ระหว่างตั้งครรภ์

ยินดีด้วยค่ะ คุณกำลังจะมีลูกแล้ว เมื่อชีวิตน้อย ๆ กำลังจะเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะรู้สึกเป็นกังวลหรือประหม่า Hello คุณหมอ จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดช่วงเวลา ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ มีความมั่นใจในทุกย่างก้าวของพัฒนาการลูกน้อย

เรื่องเด่นประจำหมวด

ระหว่างตั้งครรภ์

โรคอ้วนและการตั้งครรภ์ ผลกระทบและแนวทางในการรับมือที่เหมาะสม

ในยุคปัจจุบัน อัตราการเกิดโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โรคอ้วนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของมารดาและทารกในช่วงการตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์ในภาวะที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และครรภ์เป็นพิษ บทความนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของโรคอ้วนต่อการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งแนวทางการจัดการเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับทั้งแม่และทารก ผลกระทบของโรคอ้วนต่อสุขภาพการตั้งครรภ์ ผลกระทบต่อแม่ โรคอ้วนในช่วงตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อน เช่น: เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes): โรคนี้พบได้บ่อยในแม่ที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งแม่และทารกในระยะยาว ความดันโลหิตสูงและครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia): โรคอ้วนเพิ่มโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตสูงและครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่นๆ การผ่าคลอด: แม่ที่มีภาวะโรคอ้วนมักมีโอกาสสูงที่จะต้องผ่าคลอด ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการฟื้นตัวที่ช้ากว่า ผลกระทบต่อทารก ผลกระทบจากโรคอ้วนของมารดาต่อทารก ได้แก่: น้ำหนักแรกเกิดเกินมาตรฐาน (Macrosomia): ทารกที่มีน้ำหนักตัวเกินอาจทำให้เกิดความยากลำบากในการคลอด และมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บขณะคลอด ปัญหาสุขภาพในระยะยาว: ทารกมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและเบาหวานในวัยเด็ก ความผิดปกติแต่กำเนิด: โรคอ้วนในมารดาเพิ่มโอกาสเกิดความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น Neural Tube Defects. การจัดการโรคอ้วนในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ การเตรียมตัวที่ดีสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้: การประเมินสุขภาพก่อนตั้งครรภ์: การตรวจสุขภาพทั่วไป รวมถึง BMI และระดับฮอร์โมน ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย: การปรับโภชนาการและการออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย การดูแลระหว่างตั้งครรภ์ การควบคุมน้ำหนัก: การปฏิบัติตามแนวทางควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน โภชนาการที่เหมาะสม: การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น โปรตีน ผัก และผลไม้ […]

หมวดหมู่ ระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

สำรวจ ระหว่างตั้งครรภ์

ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 29 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 29 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 29 ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 29 นี้ ลูกน้อยมีขนาดตัวเท่ากับลูกฟักทองน้ำเต้า โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 1.1 กิโลกรัม และสูงประมาณ 38.1 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า ลูกน้อยยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงแรก ๆ อาจเป็นการเตะต่อยที่รู้สึกได้ง่าย คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์เบื้องต้นได้ ด้วยการนับการเคลื่อนไหวของลูก หากภายใน 2 ชั่วโมง นับการเคลื่อนไหวของลูกได้น้อยกว่า 10 ครั้ง หรือทารกเคลื่อนไหวน้อยลงกว่าปกติมาก ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที เพื่อให้คุณหมอช่วยตรวจสอบว่า ทารกในครรภ์ยังแข็งแรงดีอยู่หรือไม่ ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง อาการปวดแสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เป็นต้น ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ในสัปดาห์ที่ 29 โดยหนึ่งในสาเหตุหลัก ก็คือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายคลายตัว รวมทั้งระบบทางเดินอาหารด้วย การคลายตัวนี้อาจทำให้เกิดแก๊ส จนทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายได้ นอกจากนี้ มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นยังอาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นริดสีดวงทวาร และมีอาการเส้นเลือดบวมในบริเวณลำไส้เกิดขึ้น แต่คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะอาการเหล่านี้อาจหายไปได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด ควรระมัดระวังอะไรบ้าง ในช่วงท้าย ๆ ของการตั้งครรภ์ อาจรู้สึกว่าทารกในครรภ์เคลื่อนไหวน้อยลง นั่นเป็นเพราะทารกมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น และมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวน้อยลง […]


ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 38 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 38 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 38 ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 38 นี้ ลูกน้อยมีขนาดตัวเท่ากับขนุน โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 3 กิโลกรัม และสูงประมาณ 45 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า ทารกในครรภ์สัปดาห์นี้จะเติบโตช้าลง ซึ่งคุณแม่อาจสังเกตได้จากน้ำหนักตัวที่ลดลงหรือคงที่ การที่ลูกน้อยมีกล้ามเนื้อสำหรับใช้ในการดูดและกลืนน้ำคร่ำ ทำให้มีของเสียต่าง ๆ สะสมอยู่ในลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ที่ปล่อยออกมาจากลำไส้ เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเส้นขนอ่อนในของเสียที่จะกลายเป็นขี้เทา หรืออุจจาระครั้งแรกของทารกในที่สุด ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง การที่ทารกในครรภ์เคลื่อนตัวมาอยู่แถวกระดูกเชิงกราน ทำให้เกิดการกดทับที่กระเพาะปัสสาวะ คุณแม่ตั้งครรภ์ในระยะนี้จึงยิ่งปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ควรระมัดระวังอะไรบ้าง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ทราบเพศของทารกน้อยแล้ว หากลูกเป็นเด็กผู้ชายอาจต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการขลิบ ซึ่งหมายถึง การตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของเด็กชายออก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะทำหลังคลอด 2-3 สัปดาห์ การขลิบมีประโยชน์สุขภาพมากมาย เช่น ช่วยให้ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศได้ง่ายขึ้น ป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันปัญหาในการปัสสาวะ ป้องกันโรคมะเร็งอวัยวะเพศชาย การพบคุณหมอ ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง คุณหมอจะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับการคลอดลูก เช่น สัญญาณของการคลอดลูก การเตรียมความพร้อมก่อนคลอด เพื่อให้สามารถเตรียมตัวให้พร้อม อย่างไรก็ตาม สัญญาณการคลอดลูกอาจจะไม่เกิดขึ้นตามปกติ ฉะนั้น หากมีข้อสงสัยอะไร ควรปรึกษาคุณหมอทันที การทดสอบที่ควรรู้ การดูแลสุขภาพก่อนคลอดจะยังคงดำเนินต่อไป เมื่อใกล้ถึงวันครบกำหนดคลอดแล้ว คุณหมออาจทำการตรวจกระดูกเชิงกรานตามปกติ เพื่อดูท่าทางของทารกในครรภ์ว่าตอนนี้อยู่ในท่าเอาหัวลง […]


ไตรมาสที่ 2

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25 ของการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25 เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอาจมีขนาดตัวเท่ากับมะเขือยาว หัวใจเต้นประมาณ 140 ครั้ง/นาที นอกจากนี้ ประสาทสัมผัส สมอง ปอด และระบบย่อยอาหารจะเริ่มพัฒนา อย่างไรก็ตาม ปอดจะยังพัฒนาไม่เต็มที่ [embed-health-tool-due-date] พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25 ทารกในครรภ์จะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25 นี้ จะมีน้ำหนักประมาณ 680 กรัม และสูงประมาณ 376 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า ส่วนใหญ่แล้วทารกน้อยในครรภ์จะหลับอยู่ตลอดเวลา แต่บางครั้งก็อาจสังเกตได้ว่าทารกตื่นอยู่ โดยคุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ได้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่นิ่ง ๆ  ตอนนี้ทารกในครรภ์สามารถได้ยินเสียง ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถพูดคุยและเปิดเพลงให้ทารกในครรภ์ฟังได้ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงเสียงดังจนเกินไป  ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่พบในช่วงนี้ คือ ปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไม่เพียงแต่ทำให้ท้องว่าง แต่ยังทำให้ลิ้นปิดเปิดกระเพาะอาหารคลายตัว จึงทำให้กระเพาะอาหารปิดไม่สนิท อาจส่งผลให้อาหารที่กินเข้าไปและกรดจากกระเพาะอาหารเคลื่อนตัวไปยังหลอดอาหาร จนเกิดอาการกรดไหลย้อน หรืออาการแสบร้อนกลางอก จนรู้สึกทรมาน อึดอัด ไม่สบายตัว นอกจากนั้น ในสัปดาห์ที่ 25 นี้ ถือเป็นการตั้งครรภ์เกินครึ่งทางแล้ว ดังนั้น กระเพาะอาหารอาจถูกมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดทับ ควรแบ่งอาหารเป็นหลายมื้อ แต่รับประทานอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง และควรหลีกเลี่ยงอาหารมันหรือรสจัด ควรระมัดระวังอะไรบ้าง คุณแม่ตั้งครรภ์อาจรู้สึกอ่อนเพลีย ดังนั้น […]


ไตรมาสที่ 2

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 24 ของการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 24 นี้ ทารกในครรภ์อาจมีขนาดตัวเท่ากับแครอท โดยมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 23 อีกประมาณ 113 กรัม ซึ่งทารกยังคงต้องรับออกซิเจนผ่านทางสายรก แต่เมื่อคลอดออกมา ปอดของทารกจะเริ่มสูดเอาออกซิเจนเข้าไปทันที และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ปอดของทารกอาจเริ่มผลิตสารลดแรงตึงผิวออกมา ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยเก็บถุงลมเอาไว้ในปอด โดยไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล ทั้งยังช่วยให้หายใจได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย [embed-health-tool-”pregnancy-weight-gain”] พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 24ทารกในครรภ์จะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 24 นี้ ทารกในครรภ์อาจมีขนาดตัวเท่ากับแครอท โดยมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจากอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 23 อีกประมาณ 113 กรัม  ทารกยังคงต้องรับออกซิเจนผ่านทางสายรก แต่เมื่อคลอดออกมา ปอดของทารกจะเริ่มสูดเอาออกซิเจนเข้าไปทันที และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ปอดของทารกอาจเริ่มผลิตสารลดแรงตึงผิวออกมา ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยเก็บถุงลมเอาไว้ในปอด โดยไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล ทั้งยังช่วยให้หายใจได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย หูชั้นในซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยควบคุมความสมดุลของร่างกายอาจพัฒนาเต็มที่แล้ว ทารกในครรภ์อาจเริ่มรับรู้ได้ว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังลอยตัวอยู่ในน้ำคร่ำในท่าหัวทิ่มหรือหัวตั้ง ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิตร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง โดยปกติแล้ว ในช่วงสัปดาห์ที่ 24 ถึง 28 ของการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องเข้ารับการตรวจวัดระดับน้ำตาล ซึ่งจะช่วยให้คุณหมอทราบได้ว่า คุณแม่เป็นโรคเบาหวานในช่วงตั้งครรภ์หรือไม่ หากคุณแม่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้คุณแม่ต้องคลอดด้วยการผ่าคลอด เนื่องจาก โรคนี้อาจทำให้ทารกมีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติ […]


ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 40

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 40 เป็นสัปดาห์ที่ทารกในครรภ์พร้อมออกมาลืมตาดูโลกในวินาทีใดก็ได้ แต่ในบางราย ทารกอาจอยู่ในครรภ์นานกว่านั้นแต่มักไม่เกิน 42 สัปดาห์ คุณหมอจะหาวิธีดูแลครรภ์และบุตรให้ปลอดภัย ทั้งนี้ ทารกในครรภ์มักมีขนาดตัวเท่ากับแตงโมลูกใหญ่ น้ำหนักตัวประมาณ 3.50 กิโลกรัม และความยาวประมาณ 50.8 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า [embed-health-tool-bmi] พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 40 ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 40 นี้ ทารกมักมีขนาดตัวเท่ากับแตงโมลูกใหญ่ โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 3.50 กิโลกรัม ประมาณ 50.8 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า หลังจากรอคอยจะได้เห็นหน้าลูกน้อยมานานหลายสิบสัปดาห์ ทารกในสัปดาห์ที่ 40 นี้อาจคลอดได้ทุกเมื่อ มีผู้หญิงเพียง 5% เท่านั้นที่คลอดในช่วงที่ประมาณการณ์เอาไว้ และหากเป็นท้องแรก ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่อาจต้องรออีกประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่านพ้นวันครบกำหนดคลอดไปแล้ว ลูกน้อยจึงจะลืมตาดูโลก ทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มักจะมีศีรษะแหลม หรือดูผิดรูปทรง ไม่ได้กลมสวยอย่างที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องการ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะหลังจากนั้นอีก 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน ศีรษะของทารกน้อยก็จะกลับมาดูกลมได้รูปดังเดิม ส่วนปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยในทารกแรกเกิด เช่น สีผิวดูไม่สม่ำเสมอ ผิวแห้งเป็นหย่อม […]


ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 39 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ที่กำลัง ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 39 [embed-health-tool-”due-date”] พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 39 ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 39 นี้ ลูกน้อยของคุณจะมีขนาดตัวเท่ากับฟักทอง โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 3.30 กิโลกรัม และสูงประมาณ 50 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า การ ตั้งครรภ์ ในบางกรณีอาจเกิดปัญหาสายสะดือพันรอบคอทารกในครรภ์ ซึ่งหากเกิดกรณีนี้ อาจต้องใช้วิธีผ่าคลอด เนื่องจากสายสะดือที่พันคอทารกในครรภ์ทำให้เกิดแรงเหนี่ยวรั้งในระหว่างทำคลอด แต่คุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด เว้นแต่ว่าสายสะดือจะมัดเป็นปมแน่น แต่กรณีนี้ก็เกิดขึ้นเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์เท่านั้น ในสัปดาห์ที่ 39 ของการ ตั้งครรภ์ นี้ ไขหุ้มทารกที่เคลือบผิวทารกในครรภ์อยู่ จะหลุดออกไปเกือบหมดแล้ว และทารกจะมีขนอ่อนขึ้นทั่วร่างกาย ส่วนร่างกายของคุณแม่จะทำหน้าที่ส่งสารภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยในครรภ์ผ่านทางรก ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของทารกน้อยสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ในช่วง 6-12 เดือน หรือช่วงขวบปีแรกของการใช้ชีวิต ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง สัญญาณที่แสดงว่าคุณแม่ ตั้งครรภ์ พร้อมคลอดและสามารถสังเกตได้ง่ายก็คือ ถุงน้ำคร่ำแตก หรือที่เรียกว่าน้ำเดิน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อนับจากนี้ไป เวลาที่มีน้ำเดิน คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจมีน้ำคร่ำไหลทะลักออกมา ในขณะที่คุณแม่บางคนอาจมีน้ำคร่ำค่อย ๆ […]


ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 36 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 36 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 36ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 36 นี้ ลูกน้อยของคุณมีขนาดตัวเท่ากับมะละกอลูกใหญ่ โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 2.7 กิโลกรัม และสูงประมาณ 47 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า บัดนี้ทารกน้อยดูอ้วนจ้ำม่ำขึ้นมาแล้ว แก้มของลูกน้อยมีไขมันสะสม และมีกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ที่จะช่วยให้ทารกน้อยสามารถดูดนม ดูดนิ้วได้อย่างคล่องแคล่ว แผ่นกระดูกที่จะกำลังก่อตัวขึ้นเป็นกะโหลกศีรษะ อาจเคลื่อนซ้อนทับกันในขณะที่ศีรษะของทารกน้อยอยู่ข้างในเชิงกราน ลักษณะที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า “การเปลี่ยนรูปศีรษะ” ซึ่งจะช่วยให้ทารกสามารถผ่านออกไปทางช่องคลอดได้ง่ายขึ้น ตอนคลอด ศีรษะของทารกน้อยบางคนอาจดูแหลมผิดปกติ หรือผิดรูป แต่คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะหลังจากนั้นอีก 2-3 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน ศีรษะของทารกน้อยก็จะกลับมาดูกลมได้รูปดังเดิม ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิตร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ในขณะที่ลูกน้อยกินเนื้อที่ในครรภ์มากขึ้นนั้น ก็อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีปัญหาในระบบย่อยอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด จุกเสียด แม้จะกินอาหารในปริมาณปกติก็ตาม ฉะนั้น ในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นหลายมื้อขึ้น เช่น เปลี่ยนจากกินอาหารวันละ 3 มื้อเป็นวันละ 5 มื้อ และกินอาหารแต่ละมื้อในปริมาณน้อยลง เมื่ออยู่ในช่วง 2-3 วันหลังคลอด […]


ไตรมาสที่ 3

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 35 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 35 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 35ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 35 นี้ ลูกน้อยของคุณมีขนาดตัวเท่ากับแตงโมลูกเล็ก โดยมีน้ำหนักตัวประมาณ 2.3 กิโลกรัม และสูงประมาณ 46 เซนติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า ตัวของทารกน้อยในครรภ์โตขึ้นเรื่อยๆ พื้นที่ในการเคลื่อนไหวจึงน้อยลง คุณแม่จึงอาจรู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้น แต่ความถี่ของการเคลื่อนไหวอาจน้อยลง หากลูกน้อยอยู่ในท่าเอาศีรษะลง ศีรษะของเขาจะอยู่กระดูกหัวหน่าวของคุณแม่ ซึ่งเป็นท่าเตรียมพร้อมรอคลอด ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิตร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ตอนนี้มดลูกที่มีกระดูกเชิงกรานปกป้องเอาไว้ จะขยายใหญ่ขึ้นจนถึงระดับใต้ซี่โครงของคุณ ลูกน้อยในครรภ์มีขนาดตัวใหญ่ขึ้นจนกินเนื้อที่ในมดลูกมากกว่าน้ำคร่ำ มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกำลังเบียดหรือกดทับอวัยวะอื่นๆ ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงปวดปัสสาวะบ่อย มีอาการแสบร้อนกลางอก หรือระบบทางเดินอาหารทำงานได้ไม่ปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นอาการที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ต้องพบเจอ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร ควรระมัดระวังอะไรบ้าง หลายคนอาจคิดว่าทารกน้อยร้องไห้ครั้งแรกเมื่อลืมตาดูโลก แต่มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ทารกในครรภ์มีการแสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับการร้องไห้ เช่น คางสั่น อ้าปากกว้าง หายใจเข้าถี่ๆ หลายครั้งก่อนจะหายใจออก คล้ายสะอื้น จึงสันนิษฐานได้ว่า ทารกอาจร้องไห้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วก็เป็นได้ การพบคุณหมอ ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่แล้วทารกน้อยจะคลอดในช่วงอายุครรภ์ 37-41 สัปดาห์ แต่หากทารกอยู่ในครรภ์ตั้งแต่ 42 สัปดาห์ หรือ 294 วันขึ้นไป ถือว่าเป็น “การตั้งครรภ์เกินกำหนด” ซึ่งมีความเสี่ยงกับทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ หากเกิดกรณีนี้ คุณแม่ควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที เพื่อจะได้ตรวจหาสาเหตุและวิธีรับมือต่อไป การทดสอบที่ควรรู้ ในช่วงเนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจต้องเข้าพบคุณหมอบ่อยขึ้น และต้องตรวจสอบร่างกายหลายรายการเป็นพิเศษ […]


ไตรมาสที่ 1

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8 ของการตั้งครรภ์

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8 ที่โดดเด่นคือ ตัวอ่อนเริ่มพัฒนาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น นิ้วมือที่เป็นพังผืดแยกออกจากกัน และมีเปลือกตา ในช่วงนี้คุณแม่ควรดูแลตัวเอง ทั้งเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ผ่อนคลายความเครียด และรับประทานวิตามินบำรุงครรภ์ตามที่คุณหมอแนะนำ นอกจากนี้ อาจออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินเล่น ว่ายน้ำ และควรหลีกเลี่ยงการออกแรงมากหรือทำกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ด้วย [embed-health-tool-pregnancy-weight-gain] พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8 ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 8 ในช่วงนี้ทารกจะมีขนาดตัวยาวประมาณ 2.7 เซนติเมตร ทารกจะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง นิ้วมือและนิ้วเท้าจากที่เคยติดกันคล้ายพังผืด จะเริ่มแยกออกจากกันและเริ่มมองเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ตัวอ่อนจะเริ่มดูเหมือนทารกมากขึ้น มีริมฝีปากบน จมูกน้อย  ๆ และเปลือกตาขนาดจิ๋ว เริ่มมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงน้ำคร่ำก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณสัปดาห์ละ 30 มิลลิลิตร ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนที่เรียกว่าโปรเจสเตอโรน คือตัวการที่ทำให้รู้สึกเวียนศีรษะ เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการพักผ่อน อย่าพยายามฝืนร่างกาย โดยอาจงีบหลับช่วงสั้น ๆ เพื่อช่วยเรียกคืนพลังงานที่สูญเสียไป ควรสังเกตอาการของร่างกายให้ดี อย่าให้ร่างกายทำงานหักโหมเกินไป ควรระมัดระวังอะไรบ้าง อาการแพ้ท้องอาจทำให้รู้เหนื่อยอ่อน นี่คือเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้จัดการกับอาการแพ้ท้องได้ เลือกอาหารให้เหมาะ ควรเลือกอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตน้อย ไขมันต่ำ และย่อยง่าย รวมถึงเลือกกินของว่างอื่น […]


ไตรมาสที่ 1

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7 ของการตั้งครรภ์

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7 พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7ลูกจะเติบโตอย่างไร สำหรับพัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7 ลูกน้อยในครรภ์จะมีขนาดตัวเท่าผลบลูเบอร์รี่ และโตขึ้นเป็น 2 เท่าจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยความยาวลำตัวตอนนี้คือ 1.27 เซนติเมตร   ทารกเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในมดลูก ในช่วงสัปดาห์นี้สายสะดือจะก่อตัวขึ้น โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างคุณกับทารกในครรภ์ สายสะดือจะลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารจากเลือดของคุณไปให้ลูกน้อย นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดของเสียออกจากตัวลูกน้อยด้วย ปอด ไต และระบบทางเดินอาหารของทารก เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอย่างตอเนื่อง ดวงตา จมูก ปาก และหู เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิตร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง คุณอาจสังเกตเห็นว่าเต้านมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยปกติแล้วฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะทำให้เต้านมของคุณบวมและอ่อนนุ่มขึ้น เนื่องจากมีเลือดไปหล่อเลี้ยงที่เต้านมมากขึ้น รวมทั้งไขมันสะสมอยู่ในบริเวณนั้นมากขึ้นด้วย นอกจากนี้คุณยังอาจสังเกตเห็นหัวนมตั้งตึงมากขึ้น ฐานหัวนมสีคล้ำขึ้นและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นการเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการให้นมบุตรนั่นเอง ควรระมัดระวังอะไรบ้าง ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ มดลูกของคุณแม่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะทำให้ท้องป่องหรือไม่ก็ได้ ถ้าคุณเคยตั้งครรภ์มาก่อน ท้องของคุณอาจจะขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณท้องเคยยืดออกไปแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้ท้องขยายได้ง่ายและเร็วขึ้นในการตั้งครรภ์คราวนี้ แต่โชคร้ายหน่อยตรงที่คุณจะรู้สึกปวดหลัง และเจ็บตรงกระดูกเชิงกรานเร็วขึ้น ในช่วงสัปดาห์ที่ 7 นี้ หากคุณแม่ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าตั้งครรภ์ ก็ยังสามารถพรางได้ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ  การพบคุณหมอควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง หากคุณแม่ตั้งครรภ์อาการใด […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน