หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

นอกเหนือไปจากการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์ ปัญหามีบุตรยาก และเรื่องจริงจากคุณแม่ ก็ยังมีความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอื่น ๆ มากมายที่ Hello คุณหมอ อยากจะแบ่งปันให้กับผู้อ่านทุกท่าน เรียนรู้ หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์ เพิ่มเติม ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

ยาที่คนอยากท้องห้ามกิน มีอะไรบ้าง

ยาที่คนอยากท้องห้ามกิน หมายถึง ยาที่เมื่อรับประทานไปแล้วอาจเกิดผลข้างเคียงจนทำให้ลดโอกาสการตั้งครรภ์ รวมทั้ง ยาที่ส่งผลโดยตรงต่อการยับยั้งกระบวนการปฏิสนธิ ผู้ที่ต้องการมีบุตร หรือกำลังวางแผนที่จะตั้งครรภ์ ควรระมัดระวังเกี่ยวกับการรับประทานยาประเภทต่าง ๆ หากมีโรคประจำตัวหรือมียาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำในการปรับใช้ยาสำหรับการวางแผนมีบุตร [embed-health-tool-ovulation] ยาที่คนอยากท้องห้ามกิน ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร หรือกำลังพยายามมีบุตร ควรระมัดระวังในการรับประทานยาที่อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และทำให้ลดโอกาสตั้งครรภ์ ซึ่งมียาต่าง ๆ ดังนี้ 1. ยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิด (Contraceptive Pill หรือ Birth Control Pill) คือ ยาที่มีฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งมีผลต่อการทำงานของระบบอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ไม่ว่าจะเป็นปากมดลูก ผนังมดลูก รวมไปถึงรังไข่ เพราะจะไปยับยั้งการตกไข่ จึงทำให้โอกาสตั้งครรภ์น้อยลง ยาคุมกำเนิดมี 3 ชนิด ได้แก่ ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม (Combine pill) ในตัวยาจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดียว (Progestogen-only pill) มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน (Emergency pill) เป็นยาเม็ดที่มีฮอร์โมนสูง สำหรับกินภายใน 72 […]

หัวข้อ หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์ เพิ่มเติม

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

ปัจจัยที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลว

เด็กหลอดแก้ว หรือ In Vitro Fertilization: IVF เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการปฏิสนธิของไข่และอสุจิภายนอกร่างกาย จากนั้นนำตัวอ่อนไปฝังภายในมดลูกของผู้หญิง แล้วปล่อยให้ตัวอ่อนหรือทารกเจริญเติบโตตามธรรมชาติ แต่การทำเด็กหลอดแก้วอาจไม่ประสบผลสำเร็จทุกครั้งเสมอไปซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น ความผิดปกติของไข่หรืออสุจิ ความผิดปกติของโครโมโซม ปัญหาในห้องปฏิบัติการ ดังนั้น คุณแม่จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของการทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลวเพื่อพิจารณาข้อดีและข้อเสียก่อนตัดสินใจทำเด็กหลอดแก้ว [embed-health-tool-ovulation] ปัจจัยที่ทำให้การทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลว ตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการทำเด็กหลอดแก้วให้ได้ผล ได้แก่ ไข่ที่แข็งแรง อสุจิที่แข็งแรง และมดลูกที่แข็งแรง ซึ่งจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของทารก ในหลายกรณีที่การทำเด็กหลอดแก้วล้มเหลว มีสาเหตุมากกว่าหนึ่งประการ คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะดูที่ลักษณะของตัวอ่อน และประเมินอัตราการเจริญเติบโตตามปกติ เมื่อพบสาเหตุแล้ว คุณหมอจะพูดคุยกับครอบครัว เพื่อวางแผนการป้องกัน ซึ่งการทำเด็กหลอดแก้วไม่ได้ผลนั้นอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ความผิดปกติของไข่ ความผิดปกติของไข่ มักเกิดขึ้นเมื่อเซลล์มีการแบ่งตัว และไม่มีการสร้างสำเนาโครโมโซมอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดความเสียหาย ส่งผลให้เกิดการกระจายตัวที่ผิดปกติของโครโมโซม เกิดตัวอ่อนที่ผิดปกติ ซึ่งความผิดปกตินี้พบได้บ่อยในผู้หญิงช่วงวัยกลางคน อสุจิที่ผิดปกติ ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะพบอสุจิผิดปกติ นั้นมีน้อยกว่าการพบไข่ที่ผิดปกติ แต่หากพบว่าอสุจิมีภาวะผิดปกติ  ระดับความผิดปกติเกี่ยวกับโครโมโซมจะส่งผลให้เกิดความล้มเหลวได้มากกว่า เพราะเมื่ออสุจิไม่แข็งแรง จะไม่สามารถผสมกับไข่ได้ วิธีการเลือกตัวอ่อน ไข่หรือตัวอ่อนที่ได้รับการฝังตัวในร่างกายผู้หญิง จะได้รับการคัดเลือกโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ โดยยึดตามหลักเกณฑ์สามประการในการเลือกตัวอ่อน ได้แก่ ระยะของเซลล์ คุณภาพของตัวอ่อน และอัตราการแบ่งตัวของเซลล์ อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากที่จะระบุได้ว่า ตัวเลือกที่เลือกนั้นสมบูรณ์แบบ  โดยตัวอ่อนที่ดีที่สุดคุณหมอจะเลือกได้โดยยึดตามการศึกษาในห้องปฏิบัติการ และสุ่มเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดแต่ไม่สามารถรับรองความสมบูรณ์ของตัวอ่อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความผิดปกติของโครโมโซม เช่นเดียวกับการตั้งครรภ์ตามปกติที่ตัวอ่อนมีโอกาสเกิดความผิดปกติทางโครโมโซม ทั้งนี้เกิดขึ้นได้จากยีนที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมมาจากพ่อและแม่ หรือเกิดการพัฒนาผิดปกติระหว่างที่ตัวอ่อนมีการแบ่งตัว ทำให้หยุดเจริญเติบโตได้ ปัจจัยทางห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว ห้องปฏิบัติการซึ่งเป็นที่เลี้ยงตัวอ่อนมักจะมีการควบคุมสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี […]

