ผอม เสี่ยงเบาหวาน ได้อย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

    ผอม เสี่ยงเบาหวาน ได้อย่างไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร

    ผอม เสี่ยงเบาหวาน ได้อย่างไร อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่ลดลงอาจทำให้ร่างกายขาดพลังงาน ขาดน้ำ อ่อนเพลีย รวมถึงอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น พันธุกรรม การรับประทานอาหาร พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ก็อาจเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาจทำให้คนผอมเสี่ยงเป็นเบาหวานได้ ดังนั้น การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้

    น้ำหนักเท่าไหร่ที่หมายถึงคนผอม

    การคำนวณหาค่าเฉลี่ยในเรื่องของน้ำหนักที่ถูกต้องควรจะเป็นไปตามหลักการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI โดยใช้น้ำหนักและส่วนสูงในการคำนวณเพื่อหาค่าดัชนีมวลกาย ตามสูตรดังนี้

    • BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง

    เช่น น้ำหนัก 56 กิโลกรัม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร แปลงหน่วยเป็นเมตรจะได้ 1.75 เมตร และจะได้สูตรออกมาดังนี้ 56 ÷ (1.75 x 1.75) = 18.30 ค่า BMI จึงเท่ากับ 18.30

    ผลของค่า BMI

    • ค่า BMI 18.5 หรือน้อยกว่า แปลว่า น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
    • ค่า BMI 18.5 – 24.9 แปลว่า น้ำหนักตามเกณฑ์
    • ค่า BMI 25 – 29.9 แปลว่า น้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์
    • ค่า BMI 30 หรือมากกว่า แปลว่า น้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์ในระยะ 2

    คน ผอม เสี่ยงเบาหวาน เกิดจากอะไรได้บ้าง

    ปัจจัยที่ทำให้คนผอมเสี่ยงเบาหวาน อาจมีดังนี้

    พันธุกรรม

    หากสมาชิกในครอบครัวอย่างเคยเป็นโรคเบาหวาน ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้เช่นกัน เพราะโรคเบาหวานอาจสามารถส่งต่อผ่านยีนหรือพันธุกรรมได้

    คอเลสเตอรอลสูง

    การรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงเป็นประจำ เช่น หอย ชีส ของทอด ของมัน ของหวาน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้

    สูบบุหรี่

    การสูบบุหรี่อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ สารในบุหรี่อย่างนิโคตินยังมีฤทธิ์ขัดขวางการทำงานของอินซูลินในร่างกายด้วย

    การคลอดลูกที่มีขนาดตัวใหญ่

    สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ หากลูกมีขนาดตัวที่ใหญ่ หนักตั้งแต่ 4.08 กิโลกรัมขึ้นไป หลังจากคลอดแล้วอาจมีโอกาสที่จะมีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งเกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดมีปริมาณสูงขึ้นมากผิดปกติในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ เป็นผลให้ทารกที่คลอดออกมามีน้ำหนักตัวมากและทารกมีขนาดตัวใหญ่ ทารกที่คลอดออกมามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนและเสี่ยงเบาหวาน

    รับประทานอาหารรสจัด

    การรับประทานอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นหวานจัด หรือเค็มจัด ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานทั้งสิ้น โดยเฉพาะหากมีการสะสมของคาร์โบไฮเดรต แป้ง และน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

    ความเครียด

    ความเครียดนั้นไม่ได้ส่งผลเพียงโรคซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย เนื่องจากร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในขณะที่เครียด จากนั้น ร่างกายจะปล่อยพลังงานออกมาในรูปแบบของน้ำตาล ทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

    ไม่ออกกำลังกาย

    การไม่ออกกำลังกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ รวมไปถึงโรคเบาหวาน การออกกำลังกายนั้นช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยในการเผาผลาญ จึงสามารถที่จะเผาผลาญน้ำตาลในร่างกายออกไปได้ ดังนั้น หากออกกำลังกายอย่างพอเหมาะอยู่เสมอ ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

    วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงเบาหวาน

    สำหรับวิธีการดูแลตัวเองเพื่อสดความเสี่ยงเบาหวาน อาจทำได้ดังนี้

    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดถูกเผาผลาญออกไป และช่วยให้ระดับน้ำตาลในร่างกายนั้นคงที่ แต่ควรระวังไม่ให้มีการหักโหมออกกำลังกายที่มากเกินไป เพราะแทนที่จะลดความเสี่ยง กลับจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงแทน เพราะร่างกายมีการหลั่งสารอะดรีนาลีนมากเกินไป และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

    • เลิกสูบบุหรี่

    จากที่กล่าวไปว่าการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ดังนั้น ควรเลิกสูบบุหรี่ โดยอาจเริ่มจากค่อย ๆ ลดการสูบบุหรี่ลงทีละน้อยจนกระทั่งไม่สูบเลย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่

    รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

    การใส่ใจเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้มากขึ้น เช่น รับประทานอาหารให้หลากหลาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่รับประทานอาหารรสจัดเกินไป (เช่น หวานจัด เค็มจัด มันจัด) รวมถึงระวังในเรื่องของอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้

    ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ

    การไปตรวจสุขภาพนอกจากจะทำให้ทราบถึงความเสี่ยงแล้ว ก็ยังช่วยให้สามารถหาทางรับมือและแนวทางการรักษาได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น จึงควรไปตรวจสุขภาพและตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ

    ดูแลร่างกายและจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ

    เนื่องจากความเครียดอาจทำให้เกิดโรคเบาหวานได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นดูแลสุขภาพจิตอยู่เสมอ ควรพักและหาเวลาผ่อนคลายสมองจากความเมื่อยล้าบ้าง เพื่อให้ร่างกายและจิตใจเกิดความสมดุล และเป็นการลดความเครียดลงด้วย

    ข้อสำคัญ

    แม้ว่าจะผอม แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เป็นโรคเบาหวาน เพราะเบาหวานขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้น ไม่ว่าจะมีน้ำหนักตัวเท่าใด แต่การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพื่อสุขภาพของตนเอง

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


    เขียนโดย Khongrit Somchai · แก้ไขล่าสุด 18/12/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา