ยาแก้ไข้ แก้ปวด อะเซตามิโนเฟน ส่งผลต่อลูกที่เกิดมาอย่างไร ถ้าแม่กินตอนตั้งครรภ์?

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ยาอะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) เป็นตัวยาแก้ปวดและลดไข้ประเภทหนึ่ง สามารถพบได้ในยาแก้ปวดหลายชนิด ผู้ป่วยใช้ยานี้เพื่อรักษาอาการทางร่างกายต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ ข้ออักเสบ (arthritis) ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดฟัน และอาการไข้ อย่างไรก็ดีในหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้ยานี้ พบว่า การใช้ยามีความเชื่อมโยงกับปัญหาพฤติกรรมในเด็ก Hello Khunmor มีบทความ เกี่ยวกับการใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่มาฝากกันค่ะ

ยาอะเซตามิโนเฟน : ข้อควรทราบ

ตามที่ทราบกันว่าอะเซตามิโนเฟนเป็นตัวยาแก้ปวดประเภทหนึ่ง ที่เราสามารถพบได้โดยทั่วไปในยาหลายประเภท นอกเหนือจากใช้รักษาอาการปวดที่รุนแรงแล้ว แพทย์ยังใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ อีกด้วย คุณสามารถหาซื้อยานี้ได้ในรูปแบบยาที่วางจำหน่ายโดยทั่วไป หรือตามที่แพทย์สั่ง

จากข้อมูลขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯยาอะเซตามิโนเฟนจัดอยู่ในกลุ่มซี ซึ่งหมายความว่า ไม่สามารถตัดความเสี่ยงจากการใช้ยาออกไปได้ เนื่องจากยานี้สามารถทำให้เกิดความเสี่ยงหลายประการ ต่อทารกในครรภ์ของคุณ หากคุณตั้งครรภ์ หรือยานี้อาจแพร่ไปยังน้ำนม และเป็นอันตรายต่อทารกที่อยู่ในระหว่างให้นม คุณจะสามารถใช้ยาอะเซตามิโนเฟนได้ก็ต่อเมื่อ แพทย์ระบุว่ามีความปลอดภัยสำหรับคุณ

ยาอะเซตามิโนเฟน ส่งผลต่อลูกน้อยของคุณได้อย่างไร

จากการศึกษาในเร็วๆนี้ อะเซตามิโนเฟนสัมพันธ์กับภาวะที่เกี่ยวกับพฤติกรรมในเด็ก โดยเฉพาะเมื่อหญิงตั้งครรภ์ใช้ยานี้ ในช่วงระหว่างสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งพัฒนาการและการเจริญเติบโตในการทำงานสมองของเด็กเกิดขึ้นในช่วงนี้ การศึกษาดังกล่าวนี้ยังเน้นถึงวิธีการที่อะเซตามิโนเฟนออกฤทธิ์ต่อการตั้งครรภ์ และความเสี่ยงต่อทารกในเวลาต่อมา ได้แก่

  • ทารกที่แม่ใช้ยานี้ในระหว่างตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.3 เท่า ที่จะมีอาการสมาธิสั้น (ADHD) เมื่ออายุ 7 ปี หรือต้องใช้ยารักษาอาการสมาธิสั้น
  • ทารกที่แม่ใช้ยาอะเซตามิโนเฟนในช่วงตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า ที่จะมีอาการสมาธิสั้น และการขาดการควบคุมทางอารมณ์ มากกวาทารกที่แม่ไม่ได้ใช้ยานี้ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่า เด็กผู้ชายมีอาการออทิซึม ในกรณีที่แม่ของเด็กใช้อะเซตามิโนเฟนในระหว่างตั้งครรภ์
  • การใช้อะเซตามิโนเฟน แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างหอบหืด (asthma) ในเด็กอายุ 3 ถึง 7 ปี อย่างไรก็ดี อาการปวดที่ไม่ได้รับการรักษา ยังสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของอาการหอบหืดได้อีกด้วย

ทางออกสำหรับหญิงตั้งครรภ์

แพทย์หลายท่านแนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง หรือยาที่วางจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายยา นอกจากนี้ ยังมีวิธีการบรรเทาอาการปวดอีกหลายประการ ที่หญิงตั้งครรภ์สามารถลองใช้ได้ ได้แก่ การนวด การใช้ถุงประคบร้อนหรือเย็น และการนั่งบนเก้าอี้ที่มีหนุนหลังที่ดี เพื่อลดอาการปวด

ในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องใช้ยา การใช้ยาในขนาดที่ได้ผลในปริมาณน้อยที่สุด ภายในเวลาสั้นที่สุด ถือเป็นหนทางที่ดี เพื่อความปลอดภัยกับทั้งตัวเองและทารกในครรภ์ หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาควรปรึกษาแพทย์และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน