home

มะเร็งปอด

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า มะเร็งปอด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด โรคมะเร็งปอดทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ได้ แต่หากคุณรู้เท่าทันโรคมะเร็งปอด ก็จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับโรคนี้ได้ดีขึ้น

ความรู้ทั่วไป

บทความ มะเร็งปอด

มะเร็งปอด

โรค มะเร็งปอด คืออะไร โรคมะเร็งปอดเกิดขึ้นเมื่อเซลล์เนื้อเยื่อในปอดเติบโตในอัตรารวดเร็วอย่างผิดปกติ ซึ่งทำให้เกิดเนื้องอก หน้าที่ของปอด คือช่วยในการหายใจและจ่ายออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) โรคมะเร็งปอดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด โรคมะเร็งปอดทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ โรคมะเร็งปอดมีหลายประเภท โดยแต่ประเภทที่พบบ่อยที่สุดถูกตั้งชื่อตามขนาดของเซลล์ในก้อนเนื้อมะเร็ง มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small cell lung cancer: SCLC) ภาวะนี้หมายถึงเซลล์มะเร็งดูมีขนาดเล็กเมื่อตรวจดูจากกล้องจุลทรรศน์ ภาวะนี้พบได้ค่อนข้างยาก ประมาณ 1 ใน 8 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งปอดจะเป็นมะเร็งชนิดเซลล์เล็ก โดยมะเร็งปอดประเภทนี้สามารถเติบโตและพัฒนาตัวได้อย่างรวดเร็ว มะเร็งปอดชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็ก (Non-small cell lung cancer: NSCLC) ภาวะนี้หมายถึงเซลล์มะเร็งมีขนาดใหญ่กว่ากรณีของมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก คนส่วนใหญ่มักจะเป็นมะเร็งปอดประเภทนี้มากกว่า (ประมาณ 7 ใน 8 ราย) มะเร็งชนิดนี้พัฒนาตัวไม่เร็วเท่ามะเร็งชนิดเซลล์เล็ก ดังนั้นการรักษาจึงแตกต่างกัน มะเร็งปอดชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็กประเภทอื่นๆ ที่พบได้น้อยกว่า ได้แก่ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง (pleomorphic) เนื้องอกคาร์ซินอยด์ในระบบประสาทต่อมไร้ท่อ (carcinoid tumor) เนื้องอกนอกต่อมน้ำลาย มะเร็งต่อมน้ำลาย (salivary gland carcinoma) และ มะเร็งชนิดที่พบไม่บ่อยและมีลักษณะไม่เหมือนมะเร็งชนิดอื่นๆ (unclassified carcinoma) โรค […]

มะเร็งปอด

ในผู้ป่วยมะเร็ง บางครั้งผู้ป่วยก็ต้องการที่จะรับประทานอาหารให้มาก เพื่อบำรุงสุขภาพเพื่อต่อสู้กับโรค แต่อาจเกิดอาการเบื่ออาหารหรือกินไม่ได้เนื่องจากผลข้างเคียงจากการรักษา ที่ส่งผลให้เกิดโรคอย่างอะนอเร็กเซีย สูญเสียการรับรส คลื่นไส้ และอาการอื่นๆ และในความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งชนิดรุนแรงที่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ก็มีแนวโน้มจะตอบสนองต่อการรักษามากกว่าผู้ป่วยที่ปฏิเสธอาหาร และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็งปอด ซึ่งมักประสบปัญหาว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดเบื่ออาหาร การช่วยให้ผู้ป่วยมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น ก็อาจ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา และทำให้สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก ปัญหา ผู้ป่วยมะเร็งปอดเบื่ออาหาร เกิดจากอะไร โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดมักได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีที่บริเวณทรวงอก ซึ่งอาจก่อให้เกิดหลายปัญหาที่บริเวณหลอดอาหารของผู้ป่วย อาการคลื่นไส้ เจ็บปวด และอาการระคายเคืองในบริเวณลำคออาจนำไปสู่อาการกลืนลำบาก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้โดยทั่วไปที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดต่างต้องเผชิญ การได้รับสารอาหารที่พอเหมาะ และง่ายต่อการรับประทาน สามารถช่วยเพิ่มความอยากอาหาร เสริมสร้างสุขภาพ เพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยลดผลกระทบของผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยการฉายรังสี โภชนาการสำหรับผู้ป่วยมะเร็งปอด โภชนาการเป็นส่วนสำคัญในการรักษามะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็งปอด การเลือกอาหารและการปรุงที่เหมาะสม ทั้งก่อนการรักษา ระหว่างการรักษาและหลังการรักษามะเร็งปอด จะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีขึ้น และช่วยเพิ่มแรงต้านทานให้ร่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้สารอาหารที่ครบถ้วน ผู้ป่วยควรได้รับอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารจำเป็น อย่างเช่นแป้ง โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุและน้ำ หลักการโดยทั่วไปก็คือ ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดควรได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม อาจมีอาหารที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของอาการ ที่จะต้องได้รับอาหารเฉพาะอย่างที่เหมาะกับผู้ป่วย โดยควรปรึกษากับแพทย์เป็นการดีที่สุด โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสีบริเวณทรวงอก มักมีปัญหาที่บริเวณหลอดอาหาร เช่น […]

มะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอด (Lung Cancer) เป็นมะเร็งชนิดที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง ในแต่ละปีมีผู้คนนับล้านทั่วโลกป่วยเป็นโรคนี้ โรคมะเร็งปอดเป็นโรคที่หาสาเหตุได้ยาก แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านพบว่า โรคนี้มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่สามารถนำไปสู่ การเกิดมะเร็งปอด ได้ ว่าแต่สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากกันในบทความนี้ สาเหตุของ การเกิดมะเร็งปอด จากข้อมูลของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา พบว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปอดสูงถึงร้อยละ 90 การศึกษาระบุว่า มะเร็งปอดเกิดจากการเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอ ร่างกายคนเราฟื้นฟูตัวเองโดยการแบ่งและสร้างเซลล์ใหม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อร่างกายได้รับสารพิษมากเกินไป จนไม่สามารถฟื้นฟูได้ เซลล์จะเจริญเติบโตผิดปกติในอัตราที่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงทำให้เกิดเป็นมะเร็ง บุหรี่และควันบุหรี่ ประกอบด้วยสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด เช่น ไนโตรเจนออกไซด์ คาร์บอนมอนออกไซด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้ว่าคุณไม่สูบบุหรี่ แต่หากคุณอยู่ร่วมกับผู้ที่สูบบุหรี่ ก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้เช่นกัน และควันบุหรี่มือสองก็อันตรายพอ ๆ กับควันที่เกิดขึ้นเพราะสูบบุหรี่เอง การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดผลเสียต่อปอด และทำให้เกิดโรคมะเร็งเท่านั้น แต่การสูดดมสารที่ก่อมะเร็ง (Carcinogens) เช่น แอสเบสตอสหรือแร่ใยหิน (Asbestos) เรดอน (ธาตุกัมมันตรังสีชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นแก๊สเฉื่อย) ยังทำลายเซลล์ที่อยู่ในปอดอีกด้วย เมื่อเวลาผ่านไป การทำงานของเซลล์เหล่านี้จะผิดปกติ และพัฒนาไปสู่มะเร็งได้ สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปอดที่สามารถพบได้ในสถานที่ทำงาน ได้แก่ เรดอน แอสเบสตอส […]

มะเร็งปอด

เมื่อพบว่าคุณเป็นมะเร็งปอด แพทย์จะบอกคุณว่ามะเร็งอยู่ในขั้นใด คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ายิ่งเป็นมะเร็งระยะท้ายๆ อาการของโรคจะรุนแรงขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นความจริง แต่อย่างไรก็ตาม ระยะของโรคมะเร็งปอด จะบอกว่าได้ว่ามะเร็งปอดนั้นลุกลามมากเพียงใด และส่วนใดของปอดที่ได้รับผลกระทบ และนี่คือรายละเอียดที่คุณควรทราบในเบื้องต้น ทำไมคุณจำเป็นต้องทราบ ระยะของโรคมะเร็งปอด ระยะของมะเร็งปอดเป็นตัวบ่งบอกตำแหน่ง และขนาดของเนื้องอก และการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง ระยะของมะเร็งเป็นสิ่งที่แพทย์และคุณจะพูดคุยกัน ถึงการเติบโตของเชื้อมะเร็ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ทางการแพทย์ที่มากเกินไป ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ เพื่อการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ระยะของมะเร็งปอดมีอะไรบ้าง มีการจัดระยะของโรคมะเร็งที่แพทย์ใช้ การจัดระยะนี้เรียกว่า ระยะโรคมะเร็งแบบ TNM การจัดระยะแบบนี้ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่ ขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก (T หรือ tumor status) ต่อมน้ำเหลืองเกี่ยวข้องหรือไม่ (N หรือ nodal status) มะเร็งแพร่เข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองแล้วหรือไม่ (M หรือ metastatic status) ตัวอย่างเช่น หากไม่มีก้อนเนื้อ จะเรียกว่าระยะ T0 หากมะเร็งแพร่เข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองจะเรียกว่า N1 การจัดระยะของมะเร็งตามขนาดของเซลล์ ทั้งเซลล์ขนาดเล็กและที่ไม่ใช่ขนาดเล็กนั้น เป็นการจัดระยะอีกรูปแบบหนึ่ง มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (Non-small Cell Lung Cancer) เป็นมะเร็งที่มีความซับซ้อนกว่าชนิดเซลล์เล็ก เป็นชนิดมะเร็งที่แบ่งระยะการเกิดตามระยะการเกิดมะเร็งแบบ TNM ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้ […]

มะเร็งปอด

การ รอดชีวิตจากมะเร็งปอด ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่ว่าคุณเป็นมะเร็งระยะใดแล้ว ถึงแม้สถิติของการมีชีวิตรอดจากมะเร็งปอดอาจดูต่ำ จนทำให้คุณหมดกำลังใจ แต่ตัวเลขเหล่านั้นก็เป็นเพียงการประมาณการณ์เท่านั้น ตัวคุณเองสามารถที่จะชะลอการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็งได้ ด้วยการดูแลสุขภาพของตัวเองและป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับปอด สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง Hello คุณหมอ มีวิธีการที่จะช่วยให้คุณเป็นผู้รอดชีวิตจากมะเร็งปอดได้มาฝาก ดังต่อไปนี้ วิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาส รอดชีวิตจากมะเร็งปอด 1. เข้ารับการรักษาและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการรักษา คุณอาจได้รับผลข้างเคียงทั้งระยะสั้น เช่น คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร ผมร่วง อ่อนเพลีย และผลข้างเคียงระยะยาวที่อาจกินเวลาเป็นปี หลังจากเข้ารับการรักษา ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจส่งผลทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หากคุณมีอาการเกี่ยวกับผลข้างเคียงระยะยาวของการรักษา ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการในการหลีกเลี่ยง การดูแลติดตามผลการรักษา มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษา เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นมะเร็งปอดอีกครั้ง คุณและแพทย์ควรช่วยกันวางแผนการดูแลติดตามผล ซึ่งประกอบด้วย การเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ และการตรวจร่างกาย เพื่อติดตามการฟื้นฟูร่างกายของคุณอย่างใกล้ชิดต่อไป แพทย์สามารถช่วยให้คุณกลับไปมีชีวิตตามปกติได้ แต่คุณควรสังเกตร่างกายของตนเองขณะอยู่บ้านอยู่เป็นประจำ เพื่อเฝ้าระวังสัญญาณที่ผิดปกติกับร่างกาย และรีบแจ้งแพทย์ทันที 2. คิดบวกอยู่เสมอ ก็ช่วยให้ รอดชีวิตจากมะเร็งปอด ได้ คุณอาจเคยได้ยินถึงพลังของความคิดที่ส่งผลต่อร่างกาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์รับรองแล้วว่าเป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่า ความคิดในแง่ลบและความเครียด เป็นอุปสรรคต่อการรักษาโรคมะเร็งปอด จากการศึกษาพบว่า เมื่อผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะลุกลามที่เครียดเข้ารับการรักษาเคมีบำบัด พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงครึ่งหนึ่ง ของช่วงเวลาซึ่งผู้ป่วยที่ไม่เครียดสามารถอยู่ได้ งานวิจัยที่เกี่ยวกับค่ามัธยฐานระยะปลอดเหตุการณ์ (ซึ่งหมายถึงจำนวนเวลาหลังจากที่ร้อยละ 50 ของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ และอีกร้อยละ 50 […]

มะเร็งปอด

ไม่มีใครสามารถปฏิเสธประโยชน์ของวิตามินต่างๆ ที่มีต่อสุขภาพได้ เมื่อคุณเป็นมะเร็งปอด เป็นเรื่องจำเป็นมากยิ่งขึ้นที่ต้องเสริมปริมาณวิตามินที่เพียงพอต่อร่างกายของคุณ ต่อไปนี้ เป็นวิตามิน 5 อันดับแรกที่ช่วยคุณ สู้กับมะเร็งปอด Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ 5 วิตามิน ที่ช่วยคุณ สู้กับมะเร็งปอด เบต้าแคโรทีน เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นวิตามินเอประเภทหนึ่งที่ป้องกันปอดจากสารพิษ ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้ วิตามินเอ รวมทั้งเบต้าแคโรทีน มักพบในพืชผักสีแดง สีส้ม และสีเขียว เช่น มะเขือเทศ แครอท มันเทศ ผักโขม คะน้า และผักใบเขียวอื่นๆ วิตามินบี 6 วิตามินบี 6 (Vitamin B6) สามารถป้องกันปอดของคุณจากมลภาวะและการติดเชื้อ วิตามินบี 6 พบได้ส่วนใหญ่ในแครอท แอปเปิ้ล กล้วย ผักใบเขียวชนิดต่างๆ มันเทศ และในเนื้อสัตว์ การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 6 ช่วยสร้างเสริมสุขภาพของปอด และช่วยต้านมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิตามินซี วิตามินซี (Vitamin C) อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่ช่วยต่อสู้กับมะเร็งปอด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย หลักฐานการศึกษาในห้องปฏิบัติการจำนวนมากจากการศึกษาเกี่ยวกับสารเคมี การเพาะเลี้ยงเซลล์ […]

มะเร็งปอด

ในการนัดหมายแพทย์ หากคุณคิดว่าคุณมีสัญญาณหรืออาการของมะเร็งปอด แพทย์จะทำการประเมินประวัติสุขภาพ ประเมินปัจจัยเสี่ยงของคุณ และทำการตรวจร่างกาย แล้วแพทย์จึงอาจส่งต่อคุณไปยังแพทย์เฉพาะทาง เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมสำหรับ การวินิจฉัยมะเร็งปอด ต่อไป การตรวจเพื่อหา มะเร็งปอด มักเป็นการทดสอบแบบรุกล้ำร่างกาย จึงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการแพทย์ว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด โดยทั่วไปมีประโยชน์หรือไม่ บางคนเชื่อว่าทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น แต่เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่มีอาการจนกระทั่งเป็นโรคแล้ว คนรอบข้างจึงคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการตรวจพบมะเร็งแต่เนิ่นๆ ในระยะที่ยังรักษาได้ Hello คุณหมอ มีบทความเกี่ยวกับ สิ่งที่แพทย์มักจะแนะนำการตรวจต่างๆ เหล่านี้ หากมีอาการบ่งชี้ให้เชื่อว่า คุณอาจเป็น มะเร็งปอด การวินิจฉัยมะเร็งปอด ทำได้อย่างไรบ้าง การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจสัญญาณชีพ ฟังเสียงการหายใจ และตรวจหาภาวะตับบวมหรือต่อมน้ำเหลือง คุณอาจจะถูกส่งไปเข้ารับการตรวจ หากสงสัยว่าเป็นมะเร็งปอด มีวิธีหลายประการที่สามารถใช้ได้ การตรวจวินิจฉัยโรค มะเร็งปอด ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed tomography) หรือ ซีทีสแกน (CT scan) เป็นการเอกซเรย์เฉพาะประเภทหนึ่ง ที่ใช้สร้างภาพอวัยวะภายในร่างกายขณะที่เครื่องหมุนไปโดยรอบร่างกาย ทำให้ได้รูปภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งแสดงขนาด รูปร่าง และตำแหน่งของก้อนเนื้อที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้ การส่องกล้องตรวจหลอดลม ท่อบางเล็กๆ บางๆ กล้องตรวจหลอดลม จะถูกสอดผ่านทางปากหรือจมูกไปยังปอดเพื่อตรวจหลอดลมและปอด อาจนำตัวอย่างเซลล์ออกมาเพื่อทำการตรวจ การตรวจเสมหะเพื่อหา มะเร็งปอด เสมหะ เป็นของเหลวข้นที่ขับออกมาจากปอด ตัวอย่างเสมหะจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ สำหรับการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเซลล์มะเร็ง การตัดเนื้อปอดออกมาตรวจ การตรวจด้วยภาพสามารถตรวจจับก้อนหรือเนื้อ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเนื้องอกร้ายหรือไม่ร้าย […]

มะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอดเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต จากรายงานขององค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2012 มะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งชนิดที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดในบรรดามะเร็งชนิดอื่นๆ จำนวนสูงถึง 1.59 ล้านราย หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดตัวเลขสูงขนาดนี้ก็คือ มะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นนั้นตรวจพบได้ยาก ในกลุ่มผู้ที่ตรวจพบมะเร็งร้อยละ 40 พบว่ามะเร็งอยู่ในขั้นลุกลาม ในกลุ่มผู้ที่ตรวจพบมะเร็งถึง 1ใน 3 พบว่า มะเร็งลุกลามเข้าสู่ขั้นที่ 3 แล้ว สัญญาณดังต่อไปนี้เป็นสัญญาณเตือน อาการ มะเร็งปอด ที่ไม่ควรละเลย สัญญาณเตือน อาการ มะเร็งปอด ที่ไม่ควรละเลย 1. อาการไอรักษาไม่หาย การไอเป็นอาการที่พบบ่อย อาจจะเกิดจากการเป็นไข้หวัด หรือเกิดจากการสำลักอาหาร อย่างไรก็ตาม หากอาการไอยังไม่ทุเลา แม้ว่าหายจากไข้หวัดแล้ว หรือทานยาแล้วก็ตาม คุณควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจปอดด้วยการเคาะปอดหรือด้วยการเอ็กซเรย์ 2. การเปลี่ยนแปลงของอาการไอ การไอเรื้อรังเป็นหนึ่งในอาการที่พบบ่อยของหลายโรค เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคหอบหืด หรือไข้ละอองฟาง อย่างไรก็ตาม หากลักษณะของการไอเปลี่ยนไป เช่น เปลี่ยนจากไอแห้งๆ เป็นไอปนเสมหะหรือเลือด ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที 3. หายใจไม่ทันแม้ทำกิจกรรมตามปกติ หากคุณเกิดอาการหายใจไม่ทัน หรือมีเสียงหวีดในขณะหายใจ อาจเป็นสัญญาณของอาการโรคมะเร็งปอด คุณอาจหายใจลำบาก เนื่องจากเนื้องอกไปขวางทางเดินอากาศ หรือมีของเหลวที่บริเวณปอดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการกดทับบริเวณปอด แต่เนื่องจากอาการหายใจไม่ทันอาจเกิดขึ้นได้ทั่วไป ทำให้หลายคนละเลย […]

มะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอด สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคลทั่วไป รวมถึงเด็กเล็กนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการดูแลเด็กที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดนั้น นับเป็นเรื่องยากและซับซ้อน เนื่องจากอาจจำเป็นต้องใช้จิตวิทยาเข้ามาช่วยเสริม ซึ่งก็ยังขึ้นอยู่กับอายุ สภาพแวดล้อม และการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีบทความดี ๆ มาแนะนำสำหรับครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาต้องดูแล เด็กป่วย โรคมะเร็งปลอด ให้ผ่านไปได้มาฝากกันค่ะ ดูแล เด็กป่วย จาก โรคมะเร็งปอด ควรเริ่มจากอะไร การตรวจพบมะเร็งในระยะแรก จะช่วยทำให้การรักษาง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่กับผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยี่ที่ทันสมัยในการรักษาแล้ว การให้ความใส่ใจในการดูแลผู้ป่วยก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญด้วย หลักสำคัญในการ ดูแลเด็กป่วย เป็นมะเร็งปอด ก็คือ ขั้นแรกก็ต้องจัดเตรียมอาหารที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย โดยอาหารในแต่ละมื้อ ต้องเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมันดี ใยอาหาร แป้ง วิตามิน และแร่ธาตุ นอกจากนี้ก็ควรกระตุ้นให้เด็กรับประทานอาหาร ในปริมาณที่เยอะขึ้นด้วย โดยแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่ให้เขาได้รับประทานในหลาย ๆ มื้อแทน […]

มะเร็งปอด

วัยรุ่นกับมะเร็งปอด อาจฟังดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ป่วยที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เพราะนอกจากร่างกายจะเกิดความเปลี่ยนแปลงแล้ว สภาวะอารมณ์ก็ยังอาจแปรปรวน เมื่อรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปอดและต้องเข้ารับการรักษาด้วย กำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนฝูงจึงนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนมีวิธีให้กำลังใจที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้ Hello คุณหมอ นำ วิธีการจัดการอารมณ์ของ วัยรุ่นกับมะเร็งปอด ดังกล่าวนี้มาฝากกันค่ะ การพูดคุยกับแพทย์และพยาบาล การพูดคุยกับแพทย์และพยาบาลอาจเป็นเรื่องยากในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น คุณคือคนที่จะเข้าใจความรู้สึกของตนเองได้ดีที่สุด ฉะนั้นจึงควรพูดคุยกับแพทย์และพยาบาลตามความเป็นจริง เพื่อที่แพทย์จะได้ช่วยเหลือคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนี่คือเคล็ดลับที่อาจช่วยคุณได้ พูดอะไรตรงไปตรงมา คุณควรบอกแพทย์ถึงความรู้สึก ความเจ็บปวด หรือผลข้างเคียง เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินการรักษาได้อย่างเหมาะสม เมื่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล คุณก็ควรบอกความต้องการให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ทราบ หากรู้สึกว่าการพูดคุยเป็นเรื่องยาก ก็อาจขอให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยพูดให้ นอกจากนี้ ทีมแพทย์อาจประสานให้คุณได้พูดคุยกลุ่มสนับสนุน ผู้ให้คำปรึกษา หรือนักบำบัด เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำดีๆ การพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน พูดคุยกับคนที่คุณรู้สึกไว้ใจ เช่น เพื่อนๆ คุณครู หรือผู้คนที่นับถือศาสนาเดียวกัน เนื่องจากพวกเขาจะเป็นกำลังใจที่สำคัญ และช่วยให้คุณได้ระบายความคิดและความรู้สึกออกมา การพูดคุยกับวัยรุ่นที่เป็นมะเร็งเหมือนกัน ด้วยความที่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งเหมือนกันกับคุณ พวกเขาจึงเข้าใจถึงความรู้สึก และความกังวลของคุณ นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถแนะนำหรือแชร์ประสบการณ์ ในการจัดการกับผลข้างเคียงจากการรักษา ปัญหาการเรียน รวมถึงวิธีพูดคุยกับแพทย์ และนี่คือวิธี พูดคุยกับวัยรุ่นหรือกลุ่มสนับสนุนที่คุณเจอในโรงพยาบาล สืบหาองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง เข้าร่วมกับองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในวัยรุ่น หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ ขอคำแนะนำจากแพทย์และพยาบาล ใช้สื่อออนไลน์ คุณอาจติดต่อกับคนอื่นๆผ่านกลุ่มออนไลน์ หรือองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบันนับว่าเป็นช่องทางสำคัญในการติดต่อสื่อสาร แม้ว่าการสนทนาผ่านเครือข่ายออนไลน์จะเป็นเรื่องง่าย […]

x