โบทูลิซึม เป็นโรคที่เกิดจากชีวพิษหรือท็อกซิน ที่เรียกว่า “คลอสทริเดียม’ โบทูลินัม มี 3 รูปแบบ ได้แก่ อาหารเป็นพิษ โบทูลิซึมจากแผล และโบทูลิซึมในเด็กทารก
โบทูลิซึม เป็นโรคที่เกิดจากชีวพิษหรือท็อกซิน ที่เรียกว่า “คลอสทริเดียม’ โบทูลินัม มี 3 รูปแบบ ได้แก่ อาหารเป็นพิษ โบทูลิซึมจากแผล และโบทูลิซึมในเด็กทารก
โรคโบทูลิซึม (Botulism) เป็นโรคที่เกิดจากชีวพิษหรือท็อกซิน ที่เรียกว่า คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) ซึ่งผลิตท็อกซิน 7 ชนิด (นักวิทยาศาสตร์เรียกตั้งแต่ A ถึง G) อย่างไรก็ตาม ท็อกซินชนิด A, B, E, และ F มีผลทำให้เกิดโรคในร่างกายมนุษย์
รูปแบบของโรคโบทูลิซึมมี 3 รูปแบบ ได้แก่ อาหารเป็นพิษ โบทูลิซึมจากแผล และโบทูลิซึมในเด็กทารก
ทุกคนมีแนวโน้มจะเป็นโรคโบทูลิซึม แต่โรคนี้ไม่ติดเชื้อจากคนสู่คน คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงในการเป็นโรคโบทูลิซึมได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
อาการของโรคโบทูลิซึมมักเกิดขึ้น 12 ถึง 36 ชั่วโมงหลังได้รับเชื้อโรค โดยประมาณร้อยละ 5 ถึง 10 ของโรคโบทูลึซึมเป็นอันตรายถึงชีวิต
อาการเริ่มต้นของโรคโบทูลิซึมประกอบด้วย
ควรเข้าพบหมอเพื่อปรึกษาทันที หากเกิดอาการโรคโบทูลิซึม เพราะหากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคหรือรักษาทันเวลา อาจเป็นอัมพาตที่แขน ขา หรือทั้งตัวและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจ และคุณอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
คุณจะเป็นโรคโบทูลิซึม ถ้าอาหารที่คุณกินมีสารพิษเจือปน โดยเกิดจากแบคทีเรียที่ชื่อ Clostridium botulinum (C. botulinum) ที่ผลิต neurotoxin ซึ่งเป็นสารพิษที่ทำลายระบบประสาท นอกจากนี้การได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาจมาจากแผลเล็กๆ หรือการกินสปอร์ในดิน
ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคโบทูลิซึม มีดังนี้
ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
โรคโบทูลิซึมมีอาการคล้ายกับโรคเกี่ยวกับอาหารเป็นพิษอื่นๆ ดังนั้น จึงยากในการวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการหลายๆ ครั้งจึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนสรุปผล อาจใช้เวลา 4 วันกว่าจะทราบผล
การรักษาโรคโบทูลิซึมมีหลายวิธี โดยปกติแพทย์จะตรวจอาการ ให้ยาแอนตี้ท็อกซิน (antitoxins) เพื่อชะลอการเป็นอัมพาต และลดความรุนแรงของอาการ
การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการรักษาโรคโบทูลิซึมเบื้องต้นด้วยตนเอง มีดังนี้
หากมีคำถาม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจและหาวิธีการักษาที่ดีที่สุด เพื่อการป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
หมายเหตุ
Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด
Ferri, Fred. Ferri’s Netter Patient Advisor. Philadelphia, PA: Saunders / Elsevier, 2012. Print edition. Page 223
Porter, R. S., Kaplan, J. L., Homeier, B. P., & Albert, R. K. (2009). The Merck manual home health handbook. Whitehouse Station, NJ, Merck Research Laboratories. Print edition. Page 820
Botulism. Centers for Disease Control and Prevention. http://www.cdc.gov/nczved/divisions/dfbmd/diseases/botulism/. Accessed September 24, 2015.
Chalk C, et al. Medical treatment for botulism. Cochrane Database of Systematic Reviews. http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/14651858.CD008123.pub3/abstract. Accessed September 24, 2015.
Principles of home canning. National Center for Home Food Preservation. http://nchfp.uga.edu/publications/publications_usda.html. Accessed September 24, 2015.
เวอร์ชันปัจจุบัน
11/05/2020
เขียนโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
อัปเดตโดย: Nattavara Pasathan
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย
ทีม Hello คุณหมอ