัดช่องท้อง หรือการปลูกถ่ายไขกระดูกก็ยังเพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไตวายเฉียบพลัน

ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะไตวายเฉียบพลันอาจมีอาการบวมทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอาการบวมจากภาวะคั่งน้ำ

การวินิจฉัยสามารถทำได้ด้วยการใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจ โดยแพทย์จะได้ยินเสียงในปอด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะคั่งน้ำ การวินิจฉัยยังสามารถยืนยันได้ด้วยผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการซึ่งแสดงค่าที่ผิดปกติ แตกต่างจากระดับพื้นฐาน โดยมีวิธีทดสอบหลายประการ ได้แก่

  • การตรวจวัดค่า Blood urea nitrogen (BUN)
  • การตรวจวัดค่า Serum potassium
  • การตรวจวัดค่า Serum sodium
  • อัตราการกรองของไตโดยประมาณ (Estimated glomerular filtration rate: eGFR))
  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis)
  • การตรวจการทำงานของไต (Creatinine clearance)
  • การตรวจวัดค่าครีเอตินิน (Serum creatinine)

การตรวจอัลตราซาวด์เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมในการวินิจฉัยไตวายเฉียบพลัน อย่างไรก็ดี การเอ็กซเรย์ช่องท้อง การตรวจช่องท้องด้วยซีทีสแกน และเอ็มอาร์ไอ สามารถช่วยให้แพทย์ระบุได้ว่า มีการอุดตันที่ท่อปัสสาวะหรือไม่ การตรวจเลือดก็เผยให้เห็นสาเหตุพื้นฐานของภาวะไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะไตวายเฉียบพลัน มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูการทำงานของไต และป้องกันไม่ให้ของเหลวและของเสียก่อตัวขึ้นในร่างกายระหว่างการฟื้นฟูของไต ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาไตที่เรียกว่า “นักวักกวิทยา” จะทำการประเมินร่างกายก่อนดำเนินการรักษาในขั้นตอนต่อไปนี้

อาหาร

แพทย์จะจำกัดอาหารและปริมาณของเหลวที่ดื่ม เพื่อช่วยลดการก่อตัวของสารพิษในร่างกาย แพทย์มักแนะนำอาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต และมีโปรตีน เกลือ และโพแทสเซียมต่ำ

การใช้ยา

แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาหรือป้องกันอาการติดเชื้อใดๆ ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ส่วนยาขับปัสสาวะจะช่วยให้ไตขับปัสสาวะได้ดีขึ้น ขณะที่แคลเซียมและอินซูลินถูกนำมาใช้ควบคุมระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงที่อาจเป็นอันตรายได้

การฟอกไต

ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการฟอกไต แต่ไม่จำเป็นเสมอไป และอาจจำเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การฟอกไตเป็นการผันเลือดออกจากร่างกายไปยังเครื่องมือที่ช่วยกรองของเสีย เลือดที่สะอาดแล้วจะถูกลำเลียงกลับเข้าสู่ร่างกาย หากระดับโพแทสเซียมสูงถึงขั้นอันตราย การฟอกไตจะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

การฟอกไตเป็นสิ่งจำเป็นหากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาวะทางจิตและปัสสาวะไม่ออก หรือหากมีภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หรืออาการอักเสบของหัวใจ โดยการฟอกไตจะสามารถช่วยกำจัดของเสียประเภทไนโตรเจนจากร่างกาย

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับภาวะไตวายเฉียบพลัน

ในระหว่างที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากภาวะจากไตวายเฉียบพลัน แพทย์อาจแนะนำอาหารพิเศษเพื่อช่วยบำรุงไตและจำกัดการทำงานของไต โดยแพทย์อาจส่งต่อผู้ป่วยไปยังนักโภชนาการที่สามารถวิเคราะห์การรับประทานอาหารในปัจจุบันของผู้ป่วยและแนะนำวิธีการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อไตตามสถานการณ์ของผู้ป่วยแต่ละคน โดยนักโภชนาการอาจให้คำแนะนำดังนี้

  • เลือกอาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น แอปเปิ้ล กะหล่ำปลี ถั่วเขียว องุ่น และสตรอเบอรี่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ได้แก่ กล้วย ส้ม มันฝรั่ง ผักโขม และมะเขือเทศ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้เกลือ ควรลดปริมาณโซเดียมที่รับประทานในแต่ละวัน ด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้เกลือ ซึ่งได้แก่ อาหารสำเร็จรูปต่างๆ อาหารแช่แข็ง ซุปกระป๋อง อาหารฟาสต์ฟูด นอกจากนี้ ยังมีอาหารที่ใช้เกลืออื่นๆ ได้แก่ อาหารว่างที่มีรสเค็ม ผักกระป๋อง เนื้อสัตว์แปรรูป และเนยแข็ง
  • จำกัดการบริโภคฟอสฟอรัส ซึ่งพบในอาหารชนิดต่างๆ เช่น นม เนยแข็ง ถั่วเมล็ดแห้ง ถั่วเปลือกแข็ง และเนยถั่ว การมีปริมาณฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไปจะทำให้กระดูกอ่อนแอและทำให้เกิดอาการคันที่ผิวหนัง นักโภชนาการจะให้คำแนะนำเฉพาะแก่คุณผู้ป่วยเกี่ยวกับฟอสฟอรัสและวิธีการจำกัดฟอสฟอรัสเป็นรายบุคคล

ในขณะที่ไตฟื้นตัว ผู้ป่วยอาจไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารพิเศษอีกต่อไป ถึงแม้ว่าการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ยังคงมีความสำคัญ หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาลิเมท® (Kalimate®)

คาลิเมท® (Kalimate®) เป็นยาผงแห้งชนิดผสมก่อนใช้ เพื่อรักษาภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง (hyperkalemia) เนื่องจากภาวะไตวายเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute Respiratory Distress Syndrome)

ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน มักพัฒนามาจากภาวะหายใจล้มเหลวเรื้อรัง เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถกระจายออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เต็มที่ทำให้หายใจลำบาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ สิงหาคม 6, 2019

หิวน้ำบ่อย อยากดื่มน้ำตลอดเวลา อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุใดกันแน่

หิวน้ำบ่อย หรืออยากดื่มน้ำตลอดเวลา กระหายน้ำมากผิดปกติ Hello คุณหมอ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้อาการหิวน้ำมาก อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

วิธีสังเกตและ ป้องกันภาวะขาดน้ำในเด็ก

เด็กมักจะดื่มน้ำไม่เพียงพอ และการเล่นนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ซึ่ง Hello คุณหมอ มีวิธี ป้องกันภาวะขาดน้ำในเด็ก มาแนะนำดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

บทความแนะนำ

7-วิธีดื่มน้ำให้มากขึ้น

7 วิธีดื่มน้ำให้มากขึ้น ที่จะทำให้คุณสุขภาพดี และรู้สึกสดชื่นได้ตลอดทั้งวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020
ทารกท้องเสีย-สาเหตุ-รับมือ

ทารกท้องเสีย เกิดจากอะไร จะรับมือได้อย่างไรดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 19, 2020
อาการป่วยของเด็ก-พ่อแม่ควรระวัง

อาการป่วยของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020
อาการท้องร่วง-ไวรัสโรต้า-Rotavirus

อาการท้องร่วง ต้นเหตุจากไวรัสโรต้า (Rotavirus)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 25, 2019