home

คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไข้หวัดใหญ่ อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการรักษา

คำจำกัดความ|อาการ|สาเหตุ|ปัจจัยเสี่ยง|การวินิจฉัยและการรักษาโรค|การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง
ไข้หวัดใหญ่ อาการ สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการรักษา

ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) ในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ไข้สูง น้ำมูกไหล ไอ จาม ปวดศีรษะ นอกจากนี้ ยังอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่อาจมีอาการคล้ายคลึงกับไข้หวัดธรรมดา แต่โดยปกติแล้วอาการของไข้หวัดใหญ่มักจะรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค หรือลดความรุนแรงของอาการได้

คำจำกัดความ

ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร

ไข้หวัดใหญ่ (Flu หรือ Influenza) เป็นการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาที่ระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูก ลำคอ ไปจนถึงปอด อาการของไข้หวัดใหญ่อาจมีตั้งแต่อาการไม่รุนแรงมาก เช่น ปวดศีรษะ มีน้ำมูก หนาวสั่น ปวดเมื่อยตัว มีไข้สูง ไปจนถึงอาการที่รุนแรง เช่น หายใจลำบาก ปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ผ่านทางการไอหรือจาม หรือหากอวัยวะในร่างกาย โดยเฉพาะมือ หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสไปสัมผัสกับบริเวณใบหน้า ดวงตา ปาก หรือจมูก ก็อาจทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้

อาการ

อาการของไข้หวัดใหญ่

เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะการฟักตัวประมาณ 1-3 วัน และอาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้

  • ไข้สูง
  • หนาวสั่น
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • เจ็บคอ คอแห้ง
  • ไอ
  • ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ

นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียร่วมด้วย โดยเฉพาะในเด็ก

ควรพบคุณหมอเมื่อใด

โดยปกติ ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการไม่รุนแรง แต่หากสังเกตพบอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

  • หายใจไม่ออก หายใจลำบาก
  • ปอดอักเสบ ซึ่งอาจสังเกตได้จากอาการเจ็บร้าวที่ไหล่หรือสีข้างเมื่อไอ ไข้สูง หนาวสั่น เป็นต้น
  • เจ็บหน้าอก
  • อาการชัก
  • ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการที่ควรสังเกตในเด็ก อาจมีดังนี้

  • ปากและนิ้วมือเป็นสีม่วงคล้ำ
  • หายใจไม่ออก หายใจลำบาก
  • ภาวะขาดน้ำ อาจสังเกตได้จากอาการกระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ ปวดศีรษะ เป็นต้น
  • อาการชัก
  • ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง

สาเหตุ

สาเหตุของไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza) ซึ่งมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ และอาจกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ ทุกปี อย่างไรก็ตาม ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สายพันธุ์หลัก ๆ ดังนี้

  • อินฟลูเอนซา A เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างทั่วโลก สามารถแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยได้อีก คือ H1N1, H1N2, H3N2, H5N1 และ H9N2
  • อินฟลูเอนซา B เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในระดับชุมชน ไม่มีการแบ่งสายพันธุ์ย่อย

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่

ปัจจัยเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่ อาจมีดังนี้

  • ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ติดเชื้อ HIV อาจเสี่ยงติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย และอาจมีอาการนานกว่าปกติ
  • อายุ ไข้หวัดใหญ่มักพบได้บ่อยในเด็กที่อายุตั้งแต่ 6 เดือน-5 ปี และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • สภาพแวดล้อม ผู้ที่ต้องดูแลคนป่วย ผู้ที่ต้องพบปะคนจำนวนมาก อาจเสี่ยงรับเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย
  • โรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคอ้วน อาจเพิ่มความความเสี่ยงในการภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ อาจเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของการตั้งครรภ์

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่

คุณหมอจะซักประวัติและตรวจดูอาการเบื้องต้น จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  • การตรวจพีซีอาร์ (Polymerase chain reaction หรือ PCR) ด้วยการป้ายคอหรือจมูก เพื่อเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งไปตรวจหาเชื้อไวรัส โดยสามารถตรวจไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ไปพร้อม ๆ กันได้
  • การตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่อย่างรวดเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Tests หรือ RIDTs) เป็นการทดสอบหาแอนติเจน (Antigens) ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 15 นาที แต่ไม่สามารถแยกแยะสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้

การรักษาไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่อาจหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่หากมีอาการรุนแรง หรือเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน คุณหมออาจให้ยาต้านไวรัส เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ซานามิเวียร์ (Zanamivir) เพื่อช่วยฆ่าเชื้อไวรัส ช่วยให้หายไวขึ้น และช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทั้งนี้ การใช้ยาต้านไวรัสอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ควรรับประทานยาพร้อมกับอาหาร และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่

การดูแลตัวเองเพื่อช่วยบรรเทาอาการของไข้หวัดใหญ่ อาจทำได้ดังนี้

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้มาก เพื่อช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยขับปัสสาวะ
  • ใช้ยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะและลดไข้
  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรือพบปะผู้คน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่

วิธีการดูแลตัวเองด้วยวิธีดังต่อไปนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ได้

  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านและพบปะผู้คน
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคที่อาจติดมากับมือ และช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยผู้ที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปควรฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการเกิดไข้หวัดใหญ่
  • หากยังไม่ได้ล้างมือ ไม่ควรนำมือมาสัมผัสใบหน้า จมูก และปาก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
  • ปิดปากทุกครั้งที่ไอและจาม
  • ทำความสะอาดบริเวณบ้าน โดยเฉพาะพื้นผิวต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสเป็นประจำ เช่น โต๊ะ ประตู เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัด
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

ไข้หวัดใหญ่ (Influenza). https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=13. Accessed December 13, 2021.

Influenza (flu). https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/flu/symptoms-causes/syc-20351719. Accessed December 13, 2021.

Influenza (Flu). https://www.cdc.gov/flu/symptoms/index.html. Accessed December 13, 2021.

Flu. https://www.nhs.uk/conditions/flu/. Accessed December 13, 2021.

Flu (Influenza). https://www.nfid.org/infectious-diseases/influenza-flu/. Accessed December 13, 2021.

Types of Influenza Viruses. https://www.cdc.gov/flu/about/viruses/types.htm. Accessed December 13, 2021.

Cold Versus Flu. https://www.cdc.gov/flu/symptoms/coldflu.htm. Accessed December 13, 2021.

Preventive Steps. https://www.cdc.gov/flu/prevent/prevention.htm. Accessed December 13, 2021.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 15/12/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย เนตรนภา ปะวะคัง