กินยาขับประจําเดือนตอนท้อง อันตรายหรือไม่

    กินยาขับประจําเดือนตอนท้อง อันตรายหรือไม่

    ยาขับประจำเดือน อาจแบ่งได้เป็นยาสตรีและยายุติการตั้งครรภ์ ซึ่งการ กินยาขับประจําเดือนตอนท้อง โดยเฉพาะยาสตรีไม่สามารถทำให้แท้งได้และอาจมีผลข้างเคียงหากกินในปริมาณมากเป็นเวลานาน เช่น ตกขาวมาก ช่องคลอด ปากมดลูกและโพรงมดลูกอักเสบ ทารกพิการแต่กำเนิด ส่วนยายุติการตั้งครรภ์จำเป็นต้องใช้ภายใต้กฎหมายและการควบคุมของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพราะหากใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจมีความเสี่ยงตามมา เช่น มดลูกแตก แท้งไม่สมบูรณ์ ตกเลือด ติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิต

    ยาขับประจำเดือน คืออะไร

    ยาขับประจำเดือนอาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ

    1. ยาขับประจำเดือน หรือยาสตรี ที่ช่วยปรับความสมดุลฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ มักใช้ในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีส่วนประกอบของสมุนไพรหลายชนิด ที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาขึ้น ซึ่งหากไม่มีการตั้งท้องเยื่อบุโพรงมดลูกจะลอกออกและกลายเป็นประจำเดือน
    2. ยายุติการตั้งครรภ์ เป็นยาขับประจำเดือนที่ใช้ในทางการแพทย์เพื่อทำแท้ง โดยหยุดการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในท้อง หากตรวจพบว่าประจำเดือนขาดเนื่องจากการตั้งท้อง อาจใช้ยายุติการตั้งครรภ์ที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อช่วยในการขับตัวอ่อนออกมาเป็นเลือด อย่างไรก็ตาม ยายุติการตั้งครรภ์เป็นยาที่อันตราย จำเป็นต้องใช้ภายใต้การควบคุมของคุณหมออย่างเคร่งครัด จึงไม่สามารถซื้อมากินเองได้ ดังนั้น หากต้องการยุติการตั้งครรภ์ควรเข้ารับการตรวจอายุครรภ์และสุขภาพของคุณแม่จากคุณหมอ เพื่อจะได้รับยาอย่างเหมาะสม

    กินยาขับประจําเดือนตอนท้อง ทำให้แท้งได้หรือไม่

    การกินยาขับประจําเดือนหรือยาสตรีตอนท้อง อาจช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมน ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี และช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ แต่ไม่สามารถทำให้แท้งได้ไม่ว่าจะกินในปริมาณมาก หรือในช่วงอายุครรภ์ไหนก็ตาม นอกจากนี้ การกินยาขับประจําเดือนตอนท้องอาจช่วยบำรุงสุขภาพของคุณแม่ในระหว่างตั้งท้องได้ด้วย

    สำหรับการกินยายุติการตั้งครรภ์ในระหว่างท้องอาจทำให้แท้งได้ แต่การกินยาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย อายุครรภ์ที่เหมาะสม สุขภาพของคุณแม่ควรแข็งแรง และควรอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณหมออย่างเคร่งครัด โดยการใช้ยายุติการตั้งครรภ์อาจมีข้อกำหนด ดังนี้

    • อาจใช้ยายุติการตั้งครรภ์ได้หากการตั้งท้องเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของคุณแม่ เช่น ถูกข่มขืน ทารกตายในท้อง ทารกในท้องผิดปกติ
    • ใช้ยาด้วยความสมัครใจ และต้องไม่มีปัญหาสุขภาพที่มีความเสี่ยงต่อการใช้ยา
    • อายุครรภ์ต้องไม่เกิน 9-12 สัปดาห์ แต่หากมากกว่า 13 สัปดาห์ ต้องเข้ายุติการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลและขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอ

    กินยาขับประจําเดือนตอนท้อง มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

    กินยาขับประจําเดือนตอนท้องอาจมีข้อควรระวังและความเสี่ยงบางประการต่อสุขภาพของคุณแม่ ดังนี้

    ยาขับประจําเดือน หรือยาสตรี

    การกินยาขับประจําเดือนหรือยาสตรีไม่ทำให้แท้ง แต่การกินในปริมาณมากเกินไปและเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียได้ ดังนี้

    • อาจทำให้ช่องคลอด ปากมดลูก และโพรงมดลูกอักเสบ
    • อาจทำให้ตกขาวมากขึ้น และตกขาวเป็นเวลานาน
    • ยาขับประจำเดือนชนิดน้ำบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในท้อง ซึ่งอาจทำให้ทารกมีภาวะพิการแต่กำเนิด
    • ผู้ที่กินยาขับประจำเดือนติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งโพรงมดลูกหรือมะเร็งเต้านม รวมทั้งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจส่งผลให้อาการของโรคที่เป็นอยู่รุนแรงขึ้นได้

    ยายุติการตั้งครรภ์

    การใช้ยาอย่างผิดวิธีและไม่ได้รับการดูแลจากคุณหมออย่างถูกต้องอาจเสี่ยงเป็นอันตรายได้ ดังนี้

    • ผู้ที่ซื้อยายุติการตั้งครรภ์เองตามอินเทอร์เน็ตอาจเสี่ยงได้รับยาปลอม และใช้ยาอย่างผิดวิธี ซึ่งเมื่อกินเข้าไปแล้วอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในแท้งบุตรไม่สมบูรณ์ ตกเลือด ติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตได้
    • ผู้ที่ใช้ยาเกินขนาดอาจเสี่ยงที่จะทำให้มดลูกแตกและเสียชีวิตได้
    • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางชนิด เช่น ท้องนอกมดลูก เลือดออกไม่หยุด โรคเลือดขั้นรุนแรง โรคปอด โรคหอบหืดรุนแรง โรคต่อมหมวกไต โรคไตขั้นรุนแรง ไม่ควรใช้ยายุติการตั้งครรภ์เพราะอาจเสี่ยงที่จะทำให้มดลูกแตกและเลือดออกไม่หยุดได้

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย


    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 22/12/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา