ค่าดัชนีมวลกาย มีความสัมพันธ์กับสุขภาพอย่างไร

    ค่าดัชนีมวลกาย มีความสัมพันธ์กับสุขภาพอย่างไร

    ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) คือ เครื่องมือชี้วัดที่นำน้ำหนักตัวและส่วนสูงมาคำนวณ เพื่อให้ทราบถึงว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หรือเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีมวลกายเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้เสมอไป โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เล่นกีฬาและเล่นกล้าม เพราะน้ำหนักที่เกินเกณฑ์อาจเป็นผลมาจากมวลกล้ามเนื้อ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย

    ความสัมพันธ์ของค่าดัชนีมวลกายกับสุขภาพ

    การวัดค่าดัชนีมวลกาย มีความสำคัญต่อสุขภาพเนื่องจากอาจทำให้ทราบได้ว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ใด ต่ำกว่าเกณฑ์หรือมากกว่าเกณฑ์หรือไม่ เพื่อวางแผนการเพิ่มน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนักให้ค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพ ดังต่อไปนี้

    ค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์

    คือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า 18.5 ซึ่งอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้

    • ภาวะขาดสารอาหาร
    • โรคกระดูกพรุน
    • โรคโลหิตจาง
    • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
    • ปัญหาด้านการเจริญพันธุ์ เช่น ประจำเดือนขาด ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    ค่าดัชนีมวลกายสูงกว่าเกณฑ์

    คือผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่า 23 ขึ้นไป ซึ่งอาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้

    • โรคอ้วน
    • โรคความดันโลหิตสูง
    • ภาวะคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
    • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
    • โรคหลอดเลือดหัวใจ
    • โรคหลอดเลือดสมอง
    • โรคข้อเข่าเสื่อม
    • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
    • โรคตับ
    • โรคมะเร็ง

    นอกจากนี้ ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายสูงกว่าเกณฑ์และเป็นโรคโควิด-19 อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอีกด้วย

    วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกาย

    วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกายในเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำได้ดังนี้

    วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ในผู้ใหญ่

    ผู้ใหญ่ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถคำนวณหาค่า BMI ได้โดยการนำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง ยกกำลังสอง (เมตร)2

  • ยกตัวอย่าง น้ำหนัก 66 กิโลกรัม ความสูง 160 เซนติเมตร (1.60 เมตร)
  • วิธีคำนวณ 66 ÷ (1.60)2 = 25.78
  • เมื่อได้ค่าดัชนีมวลกายแล้วสามารถนำมาอ่านค่าได้ตามเกณฑ์การวัดข้างล่าง ดังนี้

    การอ่านค่าดัชนีมวลกายของผู้ใหญ่

    • ค่า BMI ต่ำกว่า 18.5 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยหรือผอม
    • ค่า BMI 18.5-22.90 อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • ค่า BMI 23-24.90 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน
    • ค่า BMI 25-29.90 โรคอ้วนระดับที่ 1
    • ค่า BMI 30 ขึ้นไป โรคอ้วนระดับที่ 2

    วิธีคำนวณค่าดัชนีมวลกายในเด็ก

    เด็กและวัยรุ่นอายุ 2-19 ปี สามารถคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายโดยใช้สูตรการคำนวณเดียวกับผู้ใหญ่ได้ แต่การอ่านค่าผลลัพธ์อาจแตกต่างกัน สำหรับเด็กหน่วยจะเป็นเปอร์เซ็นไทล์ (Percentile) และจำเป็นต้องเทียบแผนภูมิควบคู่ไปด้วย

    การอ่านค่าดัชนีมวลกายของเด็กและวัยรุ่น

    • เด็กและวัยรุ่นที่มีค่าเปอร์เซ็นไทล์น้อยกว่า 5 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยหรือผอม
    • เด็กและวัยรุ่นที่อยู่ระหว่างเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 แต่น้อยกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยที่เหมาะสม
    • เด็กและวัยรุ่นที่อยู่ระหว่างเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 แต่น้อยกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน
    • เด็กและวัยรุ่นที่มีเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 หรือมากกว่า อยู่ในเกณฑ์ โรคอ้วน

    วิธีควบคุมค่าดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

    การควบคุมค่าดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจทำได้ดังนี้

    • สำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์ ควรควบคุมอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และไขมันดี เช่น แตงโม กล้วย ส้ม ผักกาดขาว แครอท กะหล่ำ มะเขือเทศ แตงกวา ไข่ ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล อะโวคาโด น้ำมันมะกอก และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว มันฝรั่งทอด ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรูป น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • สำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่าเกณฑ์ ควรเพิ่มปริมาณแคลอรี่ของอาหารในแต่ละมื้อ และอาจเพิ่มจำนวนมื้อในการรับประทานอาหารจาก 3 มื้อ/วัน เป็น 4 มื้อ/วัน โดยเน้นการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และอาจเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่ให้พลังงานสูง
    • ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 150-300 นาที/สัปดาห์ เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ การวิ่ง เต้นแอโรบิก เดินเร็ว รวมถึงการทำงานบ้านหรือการพาสัตว์เลี้ยงออกไปเดินเล่น โดยสามารถขอคำปรึกษาจากคุณหมอในการวางแผนออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ กระดูกและข้อต่อ เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
    • คำนวณค่าดัชนีมวลกายเป็นประจำ เพื่อทำให้ทราบว่าน้ำหนักปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ต่ำกว่าเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์หรือไม่
    • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    พลอย วงษ์วิไล


    เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน · แก้ไขล่าสุด 24/08/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา