โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ มีโรคอะไรบ้าง

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ มีโรคอะไรบ้าง

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ คือโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพของปอด หลอดลม กล่องเสียง หรือถุงลม เช่น โรคถุงลมปอดโป่งพอง โรคมะเร็งปอด วัณโรค มักเกิดจากการสูบบุหรี่ การอยู่ในที่ที่มีฝุ่นละอองหรือเขม่าควันเป็นประจำ การสูดดมควันบุหรี่หรือที่เรียกว่าการสูบบุหรี่มือสอง

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจคืออะไร

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะในระบบหายใจ เช่น ปอด หลอดลม กล่องเสียง ถุงลม

    สาเหตุของโรคมักสัมพันธ์กับการติดเชื้อ การสูบบุหรี่ การสูดดมฝุ่นละออง เขม่าควัน หรือสารพิษ เข้าสู่ร่างกาย

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ มีโรคอะไรบ้าง

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจมีหลายโรค ดังต่อไปนี้

    โรคหอบหืด

    หอบหืด หรือบางครั้งเรียกว่าโรคหืด เป็นโรคที่มักพบในเด็ก อาการของโรค ได้แก่ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ อย่างสารปนเปื้อนในอากาศ ควันบุหรี่ หรืออากาศที่เย็นมากกว่าปกติ โดยเมื่อร่างกายสัมผัสกับสิ่งกระตุ้นดังกล่าวแล้ว หลอดลมจะหดแคบลงและมีสารคัดหลั่งไหลออกมา ทำให้หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ หรือแน่นหน้าอก ซึ่งอาจนำไปสู่อาการนอนไม่หลับหรือบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

    สำหรับสาเหตุของหอบหืดนั้น ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น โรคภูมิแพ้ พันธุกรรม การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

    ทั้งนี้ หอบหืดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมไม่ให้อาการกำเริบได้ ด้วยการรับประทานหรือสูดดมยาปฏิชีวนะ

    วัณโรค

    วัณโรค เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) บริเวณปอด ซึ่งเมื่ออยู่ในระยะแสดงอาการแล้ว จะทำให้ไออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ร่วมกับมีอาการเจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไข้ขึ้น และเบื่ออาหาร

    โดยทั่วไป มักพบวัณโรคในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ที่ผ่านการทำเคมีบำบัด นอกจากนี้ การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้อีกด้วย

    สำหรับการรักษา หากเชื้อวัณโรคไม่มีภาวะดื้อยาจนต้องรักษาด้วยยาหลายขนาน คุณหมอมักจ่ายยาให้ประมาณ 1-2 ชนิดซึ่งอาจเป็นไอโซไนอาซิด (Isoniazid) ไรแฟมพิซิน (Rifampicin) หรือไพราซินาไมด์ (Pyrazinamide)

    โรคถุงลมโป่งพอง

    ถุงลมโป่งพอง เมื่อเป็นแล้วจะหายใจลำบาก เนื่องจากภายในของถุงลมได้รับความเสียหายจนอ่อนแอหรือฉีกขาด ส่งผลให้ให้พื้นที่ผิวปอดน้อยลง และอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม

    สาเหตุหลักของโรคถุงลมโป่งพอง คือ การสูดดมมลพิษ สารเคมี ฝุ่นละออง เขม่าควัน หรือสารพิษจากควันบุหรี่หรือกัญชาเข้าสู่ปอดเป็นเวลานาน

    ทั้งนี้ ถุงลมโป่งพองไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่อาจบรรเทาอาการต่าง ๆ ไม่ให้รุนแรงขึ้นได้รวมทั้งชะลอเวลาที่อาการอาจแย่ลงอย่างรวดเร็วด้วยการรับประทานยา การผ่าตัด หรือการบำบัดตามคำแนะนำของคุณหมอ

    โรคมะเร็งปอด

    มะเร็งปอด เป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ชายไทยมากที่สุดเป็นอันดับสองรองลงมาจากมะเร็งตับ มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่ เนื่องจากสารต่าง ๆ ที่พบในควันบุหรี่นั้นมีฤทธิ์ก่อมะเร็ง อย่างเอ็น-ไนโตรซามีน ( N-nitrosamine) อะโรมาติก เอมีน (Aromatic amine) หรือแอลดีไฮด์ (Aldehyde)

    โดยทั่วไป มะเร็งปอดจะพบเมื่อผู้ชายมีอายุประมาณ 55-74 ปี อาการของโรคคือ ไอต่อเนื่อง ไอเป็นเลือด หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก เสียงแหบ และน้ำหนักลดลงผิดปกติ

    การรักษามะเร็งปอดทำได้หลายวิธี ดังนี้

    • การผ่าตัดเนื้อร้ายออกจากปอด หรือการผ่าปอดออกจากร่างกายในกรณีมะเร็งลุกลามเป็นวงกว้าง
    • การฉายรังสีเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง
    • การให้ยาเคมีบำบัดทางปากหรือหลอดเลือดดำ
    • การทำภูมิคุ้มกันบำบัด เพื่อส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันกำจัดหรือควบคุมเซลล์มะเร็งในปอด วิธีการรักษานี้มักใช้ในกรณีที่มะเร็งปอดอยู่ในระยะรุนแรงหรือลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

    นอกจากนี้ โรคเกี่ยวกับระบบหายใจยังมีอีกหลายชนิด เช่น

    • โรคไข้หวัดใหญ่
    • โรคหลอดลมอักเสบ
    • โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อหรือปอดบวม
    • โรคปอดจากการประกอบอาชีพ
    • โรคคออักเสบ
    • โรคไอกรน

    โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

    การรักษาสุขภาพระบบหายใจ เพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ สามารถทำได้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

    • งดสูบบุหรี่
    • หลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่ ฝุ่นละออง หรือสารเคมี เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงของ โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ
    • ออกกำลังกายเป็นประจำ
    • ล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของ โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างผักหรือผลไม้ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
    • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่ที่แออัดเพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อจากผู้ป่วย รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัยหากอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองหรือควันพิษ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    Duangkamon Junnet


    เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น · แก้ไขล่าสุด 30/11/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา