สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพจิต

8 สัญญาณเตือน "ความเครียดสะสม" ที่หลายคนมองข้าม

ความเครียดเป็นปฏิกิริยาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อร่างกายและจิตใจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น งานที่เร่งรีบ ปัญหาครอบครัว การเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือความเจ็บป่วย ความเครียดในระดับพอดีอาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่หากความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็น ความเครียดสะสม ที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ ความเครียดสะสมอาจไม่ได้แสดงออกมาเป็นความรู้สึกเครียดชัดเจนเสมอไป บางคนอาจยังทำงาน ใช้ชีวิต หรือพูดคุยกับคนรอบข้างได้ตามปกติ แต่ร่างกายและใจเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัวบ่อย หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกหมดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ การรู้จักสังเกต อาการความเครียดสะสม จึงอาจช่วยให้สามารถดูแลตัวเองได้เร็วขึ้น ก่อนที่ความเครียดจะกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ การทำงาน หรือพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดสะสมอาจเกิดจากความกดดันที่ต่อเนื่อง เช่น งาน การเรียน ครอบครัว การเงิน หรือปัญหาสุขภาพ อาการความเครียดสะสมอาจแสดงออกทั้งทางกาย ใจ ความคิด และพฤติกรรม 8 สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดหัว หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ กินผิดปกติ ป่วยบ่อย แยกตัว และหมดไฟ […]

หมวดหมู่ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพจิต

ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

หัวใจสลาย เพราะอกหัก คุณไม่ได้คิดไปเองหรอกนะ!!

ทำไมการอกหักถึงทำให้เราเจ็บปวด หากใครเคยผ่านช่วงเวลาที่ความรักทำร้าย ไม่ได้ทำให้หัวใจเราเปี่ยมไปด้วยความสุข ก็คงเข้าใจดีว่ามันรู้สึกหดหู ผิดหวัง เศร้าเสียใจขนาดไหน ยิ่งเวลาความผิดหวังเข้ามาแทนที่แบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งทำให้เราเสียใจมากไปอีก จนถึงขั้นเหมือน หัวใจสลาย อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกจากหัวใจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับร่างกายจริง ๆ !! ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Broken Heart Syndrome หรือ “โรคหัวใจสลาย” ที่อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราวได้เลย จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้ ทำไม อกหัก แล้วถึงรู้สึกเจ็บปวด เมื่อคุณตกหลุมรักใครสักคน สมองจะผลิตสารเคมีต่างๆ เช่น เฟนิลเลไธลามีน (Phenylethylamine) โดพามีน (Dopamine) เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ออกมา สารเคมีเหล่านี้ทำให้เรามีความสุข รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว ร่าเริง แต่เมื่อเรา อกหัก สมองก็จะสั่งการให้หยุดหลั่งสารพวกนั้นออกมาอย่างเฉียบพลัน ทำให้เรารู้สึกเศร้า ห่อเหี่ยว ไม่อยากทำอะไร หมดเรี่ยวแรง เพราะอยู่ ๆ สารเคมีในร่างกายก็มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นในร่างกาย นอกจากนี้ เมื่อ […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

ออกกำลังกายบรรเทาโรคซึมเศร้า เริ่มต้นได้ด้วยวิธีเหล่านี้

ออกกำลังกายบรรเทาโรคซึมเศร้า ได้หรือไม่ มีงานวิจัยที่ชี้ว่า เราสามารถบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลได้ด้วยการ ออกกำลังกาย ซึ่งมีข้อมูลดังต่อไปนี้ ออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ การออกกำลังกายช่วยป้องกันและทำให้ปัญหาสุขภาพหลายๆ อย่างดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือโรคไขข้อ มีงานวิจัยที่บ่งบอกถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายทั้งในด้านร่างกายและจิตใจมีผลช่วยให้มีอารมณ์ที่ดีขึ้น และยังสามารถลดความวิตกกังวลได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างเป็นประจำยังมีแนวโน้มที่จะป้องกัน การกลับมามีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ ออกกำลังกายบรรเทาโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวลได้อย่างไร การออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ ดังนี้ การออกกำลังกายช่วยให้ร่างการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (endorphins) ซึ่งเป็นสารประกอบเปปไทด์ ซึ่งหลั่งออกมาจากระบบประสาทส่วนกลางและต่อมใต้สมอง สารเอนดอร์ฟินมักจะหลั่งเมื่อเราทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ขณะฟังดนตรี ขณะกินอาหาร ขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือแม้แต่การหัวเราะ ก็ช่วยให้เอนดอร์ฟินหลั่งได้ ซึ่งสารเอนดอร์ฟินจะช่วยให้เรารู้สึกดี มีความสุขอยู่ตลอด ช่วยให้จิตใจของเราไม่ฟุ้งซ่าน  เนื่องจากการที่เราจดจ่ออยู่กับการออกกำลังกาย หมายความว่า เราจะไม่วอกแวกหรือนึกถึงเรื่องต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลได้ เพิ่มความมั่นใจ การที่เราสามารถบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเป้าหมายเล็กๆ แต่มันก็สามารทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ การมีรูปร่างที่ดีเพราะออกกำลังกาย ยังทำให้เรามั่นใจในรูปร่างของตัวเองด้วย มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากขึ้น  การออกกำลังกายอาจทำให้คุณมีโอกาสได้พบปะหรือสังสรรค์กับผู้อื่น ที่สนใจในสิ่งเดียวกันมากขึ้น เพียงแค่การยิ้มให้กันหรือทักทายกันเพียงเล็กน้อย ก็สามารถช่วยให้คุณมีอารมณ์ที่ดีขึ้นได้แล้ว เป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพ  การจัดการกับโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล ด้วยวิธีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างการออกกำลังกาย ถือเป็นกลยุทธ์การรับมือกับปัญหาสุขภาพที่ดี แต่การพยายามที่จะทำให้ตนเองรู้สึกดีด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยหวังว่าอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลเหล่านั้นจะหายไป วิธีเช่นนี้กลับเป็นวิธีที่ทำให้เรามีอาการแย่ลงไปอีก ออกกำลังกายมากแค่ไหนถึงจะเพียงพอ ? การออกกำลังกายมากกว่า 30 นาทีต่อวันเป็นเวลา 3 ถึง […]


ความสัมพันธ์ที่ดี

กอดเติมพลัง ชาร์ตแบตให้ใจและกายให้เต็มร้อย

ประโยชน์ของการกอด ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อย หรือว่าเศร้าใจ สามารถช่วยเป็นกำลังใจที่ดีได้ในยามท้อแท้ การได้อ้อมกอดดีๆ จากคนที่เรารัก มันช่างเติมเต็มหัวใจให้มีความสุขขึ้นมาก เรียกได้ว่าการกอดเป็นการแสดงความรักที่เปรียบเสมือนยาวิเศษ ช่วยทำให้อบอุ่นหัวใจ การกอดนอกจากจะช่วยรักษาในเรื่องของจิตใจ อารมณ์ของเราแล้ว ประโยชน์ของการกอด ยังส่งผลต่อสุขภาพของเราในด้านอื่นๆ อีกด้วย Hello คุณหมอ อยากชวนทุกคนมารู้ ประโยชน์ ของการกอดกันค่ะ [embed-health-tool-heart-rate] พลังแห่งการกอด การกอด เราสามารถเรียกมันว่า “พลัง” ได้จริงๆ เพราะขณะที่ร่างกายเรากำลังหมดเรี่ยวแรง เมื่อได้กอดดีๆ มาเติมเต็มก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนชาร์ตแบตให้เต็มอีกครั้ง เพราะการกอดเป็นการสัมผัสที่ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียด ช่วยให้เกิดความผูกพันธ์ รู้สึกถึงความมั่นคง ความปลอยภัยทางอารมณ์ เมื่อมีการสัมผัสไม่ว่าจะเป็นการจับมือ การกอด เราจะรับรู้ถึงความรู้สึกนั้น และร่างกายก็จะมีการตอบสนอง สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จะผลิตสารเคมีที่เรียกว่าออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือ ฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งปล่อยออกมาจากต่อมใต้สมอง เมื่อมันเข้าสู่ร่างกาย เราจะรู้สึกอบอุ่น รู้สึกดี หลังจากกอดพลังการกอดก็จะยังคงอบอวลอยู่กับเรา เพราะออกซิโทซินจะช่วยก่อให้เกิดความรู้สึกไว้วางใจ การถูกเอาใจใส่และความสงบ นอกจากนี้ยังกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ทำให้การลำเลียงของออกซิเจนไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายดีขึ้น ผลที่ตามมาคือร่างกายจะกระปรี้กระเปร่าและแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น ช่วยรักษาภาวะซึมเศร้า ลดความเครียด ประโยชน์ของการกอด ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนสูงอายุหรือคนป่วยที่มีความเปราะบาง […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

เหตุผลที่คนใกล้ชิดไม่สามารถเป็น นักจิตวิทยา ให้คุณได้

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ the Journal of Counseling Psychology พบว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นหลังจาก ปรึกษานักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ภายใน 7-10 ครั้ง และ 88% ของผู้ที่ได้รับการรักษาทางจิตวิทยาอย่างเต็มรูปแบบ มีรายงานว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นหลังจากครั้งแรก อย่างไรก็ตามหลายคนเลือกที่จะปรึกษาปัญหาทางจิตวิทยากับเพื่อน หรือคนในครอบครัว แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าไม่สามารถรับมือกับปัญหาทางจิตวิทยาได้แล้ว เช่น คุณเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง คุณควรปรึกษานักจิตวิทยา เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ทำให้คนใกล้ชิดอย่างเพื่อนหรือคนในครอบครัว ไม่สามารถเป็นนักจิตวิทยาให้คุณได้ เมื่อไหร่ที่คุณควรไปพบนักจิตวิทยา รู้สึกเศร้า รู้สึกโกรธ หรือรู้สึกว่า “ไม่ใช่ตัวคุณ” ความเศร้า ความโกรธ หรือความสิ้นหวัง ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิตที่สามารถเยียวยาได้ ถ้าการกินและการนอนของคุณผิดปกติ และภาวะซึมเศร้าของคุณเริ่มกระทบกับชีวิตประจำวัน หรือถึงขั้นมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ควรปรึกษาแพทย์ ใช้แอลกอฮอล์ อาหาร การมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ยาเสพติดเพื่อเยียวยา ถ้าคุณใช้แอลกอฮอล์ อาหาร การมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ยาเสพติดเพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น คุณอาจเสพติดสิ่งเหล่านี้จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และจะเกิดผลเสียในที่สุด ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และการเสพติดสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน คุณควรปรึกษาจิตแพทย์ คุณสูญเสียคนสำคัญ หรือสิ่งที่สำคัญไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับมือกับการสูญเสียได้ และความเศร้าโศกอาจเป็นกระบวนการที่ยากลำบากและยาวนาน ดังนั้นคุณอาจต้องมองหาความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยา หรือปรึกษาจิตแพทย์ บาดแผลทางจิตใจ บาดแผลในอดีตบางอย่างอาจยังกระทบต่อจิตใจของคุณ การปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์อาจเป็นหนทางที่ทำให้คุณรับมือกับบาดแผลทางจิตใจได้ เหตุผลที่การ ปรึกษานักจิตวิทยา ดีกว่าการปรึกษาเพื่อน หรือคนใกล้ชิด นักจิตวิทยาไม่ตัดสินคุณ คุณสามารถพูดคุยกับนักจิตวิทยาในเรื่องใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องกลั่นกรองหรือกลัวว่าจะมีคนตัดสินคุณ เนื่องจากนักจิตวิทยาจะได้รับการฝึกมาเพื่อรับฟังปัญหาทางจิตวิทยา ซึ่งจะแตกต่างจากเพื่อนของคุณหรือคนในครอบครัวที่อาจไม่ได้รับการฝึกมาเพื่อให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา นักจิตวิทยาให้คำปรึกษาตามความเป็นจริง ปัญหาของการปรึกษาปัญหากับเพื่อนคือ […]


โรคการกินผิดปกติ

หยุด กินตามอารมณ์ เพื่อสุขภาพและการลดน้ำหนัก

งานวิจัยพบว่าการกินอาหารตามใจปาก เป็นอาการที่พบบ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย การกินอาหารช่วยทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้นหรือไม่ และคุณมักจะบรรเทาความเครียดด้วยการกินใช่หรือเปล่า ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่กินตามใจปากมากกว่าจะกินในเวลาที่ร่างกายหิว จนควบคุมตัวเองไม่ได้อาจเป็นปัญหาต่อสุขภาพ Hello คุณหมอ มีข้อมูลดีๆ มาฝากว่า การกินตามอารมณ์ คืออะไรและส่งผลต่อร่างกายอย่างไร กินตามอารมณ์ (Emotional Eating) คืออะไร กินตามอารมณ์ คือ วิธีจัดการกับความรู้สึกโดยใช้การกินอาหาร เช่น หลายคนคงเคยกินมันฝรั่งทอดกรอบห่อใหญ่ในเวลาที่รู้สึกเบื่อ แต่เมื่อกินจนหมดแล้วก็มักจะพบว่ากินมากจนเกินไป การกินโดยไม่รู้ตัวจึงอาจส่งผลให้น้ำหนักขึ้น และมีผลเสียต่อสุขภาพตามมา นอกจากนี้หนึ่งในความเข้าใจผิดคือ การกินตามอารมณ์จะเกิดขึ้นจากอารมณ์ในแง่ลบ เช่น ความเครียด ความเหงา ความเศร้า ความกังวล หรือความเบื่อหน่าย แต่แท้จริงแล้วการกินตามอารมณ์สามารถสัมพันธ์กับความรู้สึกในแง่บวกด้วย เช่น การกินของหวานในวันวาแลนไทน์ หรือการกินเพื่องานฉลองวันหยุด กินตามอารมณ์ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร การกินตามอารมณ์ อาจเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น ส่งผลต่อน้ำหนักขึ้นหรือทำให้กินมากผิดปกติ ปัญหาของการกินตามอารมณ์คือ เมื่อความสุขจากการกินหมดไป ความรู้สึกที่เป็นต้นเหตุจะยังคงอยู่ เช่น คุณกินตามอารมณ์เพราะเศร้า การกินอาหารอาจทำให้ความเศร้าหายไปชั่วคราว แต่ไม่นานคุณจะกลับมาเศร้าอีกเพราะความเศร้าที่เป็นต้นเหตุยังไม่หายไป นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกแย่จากการกินอาหารปริมาณมาก ดังนั้นการแยกความแตกต่างระหว่างความหิวกับความหิวตามอารมณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนี้ ความหิวที่แท้จริง ค่อยๆ เกิดขึ้น และสามารถชะลอเวลาได้ สามารถพอใจกับปริมาณอาหาร มีแนวโน้มว่าจะหยุดกินเมื่ออิ่ม ไม่ได้เป็นสาเหตุของความรู้สึกผิด ความหิวตามอารมณ์ เป็นความรู้สึกที่ทันทีและเร่งด่วน อยากกินอาหารที่เฉพาะเจาะจง เช่น พิซซ่า หรือไอศกรีม คุณมีแนวโน้มว่าจะกินมากกว่าปกติ ทำให้รู้สึกผิด อย่างไรก็ตาม การกินตามอารมณ์ไม่ได้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพเสมอไป เป็นเรื่องปกติที่บางครั้งคนเราจะกินเพื่อฉลองกับเพื่อน หรือในเวลาที่รู้สึกไม่ดี […]


สุขภาพจิต

ไบโพล่า อาการ สาเหตุ การรักษา

ไบโพล่า หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นภาวะทาอารมณ์ที่อาจทำให้อารมณ์แปรปรวนเป็นอย่างมาก สามารถเปลี่ยนจากการมีความสุข เป็นการมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างมาก อารมณ์แปรปรวนอาจเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อปี หรือแม้กระทั่ง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาการของไบโพล่าอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ การทำงาน การเรียน หรือแม้กระทั่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้น ผู้ที่เป็นไบโพล่าจึงควรเข้ารับการรักษา เพื่อควบคุมภาวะอารมณ์แปรปรวน   คำจำกัดความไบโพล่า คืออะไร ไบโพล่า หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) หรือเป็นที่รู้จักอีกอย่างหนึ่งว่า โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (Manic Depression) เป็นภาวะทางจิตที่รุนแรงที่อาจทำให้มีอารมณ์แปรปรวนเป็นอย่างมาก อาจเปลี่ยนจากการมีความสุข (Mania) เป็นการมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างมาก (Depression) บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยอาจมีอารมณ์ปกติในระหว่างช่วงอารมณ์ทั้งสองนี้ได้ หากผู้ป่วยอารมณ์ไม่ดี อาจทำให้รู้สึกซึมเศร้า สิ้นหวัง และอาจไม่มีความสนใจในกิจกรรมประจำวัน แต่หากผู้ป่วยอารมณ์ดี อาจทำให้รู้สึกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกระตือรือร้น ภาวะอารมณ์แปรปรวนอาจเกิดขึ้น 2-3 ครั้งต่อปี หรือแม้กระทั่ง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น อาการที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการเรียน หรือแม้กระทั่งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้น ผู้ที่เป็นไบโพล่าจึงควรเข้ารับการรักษา เพื่อควบคุมภาวะอารมณ์แปรปรวน ไบโพล่า พบได้บ่อยแค่ไหน ไบโพล่ามักเริ่มมีอาการในระหว่างช่วงวัยรุ่นตอนปลายหรือช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น แต่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเป็นไบโพล่าได้ […]


ความสัมพันธ์ที่ดี

ติดมือถือทำร้ายชีวิตรัก อาการติดมือถือกำลังบ่อนทำลายชีวิตรักของคุณอยู่หรือเปล่า

แฟนเรียกไม่ได้ยินเพราะกำลังแชทอยู่กับเพื่อน แฟนนั่งอยู่ข้างๆ แต่ตาเอาแต่จ้องหน้าจอโทรศัพท์ ระวังจะเสียคนรักโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากมีงานวิจัยหลายงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่าการ ติดมือถือทำร้ายชีวิตรัก ของคุณ ติดมือถือทำร้ายชีวิตรัก เราได้อย่างไร งานวิจัยพบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบเลอร์ (Baylor University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำรวจชาวอเมริกัน วัยผู้ใหญ่ 450 คน ว่าการใช้โทรศัพท์มือถือส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักหรือไม่ ผลการสำรวจพบว่า กลุ่มที่ไม่ได้รับความสนใจจากคู่รักมีมากกว่า 46% กลุ่มที่บอกว่า อาการติดโทรศัพท์มือถือสร้างความขัดแย้งให้คู่รัก มีจำนวน 23% กลุ่มที่บอกว่าพวกเขารู้สึกหดหู่บางครั้ง มีจำนวน 37% และมี 32% ที่บอกว่าโทรศัพท์มือถือไม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ เจมส์ โรเบิร์ต ศาสตราจารย์ภาคการตลาด หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า สิ่งที่งานวิจัยค้นพบคือ การติดมือถือจนไม่สนใจคนรัก จะทำให้เกิดความขัดแย้งและความไม่พอใจกัน ผลเสียของอาการติดมือถือคือ บั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก และอาจยังส่งผลให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจในตัวเอง ซึ่งนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด คู่สามีภรรยากับอาการติดมือถือ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้ โซเชียลมีเดีย ของคู่สมรส ชาวยุโรป 24,000 คน พบว่าการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตสมรสของคู่รัก โดยคู่รักมีแนวโน้มที่จะดูชีวิตของคนในโซเชียล มีเดีย และเอามาเปรียบเทียบกับคนรักของตัวเอง ซึ่งทำให้เกิดความไม่พึงพอใจต่อคนรัก และยังมีการสำรวจที่พบว่า โทรศัพท์มือถือทำให้คู่รักห่างกัน […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

กลัวที่ชุมชน (Agoraphobia)

คำจำกัดความโรค กลัวที่ชุมชน คืออะไร โรค กลัวที่ชุมชน (Agoraphobia) เป็นโรควิตกกังวลชนิดหนึ่งที่คุณรู้สึกกลัว และหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์ที่ทำให้คุณหวาดกลัว และรู้สึกเหมือนกักขัง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือประหม่า คุณกลัวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ การอยู่ในสถานที่เปิดหรือปิด การเข้าคิว การอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ ผู้ป่วยโรค กลัวที่ชุมชน มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่คนเยอะ หากต้องออกไปในที่สาธารณะก็มักต้องมีคนไปด้วย เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน หรือบางคนอาจหวาดกลัวมากจนไม่สามารถออกจากบ้านได้ โรคกลัวที่ชุมชนพบบ่อยแค่ไหน โรคกลัวที่ชุมชนพบได้บ่อย เกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า โรคมักเกิดในช่วงอายุระหว่าง 18-35 ปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์ อาการอาการของโรคกลัวที่ชุมชน อาการทั่วไปของโรคกลัวที่ชุมชุน ได้แก่ ความกลัวในเรื่องต่อไปนี้ การออกจากบ้านคนเดียว การอยู่ในฝูงชนหรือการเข้าคิว การอยู่ในที่ปิด เช่น โรงหนัง ลิฟต์ ร้านค้าเล็กๆ การอยู่ในที่เปิดโล่ง เช่น ลานจอดรถ สะพาน  ห้างสรรพสินค้า การใช้ขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ เครื่องบิน รถไฟ ผู้เป็นโรคกลัวที่ชุมชนมักกลัวว่า หากต้องอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์ข้างต้น แล้วเกิดตื่นกลัว ทำอะไรไม่ถูก ประหม่า หรืออับอาย แล้วจะหนีออกจากสถานการณ์เหล่านั้นไม่ได้ หรือไม่มีใครช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังมีอาการได้แก่ กลัวหรือวิตกกังวลเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง กลัวหรือวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ ต้องการคนอยู่ด้วย […]


ความสัมพันธ์ที่ดี

อกหัก ไม่ยักกะตาย รับมือสบาย ๆ ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

เราอาจรู้สึกว่าอาการ อกหัก เป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ๆ ล้วน แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ความรักส่งผลต่อสมองของเราแบบเดียวกับสารเสพติด การเลิกรากันจึงทำให้เกิดอาการไม่ต่างจากการเลิกยาหรือสารเสพติด ดังนั้น Hello คุณหมอ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ อาการอกหัก ในแบบวิทยาศาสตร์ และใช้วิธีการรับมือที่มีงานวิจัยรับรองแล้วว่าได้ผลกันดู วิธีรับมือกับอาการ อกหัก 1. ระบายเรื่องราวให้คนที่ไว้ใจฟัง งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Evolutionary Behavioral Sciences เปรียบเทียบ อาการอกหัก ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย พบว่า เวลาอกหักผู้หญิงจะเจ็บปวดกว่าผู้ชายในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้หญิงจะทำใจได้เร็วกว่าผู้ชาย งานวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจชายและหญิงกว่า 96 ประเทศ จำนวน 5,700 คน แต่เนื่องจากเป็นแบบสำรวจออนไลน์ ผลการวิจัยจึงบอกภาพรวมของเพศชายและเพศหญิง ไม่ได้เจาะจงเฉพาะกลุ่ม ผลการสำรวจพบว่า หลังจากแยกทางกัน ผู้หญิงโดยเฉลี่ย 68% รู้สึกเจ็บปวดทางอารมณ์ ส่วนผู้ชายที่รู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกันคือ 66% นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้หญิง 42% และผู้ชาย 37.5% มีอาการเจ็บปวดทางร่างกายเนื่องจากการอกหัก จะเห็นได้ว่า ผู้ชายเจ็บปวดน้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยกลับพบว่า ผู้หญิงทำใจได้เร็วกว่า เพราะผู้หญิงพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน ระบายให้เพื่อนฟัง ส่วนผู้ชายจะไม่ขอคำปรึกษาเรื่องความรักจากเพื่อน […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

สัญญาณของโรคซึมเศร้า ที่แตกต่างกันในผู้ป่วยต่างวัย สังเกตให้ดีเพื่อที่จะได้ไม่มองข้าม!

โรคซึมเศร้า เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ ที่อาจเรียกอีกอย่างว่า ภาวะซึมเศร้ารุนแรง หรือซึมเศร้าแบบเมเจอร์ ดีเพรสชั่น (Major Depressive Disorder) โรคนี้ส่งผลกระทบต่อวิธีคิด ความรู้สึก และการกระทำในชีวิตประจำวัน แต่อาการที่แท้จริงของโรคซึมเศร้า คืออะไร บทความนี้จะนำเสนอ สัญญาณโรคซึมเศร้า ที่พบบ่อย ในกลุ่มผู้ป่วยในแต่ละวัย ดังนี้ สัญญาณโรคซึมเศร้า ในผู้ใหญ่ สัญญาณของโรคซึมเศร้าในผู้ใหญ่ มีดังนี้ รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า กังวลใจ รู้สึกหมดหวัง รู้สึกโกรธ แม้กับเรื่องเล็กน้อย รู้สึกเหนื่อยล้า และหมดแรง รู้สึกไม่อยากทำอะไรที่เคยสนใจมาก่อนหน้านี้ มีปัญหาการนอนหลับ หรือนอนมากเกินไป คิดช้า เคลื่อนไหวช้า รู้สึกว่าสมาธิลดลง มีอาการปวดหลังหรือปวดศีรษะ แต่ไม่ทราบสาเหตุ รู้สึกผิดหรือไม่มีคุณค่า โทษตัวเอง มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย หรือพยายามฆ่าตัวตาย หากคุณมีอาการดังกล่าวบ่อยครั้งต่อวัน เป็นเวลาสองสัปดาห์ขึ้นไป คุณอาจเป็นโรคซึมเศร้า คุณควรพบหมอเพื่อวินิจฉัยภาวะที่เกิดขึ้น สัญญาณของโรคในเด็กและวัยรุ่น สัญญาณของโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นอาจแตกต่างจากอาการในผู้ใหญ่ ดังนี้ อาการของเด็ก เด็กอาจรู้สึกเศร้า หงุดหงิด กังวล ปวดศีรษะ ปวดหลัง และพวกเขาไม่อยากไปโรงเรียน รวมถึงมีปัญหาด้านการกิน อาการของวัยรุ่น พวกเขาอาจรู้สึกเศร้า มองโลกในแง่ร้าย ไร้ค่า โมโห อ่อนไหว มักคิดว่าการกระทำของพวกเขาไม่ดี และไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เรียนได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาอาจดื่มเหล้า หรือสูบบุหรี่ เพื่อจัดการกับปัญหา สัญญาณของโรคในผู้สูงอายุ สัญญาณของโรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุอาจสังเกตไม่ได้ อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุต้องได้รับการรักษา […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน