อยากให้สมองมีสุขภาพดี ไม่ยาก แค่ใช้ สมุนไพรบำรุงสมอง

    อยากให้สมองมีสุขภาพดี ไม่ยาก แค่ใช้ สมุนไพรบำรุงสมอง

    สมองนั้นเป็นอวัยวะสำคัญ ที่เราจำเป็นต้องใช้อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่แรกเกิด ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต การใช้สมองอยู่ตลอดโดยไม่ได้พัก นานวันเข้า อาจทำให้สมองเกิดการเหนื่อยล้า หรือเกิดการเสื่อมสภาพลงได้ เฉกเช่นอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย การใช้ สมุนไพรบำรุงสมอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีดีๆ ที่จะช่วยบำรุงรักษาความแข็งแรงของสมอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ยืดอายุการทำงานของสมอง ให้สมองมีสุขภาพดี และอยู่คู่กับเราไปนานๆ

    5 สมุนไพรบำรุงสมอง ที่ควรรู้จัก

    5 สมุนไพร บำรุงสมอง

    ขมิ้นชัน

    ภายในขมิ้นนั้น จะมีสารประกอบที่เรียกว่า เคอร์คูมิน (Curcumin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของร่างกายและสมอง

    งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อปี 2010 พบว่า การรับประทานขมิ้นเป็นประจำ สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงของสมอง และช่วยบรรเทาอาการของโรคอัลไซเมอร์ โดยการลดการสะสมของสารเบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ นอกจากนี้ ขมิ้นยังอาจช่วยปกป้องสมอง โดยการยับยั้งการสลายตัวของเซลล์ประสาทภายในสมองได้อีกด้วย

    ใบแปะก๊วย

    ใบแปะก๊วยนั้นเป็นสมุนไพรยอดนิยมในการช่วยบูสต์สมอง เพิ่มความจำ และบำรุงรักษาสุขภาพของสมองให้แข็งแรง ใบแปะก๊วยนั้นมีสรรพคุณช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เช่น ความจำ หรือการโฟกัส

    งานวิจัยบางชิ้นพบว่า การรับประทานอาหารเสริมใบแปะก๊วยเป็นประจำ สามารถช่วยลดการเสื่อมของสมองเนื่องจากอายุได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุที่รับประทานใบแปะก๊วยเป็นประจำ จะมีความจำที่ดีขึ้น และมีทักษะในการคิดที่ดีขึ้นอีกด้วย

    โสม

    โสม หนึ่งในสมุนไพรราคาแพงที่มีการนำมาใช้เป็นยานับตั้งแต่ยุคโบราณ ในปัจจุบันเราสามารถหารับประทานโสมได้จากอาหารเสริมทั่วไป โสมนี้มีสรรพคุณที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เช่น ความจำ พฤติกรรม และอารมณ์ มีงานวิจัยที่พบว่า โสมนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเนื่องจากความเครียด ทั้งยังสามารถช่วยบรรเทาการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับทางด้านจิตใจ เช่น โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า

    สารประกอบที่อยู่ในโสม เช่น จินเซนโนไซด์ (Ginsenosides) และ Compound K สามารถช่วยปกป้องการเสื่อมของสมอง เนื่องจากอนุมูลอิสระได้ งานวิจัยพบว่า ผู้ที่รับประทานโสมวันละ 200 มก. เป็นเวลา 4 สัปดาห์ จะมีสุขภาพจิต อารมณ์ และระบบการทำงานของสมองที่ดีขึ้น

    ใบบัวบก

    ใบบัวบกมีสรรพคุณในการช่วยเพิ่มความจำและการทำงานของระบบประสาทในสมอง ทำให้เพิ่มโอกาสในการบรรเทาอาการของโรคอัลไซเมอร์ มีงานวิจัยที่พบว่า สารสกัดจากใบบัวบก อาจมีประสิทธิภาพในการช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเป็นพิษได้ และยังช่วยป้องกันการอักเสบของเส้นประสาทได้อีกด้วย

    สะระแหน่

    งานวิจัยในปี 2014 พบว่า ใบบัวบกนั้นสามารถช่วยเพิ่มการทำงานของสมองในส่วนการรับรู้และทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ (cognitive function) โดยในการทดลองนั้น ได้ให้ผู้เข้ารับการทดสอบ ทำบททดสอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจ ความจำ และสมาธิ เช่น โจทย์คณิตศาสตร์ ผลการทดลองพบว่า ผู้รับการทดสอบที่ได้รับประทานสะระแหน่ร่วมด้วย จะสามารถทำแบบทดสอบได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้กินสะระแหน่ นอกจากนี้ยังจะมีระดับความตื่นตัวและประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าผู้ที่ไม่ได้กินสะระแหน่อีกด้วย

    ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรบำรุงสมอง

    แม้ว่าการใช้สมุนไพรนั้นจะมีประโยชน์สำหรับการบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ลดอาการสมองล้า และทำให้สมองไบรท์ แต่คุณก็ควรตระหนักไว้ว่า การใช้สมุนไพรบำรุงสมองนี้ ไม่สามารถแทนวิธีการรักษาสภาวะต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมองได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม หรือความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับสมองอื่นๆ การใช้สมุนไพรนั้นเป็นเพียงแค่ทางเลือกในการช่วยบำรุง เปรียบเสมือนอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

    หากคุณมีปัญหา หรือเกิดสภาวะที่ต้องรับการรักษา ไม่ควรงดการใช้ยาเหล่านั้น และอย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะใช้สมุนไพรใดๆ เนื่องจากสมุนไพรเหล่านี้ อาจทำปฏิกิริยากับยา หรือรบกวนการทำงานของยาที่คุณกำลังใช้ได้ การใช้อาหารเสริมขมิ้น โสม และใบแปะก๊วยในระดับเข้มข้น อาจส่งผลทำให้เลือดจาง และทำให้มีอาการเลือดออกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังใช้ยาเจือจางเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด

    นอกจากนี้ การใช้สมุนไพรเพื่อบำรุงสมองนั้น ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพียงพอสำหรับเพิ่มเติมในมื้ออาหารเท่านั้น ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากจนเกินไป โดยเฉพาะอาหารเสริมสมุนไพรที่มีความเข้มข้นสูง หากรับประทานครั้งละมากๆอาจทำให้คุณได้รับตัวยาและสารที่มีอยู่ในสมุนไพรมากจนเกินไป และเกิดผลข้างเคียง หรือเป็นพิษได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    ทีม Hello คุณหมอ


    เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล · แก้ไขล่าสุด 08/07/2020

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา