คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

พุงคนท้องระยะแรก มีลักษณะอย่างไร

พุงคนท้องระยะแรก มีลักษณะอย่างไร

พุงคนท้องระยะแรก อาจมีลักษณะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่บางคนก็อาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เนื่องจากทารกยังคงมีขนาดตัวเล็กอยู่ แต่อาจสังเกตได้จากอาการอื่น ๆ เช่น ประจำเดือนขาด เต้านมคัด อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียนง่าย หากทราบว่าตั้งครรภ์ คุณแม่ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการให้ทารกในครรภ์

health-tool-icon

เครื่องมือคำนวณน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์

เครื่องมือคำนวณน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์ ใช้สำหรับการคำนวณน้ำหนักที่ควรเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ โดยขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์

28

ลักษณะของพุงคนท้องระยะแรก

ลักษณะของพุงคนท้องระยะแรก อาจสังเกตได้ดังนี้

  • พุงขยายใหญ่ขึ้น และยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อย
  • สะดืออาจมีลักษณะแบนราบหรือนูนออกมา
  • บางคนอาจรู้สึกปวดสะดือเมื่อสัมผัสบริเวณหน้าท้อง

อย่างไรก็ตาม พุงคนท้องระยะแรกของบางคนอาจแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ได้เช่นกัน

อาการของคนท้องระยะแรก

นอกเหนือจากการขยายของพุงคนท้องระยะแรก ยังอาจสังเกตอาการคนท้องอื่น ๆ ได้อีก ดังนี้

  • เลือดออกทางช่องคลอด คุณแม่ที่ตั้งท้องอาจมีเลือดออกทางช่องคลอด หรือที่เรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก ซึ่งเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนในเยื่อบุโพรงมดลูก และอาจมีอาการปวดเกร็งท้องน้อยร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากสังเกตว่ามีเลือดออกในปริมาณมาก ควรเข้าพบคุณหมอทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือการแท้งบุตร
  • เต้านมคัด เต้านมขยาย การตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมผลิตน้ำนมสำหรับทารก ทำให้มีอาการคัดเต้า เจ็บเต้านม และเต้านมขยายใหญ่ขึ้น โดยสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการสวมเสื้อชั้นในที่สวมใส่สบาย ไม่กดทับเต้านม
  • คัดจมูก ร่างกายของคุณแม่อาจผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการผลิตเลือดไปหล่อเลี้ยงทารก ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกบวม และส่งผลให้มีอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหล
  • แพ้ท้อง คุณแม่อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น บางคนอาจมีความรู้สึกอยากรับประทานอาหารแปลก ๆ หรืออาจรู้สึกเหม็นกลิ่นอาหารบางชนิด ในขณะที่บางคนก็อาจไม่มีอาการแพ้ท้องใด ๆ
  • อ่อนเพลีย เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาจชะลอระบบการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน อ่อนเพลีย และรู้สึกเหนื่อยง่าย คุณแม่บางคนอาจมีอาการง่วงนอนมากขึ้นร่วมด้วย
  • ปัสสาวะบ่อย เกิดจากการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ อาจทำให้มดลูกเริ่มขยายตัว และกดทับบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อย นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อยด้วยเช่นกัน
  • ระบบย่อยอาหารมีปัญหา ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นสูง อาจชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้กล้ามเนื้อของลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก ท้องอืด กรดไหลย้อน หรือจุกเสียดท้องได้

การดูแลตัวเองขณะตั้งท้อง

การดูแลตัวเองขณะตั้งท้อง มีดังต่อไปนี้

  • การดูแลผิวบริเวณพุงคนท้องระยะแรก

เนื่องจากการขยายตัวของพุงคนท้องระยะแรกอาจทำให้เกิดรอยแตกลาย ที่มักจะไม่ส่งผลอันตรายใด ๆ หากคุณแม่อาจต้องการป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกลายมากนัก ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)

  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วย แคลเซียม โฟเลต และเหล็ก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำ เนื้อแดง เต้าหู้ อัลมอนด์ ไข่ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเกี่ยวกับท่อประสาทของทารก

นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเกลือ น้ำตาล และไขมันสูง เช่น ชีส ไข่ดิบ เนื้อสัตว์ดิบ อาหารแปรรูป รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้ทารกพัฒนาการล่าช้า พิการแต่กำเนิด และคลอดก่อนกำหนด

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และควรปรับท่านอนให้เหมาะสม โดยคุณหมออาจแนะนำให้นอนท่าตะแคงซ้าย เพื่อลดการกดทับหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนดี หากต้องการนอนหงายควรใช้หมอนรองบริเวณหลัง ระหว่างขา และใต้ท้อง เพื่อช่วยลดแรงกดทับ

  • ออกกำลังกาย

ควรออกกำลังกายในระดับเบา เช่น การเดิน ว่ายน้ำ หรือเล่นโยคะ อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย

  • งดสูบบุหรี่

บุหรี่มีสารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกได้รับออกซิเจนลดลง เสี่ยงต่อการมีพัฒนาการและการเจริญเติบโตที่ล่าช้า น้ำหนักแรกเกิดน้อย พิการแต่กำเนิด มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เสี่ยงต่อโรคหอบหืด และคลอดก่อนกำหนด

  • ฉีดวัคซีน

คุณแม่ควรฉีดวัคซีนให้ครบตามกำหนด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและทารกในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อและลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาคุณหมอก่อนรับวัคซีนป้องกันโรค

  • ตรวจสุขภาพ

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตามที่คุณหมอกำหนด เพื่อตรวจคัดกรองโรค และตรวจสุขภาพทารกในครรภ์


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

First Trimester of Pregnancy. https://www.webmd.com/baby/guide/first-trimester-of-pregnancy. Accessed May 04, 2022

The First Trimester. https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/the-first-trimester. Accessed May 04, 2022

Working during pregnancy: Do’s and don’ts. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/pregnancy-week-by-week/in-depth/pregnancy/art-20047441. Accessed May 04, 2022

Symptoms of pregnancy: What happens first. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/getting-pregnant/in-depth/symptoms-of-pregnancy/art-20043853. Accessed May 04, 2022

Early Pregnancy Symptoms. https://www.webmd.com/baby/guide/pregnancy-am-i-pregnant. Accessed May 04, 2022

Fetal development: The 1st trimester. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/pregnancy-week-by-week/in-depth/prenatal-care/art-20045302. Accessed May 04, 2022

Fetal development. https://medlineplus.gov/ency/article/002398.htm. Accessed May 04, 2022

Why belly button pain during pregnancy is still a mystery. https://utswmed.org/medblog/belly-button-pain/. Accessed May 04, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 2 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย พลอย วงษ์วิไล