home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ยาฆ่าแมลง อันตรายที่ผู้หญิงท้องไม่ควรมองข้าม

ยาฆ่าแมลง อันตรายที่ผู้หญิงท้องไม่ควรมองข้าม

ช่วงกำลังตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่คนใหม่และสมาชิกในครอบครัวย่อมต้องคอยดูแล และระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพ หรืออุบัติเหตุต่างๆ กับตัวคุณแม่และเด็กในครรภ์ แต่ใครจะรู้บ้างว่า ยาฆ่าแมลง หรือสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในการเกษตรและครัวเรือน ถือเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำลายสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และเด็กในครรภ์ที่หลายคนมักมองข้าม

ยาฆ่าแมลง คืออะไร

ยาฆ่าแมลง คือ สารเคมีที่ใช้สำหรับกำจัดแมลง จัดอยู่ในสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ (Pesticide) ชนิดหนึ่ง โดยสารเคมีกลุ่มนี้ นอกจากสารฆ่าแมลง ยังมี สารกำจัดวัชพืช สารฆ่าเชื้อรา และสารฆ่าสัตว์ฟันแทะ เช่น ยาฆ่าหนู ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์รอบตัวเรามากมายหลายชนิด บางชนิดใช้ในการเกษตร เช่น ยาฆ่าหญ้า บางชนิดใช้กันทั่วไปในครัวเรือน เช่น น้ำยาฟอกขาว สเปรย์กำจัดแมลงสาบ

สารเคมีเหล่านี้อาจช่วยกำจัดศัตรูพืช และทำให้บ้านคุณปลอดจากแมลง แต่ก็สามารถทำลายสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากคุณกำลังตั้งครรภ์ กำลังให้นมบุตร หรือวางแผนจะมีลูก

เรารับสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์จากที่ไหนบ้างในแต่ละวัน

หากเอ่ยถึงยาฆ่าแมลง หรือสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า ใช้กันแค่ในกลุ่มของเกษตรกร ตามสวน ไร่ นา หากอยู่ในเมืองคงไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่ความจริงแล้ว สารเคมีกลุ่มนี้อยู่รอบตัวเรามากกว่าที่คิด แต่ละวันร่างกายคุณอาจได้รับยาฆ่าแมลง และสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ชนิดต่าง ๆ ได้จาก

  • น้ำและอากาศ
  • สเปรย์กำจัดแมลง
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาฟอกขาว
  • อาหาร และผลิตผลทางการเกษตร
  • ผลิตภัณฑ์ทำสวน เช่น ยาฆ่าหญ้า
  • ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น แชมพูกำจัดเห็บหมัด
  • ยากำจัดสัตว์ฟันแทะ เช่น ยาฆ่าหนู

สารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์…ศัตรูตัวร้ายของหญิงตั้งครรภ์

สารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ต่างๆ ที่กล่าวมา ถือเป็นสารเคมีอันตราย หากหญิงตั้งครรภ์ได้รับสารเคมีกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก อาจส่งผล กระทบกับการตั้งครรภ์ เช่น ทำให้แท้ง หรือเกิดการคลอดก่อนกำหนด อีกทั้งยังส่งผลเสียตรงต่อเด็กในครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่สมอง พัฒนาการ และอวัยวะของเด็ก กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หากได้รับสารเคมีเหล่านี้จะส่งผลให้เด็ก…

  • มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์
  • พิการแต่กำเนิด
  • พัฒนาการล่าช้า และเกิดความบกพร่องของสมรรถนะทางสมอง (Cognitive Impairment)
  • เป็นโรคมะเร็งสมองในเด็ก
  • เป็นโรคออทิสติก
  • เป็นโรคสมาธิสั้น
  • ระบบต่อมไร้ท่อมีปัญหา

ไม่ใช่แค่เฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ทั้งหญิงและชาย ที่วางแผนจะมีลูก ก็ควรจะระมัดระวัง ไม่ให้ร่างกายรับสารกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ในปริมาณมากเกินไปเช่นกัน เพราะสารเคมีเหล่านี้สามารถสะสมอยู่ในร่างกายได้เป็นเวลานาน และอาจส่งผลให้คุณมีภาวะมีบุตรยากได้

วิธีง่ายๆ ลดความเสี่ยงในการรับยาฆ่าแมลงระหว่างตั้งครรภ์

  1. การกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ด้วยวิธีธรรมชาติแทนการใช้สารเคมี เช่น วางพริกไทยดำหรือกระเทียมไว้ตามจุดที่ยุงชุมเพื่อไล่ยุง ใช้เกลือฆ่าวัชพืชในสวนหน้าบ้าน
  2. หากโดนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ ให้รีบอาบน้ำและซักเสื้อผ้าชุดที่เปื้อนทันทีที่ทำได้ โดยต้องแยกซักเพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีเปื้อนเสื้อผ้าตัวอื่น
  3. หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีเหล่านี้ในบ้าน ควรเก็บอาหาร จาน ชาม หรือเครื่องใช้ในบ้านให้ดีก่อนฉีดพ่นยาฆ่าแมลง และอย่าลืมเปิดหน้าต่าง ประตู ให้อากาศถ่ายเท เมื่อทำความสะอาดบ้านหลังจากการใช้ยาฆ่าแมลงทุกๆครั้ง
  4. หากบริเวณใกล้บ้านมีการฉีดพ่นยาสารเคมี ก็ควรปิดหน้าต่างและเครื่องปรับอากาศ เพื่อไม่ให้สารเคมีเข้ามาในบ้านและกระจายตัว
  5. เลือกกินอาหารออร์แกนิก หรืออาหารปลอดสารเคมีจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อลดโอกาสได้รับสารเคมีตกค้างในอาหาร และควรล้างผัก และผลไม้ก่อนรับประทานให้สะอาด เพื่อป้องกันสารพิษที่อาจจะตกค้างได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

PESTICIDES & PREGNANCY: WHAT YOU NEED TO KNOW. https://www.amenclinics.com/blog/pesticides-pregnancy-what-to-know/. Accessed November 29, 2018

Pregnancy and pesticides. https://healthywa.wa.gov.au/Articles/N_R/Pregnancy-and-pesticides. Accessed November 29, 2018

Pesticides and Pregnancy. http://npic.orst.edu/health/preg.html. Accessed November 29, 2018

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง
แก้ไขล่าสุด 27/12/2018
x