ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 10/08/2020 . 3 mins read
Share now

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า  (Baker’s Cyst)  คือ อาการบวมบริเวณหัวเข่า ซึ่งเกิดจากถุงน้ำหรือมีก้อนของเหลวอยู่ภายในบริเวณหลังหัวเข่า ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณข้อเข่า น่อง เคลื่อนไหวลำบาก

คำจำกัดความ

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst) คืออะไร

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst)  คือ อาการบวมบริเวณหัวเข่า ซึ่งเกิดจากถุงน้ำหรือมีก้อนของเหลวอยู่ภายในบริเวณหลังหัวเข่า ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณข้อเข่า น่อง เคลื่อนไหวลำบาก

อย่างไรก็ตามภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา สามารถหายไปเองได้ แต่หากผู้ป่วยมีอาการบวมมาก ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง

พบได้บ่อยเพียงใด

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป

อาการ

อาการของภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า

ผู้ป่วยที่อยู่ใน ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าจะมีอาการแสดงออก ดังต่อไปนี้

  • อาการปวดเข่า ปวดน่อง
  • เข่ามีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อยืนเปรียบเทียบกับอีกข้าง
  • มีถุงน้ำหรือก้อนนิ่มๆขึ้นชัดเจนบริเวณหัวเข่า
  • อาการช้ำที่เข่า และน่อง
  • ถุงน้ำบริเวณหัวเข่าแตก
  • เคลื่อนไหวลำบาก งอเข่าได้ไม่เต็มที่

ควรไปพบหมอเมื่อใด

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าเกิดจากปริมาณน้ำไขข้อที่ไหลเวียนผ่านโพรงข้อเข่ามากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เมื่อหัวเข่าผลิตน้ำมาจนเกิดไปทำให้เข่าเกิดเป็นก้อนบวมนูนขึ้นมา รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ดังนี้

  • กระดูกข้อหัวเข่าเกิดความเสียหาย
  • โรคข้ออักเสบที่หัวเข่า
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • การบาดเจ็บที่หัวเข่า เช่น กระดูกอ่อนฉีก
  • ความผิดปกติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวเข่า

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า

ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติและตรวจร่างกายดูอาการ โดยแพทย์อาจเปรียบเทียบกับเข่าอีกข้างเพื่อดูความแตกต่าง  นอกจากนี้แพทย์อาจตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) หรือการอัลตราซาวด์ (Ultrasound) จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นถุงน้ำดีภายในบริเวณหัวเข่าได้อย่างละเอียดและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การรักษาภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษา อย่างไรก็ตามในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการบวมอย่างรุนแรงแพทย์อาจต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  •  การระบายของเหลว แพทย์จะสอดเข็มเข้าไปในข้อต่อหัวเข่า โดยอาจใช้เครื่องอัลตราซาวด์เพื่อช่วยนำทางเข็มไปยังตำแหน่งที่จะทำการระบายได้ถูกต้องและแม่นยำ จากนั้นจะทำการดึงของเหลวออกจากข้อต่อ
  • การทำกายภาพบำบัด แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายแบบเบาๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณหัวเข่าให้แข็งแรง หากมีอาการอาจใช้ไม้ค้ำ หรือประคบด้วยน้ำแข็งจะช่วยแบบเทาอาการปวดได้ดี
  • รับประทานยา แพทย์อาจแนะนำยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เช่นยาคอติโซน (Cortisone) แพทย์จะฉีดยาเข้าไปในข้อเข่าเพื่อบรรเทาอาการปวด

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองเพื่อรับมือกับภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า 

หากแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยว่าอาการข้อเข่าเสื่อมของคุณเกิดจากถุงน้ำหรือซีสต์ แพทย์อาจแนะนำให้คุณปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้

  • ปฏิบัติตามกฏ R.IC.E คือ พักผ่อน (Rest) น้ำแข็ง (Ice) พันผ้า (Compression) และ ยก (Elevation) นั่นก็คือการพักการใช้ขา ใช้น้ำแข็งประคบเย็นบริเวณหัวเข่า และใช้ผ้าพันแผลยืดหยุ่นพันหรือดาม และยกขาบ่อยเท่าที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน
  • ใช้ยาในการลดอาการปวดเข้าร่วม เช่น ยากลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน โซเดียม (Naproxen Sodium) อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) และแอสไพริน (Aspirin) โดยการใช้ยาเหล่านี้คุณต้องใช้ในปริมาณที่แพทย์แนะนำ ห้ามใช้ยาเกินขนาดแนะนำ
  • ลดการทำกิจกรรมทางกายภาพ แพทย์อาจแนะนำระยะเวลาการลดระดับการทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงวิธีการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นที่จะช่วยลดการระคายเคืองต่อข้อต่อเข่าของคุณ

ที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายโดยไม่หักโหม เพราะภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดบวมที่บริเวณหัวเข่า หากจำเป็นต้องออกกำลังกาย อย่าลืมอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายเสมอ รวมไปถึงการเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมเมื่อออกกำลังกาย

หากคุณพบว่าอาการของภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าไม่ดีขึ้นแต่อย่างใด โปรดเข้าพบคุณหมอเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รูปแบบ การออกกำลังกาย สำหรับอาการปวดข้อ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

การออกกำลังกาย สำหรับอาการปวดข้อ นั้นจะต้องเลือกการออกกำลังกายที่ได้รับแรงกระแทกน้อย อย่างว่ายน้ำ เล่นโยคะหรือไมเก็ก และออกกำลังกายที่เสรืมสร้างกล้ามเนื้อ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

อาการปวดข้อศอก เรื่องเล็กๆ แต่มาพร้อมกับอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดข้อศอก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเมื่อยล้า ความอักเสบของเนรื้อเยื่อและเส้นเอ็น อุบัติเหตุต่างๆ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับไขข้อ เช่น โรคไขข้อเสื่อม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous Cyst)

ซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง (Sebaceous Cyst)  คือ ซีสต์ไขมันหรือซีสต์ของผิวหนังที่เกิดการแข็งตัวขึ้นภายใต้ผิวหนัง แต่จะไม่สง่ผลกระทบต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

นั่งแล้วปวดเข่า ปัญหานี้ เกิดจากอะไรกันแน่นะ

หนึ่งในปัญหาของคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะเป็นเวลานานๆ คงจะหนีไม่พ้นอาการ นั่งแล้วปวดเข่า อาการนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล