ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ไวรัสตับอักเสบ ซี  (Hepatitis C) คือการที่ตับของคุณถูกโจมตีโดยไวรัสตับอักเสบ ซี สามารถนำไปสู่การอักเสบในตับ เป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบที่พบได้ทั่วไป และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด

คำจำกัดความ

ไวรัสตับอักเสบ ซี คืออะไร

ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C) หมายถึงสภาวะของการที่ตับของคุณถูกโจมตีโดยไวรัสตับอักเสบ ซี (hepatitis C virus) การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสามารถนำไปสู่การอักเสบในตับ ทำให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย ไวรัสตับอักเสบซีเป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบที่พบได้ทั่วไป และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด หลายคนจะพบว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเมื่อตรวจร่างกาย ดังนั้นคุณจึงควรไปตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี เพราะไวรัสตับอักเสบซีนั้นไม่แสดงอาการ คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณติดเชื้อนี้จนกระทั่งมีสัญญาณของตับเสียหายในหลายสิบปีต่อมา

ไวรัสตับอักเสบซีพบได้บ่อยได้แค่ไหน

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้มาก สามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกช่วงวัย ในเอเชีย โรคนี้เป็นโรคที่พบได้มากที่สุดจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) สามารถจัดการโรคนี้ได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของไวรัสตับอักเสบซีเป็นอย่างไร

หากคุณคุณเป็นไวรัสตับอักเสบซีในระดับเบา ร่างกายของคุณจะไม่แสดงอาการอะไรจนกระทั่งมันเปลี่ยนไปเป็นการติดเชื้อที่ร้ายแรงมากขึ้น สัญญาณและอาการของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่พบได้ในช่วงแรกคือ

หลังจากที่การติดเชื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้น สัญญาณและอาการอาจจะมี

  • เลือดออกและมีรอยช้ำได้ง่าย
  • คันที่ผิวหนัง
  • มีของเหลวสะสมในช่องท้อง หรือท้องมาน (Ascitis)
  • ขาบวม
  • น้ำหนักลด
  • สับสน ง่วงซึม และพูดไม่ชัด
  • มีรอยเส้นเลือดเหมือนแมงมุมบนผิวหนัง

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

ถ้าคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับหมอเพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไวรัสตับอักเสบซี

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี คือไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C virus) คุณสามารถรับไวรัสนี้ได้หากคุณสัมผัสกับเลือดที่ปนเปื้อนไวรัสจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือหากคุณถูกบริเวณพื้นผิวที่มีเลือดแห้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แม้จะแค่ส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ของเหลวส่วนอื่นในร่างกายอาจจะมีไวรัสได้เช่นกัน แต่เลือดเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการแพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบซี เนื่องจากมีปริมาณไวรัสอยู่สูง

วิธีการแพร่กระจายเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแบบอื่นคือ การใช้ยาและเข็มร่วมกัน มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน โดยเฉพาะหากคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน คุณอาจจะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หากใช้เข็มร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ หรือหากคุณมีเชื้อเอชไอวี (human immunodeficiency virus) สภาวะที่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้หญิงที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี สามารถส่งต่อเชื้อไปยังบุตรได้ โรคไวรัสตับอักเสบซีไม่แพร่กระจายทางอาหาร น้ำ หรือการสัมผัสโดยทั่วไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไวรัสตับอักเสบซี

ปัจจัยเสี่ยงมีหลายประการ อย่างเช่น

  • หากคุณสัมผัสกับผู้ติดเชื้อบ่อยครั้ง เช่น เป็นผู้ดูแลสุขภาพ หรือผู้ดูแลผู้ป่วยหลัก
  • หากคุณกำลังใช้ยาผิดกฎหมาย หรือมีเชื้อเอชไอวี
  • หากคุณใช้เข็มสักร่วมกับผู้อื่น หรือสักในห้องที่ไม่สะอาด
  • หากคุณกำลังทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) เป็นเวลานาน
  • บางคนอาจจะเป็นไวรัสตับอักเสบซี หากเขาเคยผ่านการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ล้าสมัย เช่น การถ่ายเลือด หรือปลูกถ่ายอวัยวะก่อนปี 1992 หรือรับสารช่วยการแข็งตัวของเลือด ก่อนปี 1987
  • หากคุณเกิดในช่วงระหว่างปี 1945 และ 1965 กลุ่มช่วงอายุที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสูงสุด

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี

แพทย์จะทำการตรวจเพื่อหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หากแพทย์สงสัยว่าคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะสัมผัสกับเชื้อไวรัส ซึ่งอาจช่วยให้แพทย์คุณเริ่มการรักษา หรือแนะนำให้คุณปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพื่อชะลอการเสียหายของตับ เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมักจะเริ่มทำความเสียหายต่อตับเป็นเวลานาน ก่อนที่คุณจะมีสัญญาณหรืออาการ

การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบซี เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบว่าคุณมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ เพื่อวัดปริมาณของเชื้อไวรัสในเลือด เพื่อช่วยประเมินการสร้างพันธุกรรมของไวรัสซึ่งจะช่วยในการกำหนดตัวเลือกการรักษาของคุณ

จำเป็นต้องทำการทดสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อของตับเพื่อที่แพทย์จะได้ทราบระดับความรุนแรงของความเสียหายของตับ จำเป็นต้องใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อของตับชิ้นเล็กๆ เพื่อไปตรวจในห้องแล็บ ขณะที่การตัดชิ้นเนื้อตัวอย่างของตับไปตรวจ สามารถช่วยบ่งชี้ระดับความรุนแรงของโรค และเป็นแนวทางการตัดสินใจในการรักษาได้

การรักษาไวรัสตับอักเสบซี

การใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสในร่างกายสามารถรักษาโรคตับอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้ผล ยาหลักสองชนิดคือ เพกิเลเตด อินเตอร์ฟีรอน (pegylated interferon) และไรบาไวริน (ribavirin) รวมทั้งไซมีพรีเวียร์ (simeprevir) โซฟอสบูเวียร์ (sofosbuvir) และดาคลาทาสเวียร์ (daclatasvir) มีรายงานว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบที่รักษาด้วยยาล่าสุดเหล่านี้มีมากถึง 90% ในความจริงแล้ว คุณก็ยังทำตามขั้นตอนในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้ออีกครั้ง

การปลูกถ่ายตับนั้นเป็นทางเลือกที่จำเป็นในกรณีที่ตับของคุณ เสียหายอย่างรุนแรง ขณะทำการปลูกถ่ายอวัยวะ ตับที่เสียหายของคุณจะถูกนำออกแล้วแทนที่ด้วยตับที่สุขภาพดี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณรักษาหายแล้ว คุณยังจำเป็นต้องรับยาต้านไวรัสเป็นประจำ หลังจากทำการปลูกถ่ายตับแล้ว เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอาจเกิดขึ้นกับตับใหม่นี้ได้

วัคซีนได้ช่วยให้คุณรักษาไวรัสตับอักเสบซีได้ และสามารถช่วยป้องกันคุณจากไวรัสตับอักเสบเอและบีได้ ไวรัสที่แตกต่างกันเหล่านี้ก็สามารถสร้างความเสียหายต่อตับ และทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนขณะรักษาไวรัสตับอักเสบซี

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรับมือกับโรคตับอักเสบซี

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยรับมือกับโรคตับอักเสบซีได้

  • หยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำให้ตับเสียหาย
  • ช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นมาสัมผัสกับเลือดของคุณ โดยการปิดแผลทุกแผลที่คุณมี และอย่าใช้มีดโกนหรือแปรงสีฟันร่วมกัน
  • อย่าบริจาคเลือด อวัยวะในร่างกาย หรืออสุจิ และแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบว่า คุณมีเชื้อไวรัส

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาการป่วยของเด็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรเพิกเฉย

อาการป่วยของเด็ก บางอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ยิ่งต้องคอยสังเกตและกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเพิกเฉยแล้ว อาจจะส่งผลถึงขั้นทำให้ลูกน้อยเสียชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

น้ำหนักลด แบบไม่ต้องอดอาหาร เพียงแค่เปลี่ยนไลฟสไตล์

หลายคนอยาก น้ำหนักลด น้ำหนักลด แต่ไม่อยากต้องควบคุมอาหาร หรือออกกำลังกาย แล้วจะมีวิธีไหนบ้างที่น้ำหนักจะลดโดยไม่ต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บรรเทาอาการท้องผูก ด้วยวิธีการ นวดหน้าท้อง เห็นผลจริงหรือ

นวดหน้าท้อง เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในไม่ให้เกิดอาการท้องผูก โดยการนวดนี้จะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อของลำไส้ที่หดตัว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ขับถ่ายได้คล่องขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ปวดท้องข้างซ้าย บ่อยๆ เป็นสัญญาณโรคร้ายที่น่ากลัวหรือเปล่า

อาการปวดท้องนั้น แทบจะเป็นเรื่องปกติของอาการทางสุขภาพ เนื่องจากสามารถพบเห็นได้เป็นปกติ แต่อาการ ปวดท้องข้างซ้าย อาจมีสาเหตุที่มากกว่าการปวดท้องแบบทั่วไป

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

บทความแนะนำ

ไข่ดัน-สาเหตุ-อาการ-การรักษา

น้องชายผมไม่ได้ใหญ่ แต่ผมเป็น ไข่ดัน ครับผม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 5, 2020
ปวดท้องใต้ลิ้นปี่-วิธีรักษา

ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ อาการปวดหลังรับประทานอาหารที่ควรระวัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 28, 2020
หยุดแอลกอฮอล์-ประโยชน์ต่อร่างกาย

รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องลอง หยุดแอลกอฮอล์ 30 วัน จะเป็นยังไงหนอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 18, 2020
โรคกลัวแมว-สาเหตุ-อาการ

เห็นเจ้าเหมียวทีไร แล้วมีอาการกลัวสุดขีด คุณอาจกำลังเป็น โรคกลัวแมว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 5, 2020