home

โรคติดเชื้อจากอาหาร

เชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส สามารถปะปนไปยังจุดต่าง ๆ รวมไปจนถึงอาหารที่เรารับประทาน หากเรากินอาหารที่มีความเสี่ยงในการปนเปื้อนอาหารเหล่านี้ ก็อาจทำให้เราเป็น โรคติดเชื้อจากอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ ได้ในที่สุด เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคติดเชื้อจากอาหาร ว่ามีโรคอะไรบ้าง แล้วเราจะป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้อย่างไร ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ โรคติดเชื้อจากอาหาร

โรคติดเชื้อจากอาหาร

พยาธิตัวตืด (Tapeworms) โผล่มาเป็นข่าวให้สะพรึงกันเป็นครั้งคราว แต่ความจริงแล้ว เรามีโอกาสติดเชื้อพยาธิตัวตืดได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะพยาธิตัวตืดมีอยู่ในเนื้อสัตว์หลากหลายชนิด และการกินเนื้อสัตว์เหล่านี้ในแบบสุกๆ ดิบๆ ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อพยาธิตัวตืด แม้ว่าส่วนใหญ่ พยาธิตัวตืดจะเป็นสาเหตุของอาการโรคเพียงไม่กี่ชนิด และรักษาได้ง่าย แต่บางครั้งก็สามารถสร้างปัญหาสุขภาพร้ายแรง และอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน สัญญาณว่าคุณอาจติดเชื้อ พยาธิตัวตืด เข้าแล้ว การติดเชื้อในลำไส้ (Intestinal infection) เมื่อคุณกินตัวอ่อนของพยาธิตัวตืดเข้าไป ตัวอ่อนเหล่านั้นสามารถเติบโตเป็นพยาธิตัวตืดเต็มวัยเกาะอยู่ตามผนังลำไส้ของคุณได้ การติดเชื้อพยาธิตัวตืดในลำไส้สามารถสังเกตได้จากอาการ หรือสัญญาณเหล่านี้ คลื่นไส้ อาเจียน ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร ปวดท้อง ท้องเสีย วิงเวียนศีรษะ อยากอาหารเค็ม น้ำหนักลด และขาดสารอาหาร การติดเชื้อแบบลุกลาม (invasive infection) เมื่อคุณบริโภคไข่พยาธิตัวตืดเข้าไป ไข่เหล่านั้นสามารถเคลื่อนที่ออกนอกลำไส้และฝังตัวเป็นถุงตัวอ่อนพยาธิ (larval cyst) ในเนื้อเยื่อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก่อนจะค่อยๆ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะส่วนนั้นมีปัญหา ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้ ปวดศีรษะ เกิดถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อ เกิดปฏิกิริยาแพ้ตัวอ่อนพยาธิตัวตืด อาการทางระบบประสาท รวมไปถึงโรคลมชัก การติดเชื้อพยาธิตัวตืดส่วนใหญ่อาจไม่แสดงอาการใดๆ หรือแสดงอาการน้อยมาก แต่คุณสามารถสังเกตอุจจาระของคุณได้ ว่ามีพยาธิตัวตืดหรือไม่ ซึ่งพยาธิตัวตืดมีลักษณะดังนี้ ลำตัวแบน ยาวเป็นปล้อง สีขาวขุ่น หรือเหลืองอ่อน […]

โรคติดเชื้อจากอาหาร

โรคทริคิโนซิส เป็นภาวะติดเชื้อพยาธิประเภทหนึ่ง ที่เกิดจากการรับประทานตัวอ่อนพยาธิตัวกลม ในเนื้อสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก คำจำกัดความ โรคทริคิโนซิสคืออะไร โรคทริคิโนซิส (Trichinosis) หรือโรคบางครั้งเรียกว่าโรคทริคิเนลโลสิส (trichinellosis) เป็นภาวะติดเชื้อพยาธิตัวกลม (Roundworm) ประเภทหนึ่ง พยาธิตัวกลมใช้ร่างกายของผู้อาศัยในการอยู่อาศัยและขยายพันธุ์ โดยส่วนใหญ่มักอาศัยอยู่ในสัตว์กินเนื้อ โดยเฉพาะหมี สุนัขจิ้งจอก และวอลรัส ภาวะติดเชื้อเกิดจากการรับประทานตัวอ่อนพยาธิตัวกลม ในเนื้อสัตว์ที่ดิบหรือปรุงไม่สุก เมื่อมนุษย์รับประทานเนื้อสัตว์ปรุงไม่สุก ที่มีตัวอ่อนพยาธิตัวกลม ตัวอ่อนจะใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าที่จะเติบโตเป็นพยาธิโตเต็มวัยในลำไส้ จากนั้น พยาธิที่โตเต็มวัยก็จะขยายพันธุ์ตัวอ่อน แพร่กระจายผ่านทางเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งกล้ามเนื้อ โรคทริคิโนซิสแพร่กระจายได้มากที่สุดในพื้นที่ชนบททั่วโลก โรคทริคิโนซิสสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ถึงแม้ว่าจะไม่จำเป็นเสมอไป การป้องกันสามารถทำได้ง่าย โรคทริคิโนซิสพบได้บ่อยเพียงใด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการโรคทริคิโนซิสมีอะไรบ้าง อาการของโรคทริคิโนซิสมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับระยะของการติดเชื้อ จำนวนตัวอ่อนพยาธิที่แพร่กระจาย เนื้อเยื่อที่เชื้อแพร่กระจายเข้าไป และภาวะทางกายภาพทั่วไปของผู้ป่วย ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่มีอาการ อาการของโรคทริคิโนซิสเกิดขึ้นเป็นสองระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1: การติดเชื้อในลำไส้ มีอาการใน 1 ถึง 2 วันหลังจากรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ มีอาการได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย มีตะคริวที่ช่องท้อง และมีไข้ต่ำ ระยะที่ 2: อาการจากการแพร่กระจายของตัวอ่อนพยาธิตัวกลมในกล้ามเนื้อ มักเริ่มต้นหลังจากประมาณ 7 ถึง 15 วัน อาการได้แก่ ปวดและกดเจ็บกล้ามเนื้อ […]

โรคติดเชื้อจากอาหาร

ไบโอติน (Biotin) เป็นสารอาหารที่ผู้คนในยุคนี้หันมาให้ความสนใจกันมาก เนื่องจากมักจะมีคำโฆษณาให้เราเห็นกันอยู่เสมอว่า ช่วยทำให้ผมดูดกดำและมีสุขภาพดี รวมทั้งทำให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าไบโอตินช่วยเราในเรื่องนั้นได้จริงหรือเปล่า แต่คนที่กิน อาหารเสริมไบโอติน ก็มักจะสังเกตถึงความแตกต่างได้ ซึ่งจริงๆแล้วไบโอตินส่งผลดีต่อร่างกายได้มากกว่าที่กล่าวมาแล้วซะอีกนะ ซึ่งนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับไบโอตินที่คุณควรรู้เอาไว้ รวมทั้งวิธีสังเกตว่าคุณจำเป็นต้องกินอาหารเสริมชนิดนี้หรือเปล่าด้วย ไบโอตินพบได้ในอาหารประเภทใด สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของอเมริกาว่าเอาไว้ว่า วิตามินบีชนิดนี้คือสารอาหารจำเป็นต้องร่างกาย ซึ่งเราอาจจะคุ้นในชื่อไบโอตินซึ่งเป็นอาหารเสริมกันมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วไบโอตินมีอยู่ในอาหารทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเนื้อสัตว์ อย่างเนื้อวัวและตับนั้น นับเป็นแหล่งไบโอตินที่สำคัญมาก รวมทั้งเนื้อหมูและแฮมเบอร์เกอร์ ก็พบไบโอตินอยู่มากด้วย นอกจากนี้ยังพบในเนื้อปลา ไข่ ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมด้วย แถมในพืชผักต่างๆก็ยังเจอด้วย อย่างเช่น มันฝรั่ง ผักโขม และบร็อคโคลี่ ไบโอตินทำหน้าที่อะไร ไบโอตินช่วยทำหน้าที่เผาผลาญกรดไขมัน กลูโคส (หรือน้ำตาลในเลือด) และกรดอะมิโนต่างๆในร่างกาย หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ไบโอตินจะช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรท ไขมัน และโปรตีนในอาหารที่คุณกินเข้าไปให้เป็นพลังงาน แถมยังช่วยควบคุมการทำงานของยีน รวมทั้งการส่งสัญญานไปยังเซลล์ต่างๆในร่างกายด้วย นอกจากนี้ไบโอตินยังช่วยควบคุมระบบประสาทให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสำคัญในการสร้างเล็บ ผิวหนัง และเส้นผมให้มีสุขภาพดีด้วย แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า ถ้าคุณมีไบโอตินอยู่ในร่างกายอย่างพอเพียงแล้ว การกินอาหารเสริมไบโอตินเพิ่มเข้าไปอีก ก็จะช่วยให้ผิว ผม และเล็บดูสวยและมีสุขภาพดีขึ้นหรอกนะ จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายต้องการไบโอตินเพิ่ม ยังไม่มีการระบุอย่างแน่นอนว่าร่างกายคนเราต้องการไบโอตินในปริมาณเท่าไหร่ต่อวัน จึงทำให้เรารู้ได้ยากว่าควรกินอะไรในปริมาณแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญจากเมโยคลีนิคในสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำให้กินวันละ 30 […]

x