คุณป่วยได้หรือเปล่าถ้ามีใคร ไอจาม ใส่คุณ?

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 2 mins read
Share now

อาการ ไอจาม เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ไอหรือจามเพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น ไปจนถึงไอจามเรื้อรัง เพราะป่วยเป็นวัณโรค คนเราสามารถไอหรือจามได้ตลอดเวลา และบางครั้งอาจเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว จึงไม่ได้ป้องกันอย่างถูกวิธี

ซึ่งนี่เอง เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เชื้อโรคมากมายแพร่ไปในอากาศ กระจายสู่ผู้อื่น และอาจทำให้ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคป่วยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (Respiratory tract infections) ได้

ไวรัส..ไปได้ไกลและอยู่ได้นานกว่าที่คิด

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า การไอหรือจามแต่ละครั้ง จะมีละอองน้ำลายประมาณ 3,000 หยด พร้อมกับไวรัสอีกราว 20,000 ตัว กระเซ็นออกมาด้วยความเร็วสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยเมื่อไอ ละอองน้ำลายจะกระเซ็นไปได้ไกลถึง 6 เมตร และเมื่อจาม ละอองน้ำลายจะไปได้ไกลถึง 8 เมตร แถมละอองน้ำลายที่กระเซ็นออกมายังสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานถึง 10 นาทีเลยทีเดียว

แม้ไวรัสที่ออกมาจะสัมผัสกับพื้นผิวแล้ว  ก็ยังสามารถอยู่รอด และกลับมาลอยในอากาศได้อีกครั้ง อนุภาคของไวรัสนั้นสามารถมีชีวิตอยู่บนเหล็กได้นานหลายชั่วโมง และมีชีวิตอยู่บนพลาสติกได้นานหลายวัน เมื่อคนอื่นหายใจเอาไวรัสเหล่านั้นเข้าไป จึงอาจทำให้ติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่

ไอจาม แบบไม่ให้แพร่เชื้อโรค

การไอจามมักเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ทันระวังหรือไม่ทันตั้งตัว คุณจึงไม่ได้ป้องกัน และปล่อยให้เชื้อโรคจากตัวคุณ แพร่ไปสู่ผู้อื่นอีกหลายต่อหลายคน แต่คุณเองก็สามารถช่วยป้องกัน และลดการแพร่เชื้อโรคได้ง่ายๆ ด้วยการไอหรือจามอย่างถูกวิธี ดังนี้

  • ไอหรือจามใส่กระดาษทิชชู่ และทิ้งลงถังขยะทันที
  • ไอหรือจามใส่ข้อพับหรือแขนเสื้อท่อนบน เพราะเป็นส่วนที่สัมผัสกับคนและสิ่งของอื่นๆ น้อยกว่ามือ แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ หากคุณต้องอุ้มเด็ก หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ให้รีบใช้ทิชชู่เปียกเช็ดทันที
  • พยายามไม่ไอหรือจามใส่มือ เพราะมือเป็นอวัยวะส่วนที่สัมผัสกับคนหรือสิ่งของต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรรีบล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลล้างมืออนามัยทันที
  • ไม่หันหน้าใส่ผู้อื่นขณะไอหรือจาม เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรค

หน้ากากอนามัย…ตัวช่วยดีๆ มีไว้ไม่เสียหาย

หากคุณอยากป้องกันการแพร่เชื้อโรค ที่เกิดขึ้นจากการไอหรือจาม หน้ากากอนามัยก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดีๆ ที่คุณควรพกติดกระเป๋าไว้

เมื่อไรที่ควรสวมหน้ากากอนามัย

  • เมื่อคุณเป็นไข้
  • เมื่อคุณไอหรือจาม
  • เมื่อคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค เช่น โรงพยาบาล คลินิก

วิธีสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง

  • สวมหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก โดยให้ด้านที่มีโครงอยู่ข้างบน
  • ดัดโครงหน้ากากอนามัยให้เข้ากับรูปจมูกของคุณ
  • จับหน้ากากอนามัยส่วนบนไว้ แล้วดึงส่วนล่างให้ยืดออกไปครอบถึงใต้คาง

สวมหน้ากากอนามัยแล้ว อย่าลืมทำตามนี้…

  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
  • เปลี่ยนหน้ากากอนามัยบ่อยๆ และไม่ใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ
  • หลังจากใช้งานเสร็จแล้ว ควรทิ้งหน้ากากอนามัยลงในถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ถุงแล้วผูกปากถุงให้สนิทก่อนทิ้ง และอย่าลืมล้างมือทันทีหลังทิ้ง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

แค่หายใจก็ติดแล้ว นักวิทยาศาสตร์ชี้ โควิด-19 อาจจะติดต่อสู่กันได้ เพียงแค่คุณหายใจ

เชื้อโควิด-19 สามารถติดสู่ผู้อื่นได้ ผ่านทางละอองฝอย เช่น การไอหรือจาม แต่ล่าสุด นักวิจัยบางรายได้ตั้งข้อสงสัยว่า โควิด-19 อาจ ติดต่อกันผ่านทางการหายใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

คำแนะนำในการ เตรียมสถานที่ทำงาน เพื่อรับมือกับโรคระบาด โควิด-19

วันนี้ Hello คุณหมอ ตั้งใจจะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ เตรียมสถานที่ทำงาน สำหรับรับมือกับโรคระบาด ตามมาตรการขององค์การอนามัยโลก (WHO)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

น้ำผึ้งผสมมะนาว สมุนไพรพื้นบ้าน ที่ช่วยบรรเทา อาการไอ ได้

น้ำผึ้งผสมมะนาว เป็นสูตรสมุนไพรพื้นบ้านในครัวเรือนที่คุณสามารถนำมารักษาบรรเทาอาการไอได้ ทั้งยังช่วลดการระคายเคืองจากเชื้อโรค และแบคทีเรียที่เข้าผ่านสู่ลำคอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Agil Tonjoo

ACHOO Syndrome : มองแสงแล้วจาม ทุกที เกิดจากอะไรกันแน่!

อาการ มองแสงแล้วจาม เป็นภาวะที่เรียกว่า ACHOO Syndrome เมื่อสายตาได้รับแสงจ้าๆ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นจะทำให้จามติดต่อกันหลายครั้ง

Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์