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

เซ็กส์แบบไม่สอดใส่ ทำให้คุณตั้งครรภ์ได้หรือเปล่า?

เซ็กส์แบบไม่สอดใส่ ทำให้ท้องได้ไหม? อาจเป็นคำถามกวนใจใครหลาย ๆ คนมานาน คำตอบก็คือ มีความเป็นไปได้ แต่โอกาสน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย ดังนั้น การป้องกันและการคุมกำเนิดขณะมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะเกิดการตั้งครรภ์ ไข่ของฝ่ายหญิงต้องได้รับการผสมจากเชื้ออสุจิ โดยปกติแล้วนั้น การผสมระหว่างอสุจิกับไข่จะเกิดขึ้น เมื่อฝ่ายชายหลั่งน้ำเชื้อเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง น้ำเชื้อของฝ่ายชายประกอบไปด้วยเชื้ออสุจินับล้านตัว แต่มีเพียงหนึ่งตัวเท่านั้นที่เข้าไปผสมกับไข่ได้ [embed-health-tool-”ovulation”] ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ เซ็กส์แบบไม่สอดใส่ ความเชื่อที่ 1 น้ำหล่อลื่นไม่ทำให้ท้อง โอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์จากน้ำหล่อลื่นนั้นมีน้อยมาก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ น้ำหล่อลื่นคือน้ำใส ๆ ที่อวัยวะเพศชายหลั่งออกมาก่อนที่จะถึงจุดสุดยอด ซึ่งผู้ชายไม่สามารถที่จะควบคุมการหลั่งน้ำหล่อลื่นนี้ได้เลย โดยปกติน้ำหล่อลื่นจะไม่มีตัวอสุจิเจือปน แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่เชื้ออสุจิอาจจะเล็ดลอดปะปนมาได้ ซึ่งเชื้ออสุจินี้ยังสามารถปฏิสนธิกับไข่ และทำให้ตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ความเชื่อที่ 2: มีเพศสัมพันธ์แบบไม่สอดใส่ แค่เสียดสีกันภายนอก ก็ทำให้ท้องได้ คำตอบของคำถามนี้คือ แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะหากพิจารณาย้อนกลับไปยังคำอธิบายด้านบน กล่าวคือ การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นเมื่อไข่ผสมกับเชื้ออสุจิ การเสียดสีกันภายนอกโดยที่ยังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ จึงไม่สามารถทำให้เชื้ออสุจิเข้าสู่ช่องคลอดแล้วทำให้ตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นการเสียดสีโดยตรง และมีการหลั่งในบริเวณแคมที่ใกล้กับปากช่องคลอด ก็อาจมีโอกาสที่เชื้ออสุจิอาจจะผ่านเข้าสู่ช่องคลอดไปปฏิสนธิกับไข่ได้ แต่กรณีนี้เป็นกรณีหายากที่อาจเรียกได้ว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้ ความเชื่อที่ 3: คุณตั้งครรภ์ได้จากการช่วยตัวเอง ไม่มีความเป็นไปได้เลย ที่คุณจะตั้งครรภ์ด้วยการช่วยตัวเอง โอกาสการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อคุณและคู่นอนช่วยตัวเองให้กัน และน้ำเชื้ออาจติดอยู่ที่มือ และผ่านเข้าสู่อวัยวะเพศของคุณในระหว่างการช่วยตัวเอง แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก ความเชื่อผิดที่ […]

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

อาการคนท้อง สัญญาณแปลก ๆ ที่ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าคุณ ตั้งครรภ์

ประจำเดือนไม่มา เต้านมคัด หรือรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา เป็น อาการคนท้อง ที่สาวๆ หลายคนรู้ แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมีสัญญาณการตั้งครรภ์แปลกๆ อีกมากมาย ที่คุณอาจคาดไม่ถึงและไม่รู้ว่าหากมีอาการเหล่านี้ อาจหมายถึงคุณกำลังตั้งครรภ์ อยู่ก็เป็นได้ อาการคนท้อง ที่คุณอาจคาดไม่ถึง 1. มีของเหลวไหลออกมาจากช่องคลอด หากมีเมือกลักษณะคล้ายตกขาวไหลออกมาจากช่องคลอด เช่น เมือกสีเหลืองอ่อน เมือกเหนียว ๆ สีขาว อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ได้ เนื่องจากเวลาตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนแปลง ทำให้มดลูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงอาจมีเมือกที่คล้ายตกขาวไหลออกมาจากช่องคลอด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่อาการรุนแรงแต่อย่างใด แต่หากมีอาการติดเชื้อในช่องคลอด หรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบคุณหมอทันที อวัยวะเพศมีกลิ่น รู้สึกแสบที่อวัยวะเพศ คันอวัยวะเพศ ตกขาวเป็นสีเขียวอมเหลือง 2. ตัวร้อน เวลาที่ผู้หญิงเกิดภาวะตกไข่ อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น และจะเป็นแบบนี้จนกระทั่งมีประจำเดือนในครั้งถัดไป แต่ถ้าอุณหภูมิในร่างกายสูงนานกว่า 2 สัปดาห์ อาจหมายความว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ วิธีสังเกตอาการคือ คุณอาจรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ตัวรุม ๆ อาการเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย เนื่องจากการตั้งครรภ์ 3. ปัสสาวะบ่อย ถ้าพบว่าตัวเองเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ นี่อาจเป็นสัญญาณของอาการคนท้องก็เป็นได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย อาจเป็นเพราะฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (HCG Hormone) ที่กระตุ้นให้คุณปัสสาวะบ่อยขึ้น นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัสสาวะบ่อย คือ เมื่อเวลาผ่านไปมดลูกจะขยายตัวเพื่อการตั้งครรภ์ ทำให้มดลูกดันทางเดินปัสสาวะ […]

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

ที่ตรวจครรภ์ ให้ผลการตรวจที่เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน

ที่ตรวจครรภ์ โดยเฉพาะแบบที่ตรวจด้วยตนเองนั้นส่วนใหญ่มักให้ผลที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ แต่หลายครั้งก็อาจมีข้อผิดพลาดได้เช่นกัน ควรศึกษาและหาข้อมูลว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ผลตรวจการตั้งครรภ์คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ เพื่อการใช้งานที่ตรวจครรภ์อย่างถูกต้อง เหมาะสม และผิดพลาดน้อยที่สุด เมื่อใดที่ควรใช้ที่ตรวจครรภ์ โดยปกติแล้วที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองมักมีข้อบ่งชี้การใช้และระบุบนกล่องว่า ให้ผลการตรวจสอบที่ถูกต้องเที่ยงตรง ตั้งแต่วันแรกที่รอบเดือนขาดหายไป (หรือแม้แต่ก่อนหน้านั้น) ซึ่งอาจได้ผลตรวจที่ถูกต้องจริง ๆ แต่เพื่อความแม่นยำควรรอหลังวันที่รอบเดือนขาดหายไปหนึ่งวันเป็นอย่างน้อย หรืออาจตรวจหลังจากรอบเดือนขาดหายไปหนึ่งสัปดาห์ เหตุผลที่ต้องรอตรวจหลังประจำเดือนขาดหนึ่งสัปดาห์เนื่องจากว่า หลังจากไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิและเข้าไปฝังตัวอยู่ในผนังมดลูก ทำให้รกก่อตัวขึ้นมาและผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับกับการตั้งครรภ์ หรือ Human Chorionic Gonadotropin (HCG) โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะเข้าไปอยู่ในกระแสเลือดและปัสสาวะ นับตั้งแต่การตั้งครรภ์ในช่วงแรก ๆ  ฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มเป็นสองเท่าทุก ๆ สองถึงสามวัน แต่หากใช้ที่ตรวจครรภ์เร็วไป ฮอร์โมน HCG อาจยังมีปริมาณน้อยทำให้ที่ตรวจครรภ์ตรวจจับฮอร์โมน HCG ได้ยากทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนได้  และโดยปกติ ช่วงเวลาตกไข่ของผู้หญิงแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน รวมทั้งช่วงเวลาที่ไข่สุกแล้วเข้าไปฝังตัวในมดลูกก็แตกต่างกันด้วย ซึ่งปัจจัยพวกนี้ล้วนมีผลต่อการผลิตฮอร์โมนการตั้งครรภ์ของร่างกายทั้งสิ้น [embed-health-tool-ovulation] วิธีการใช้ที่ตรวจครรภ์ด้วยตนเอง ที่ตรวจครรภ์ส่วนใหญ่ มักให้วางปลายที่ตรวจครรภ์ลงในถ้วยที่เก็บปัสสาวะเอาไว้ หลังจากนั้นประมาณสองสามนาที ที่ตรวจครรภ์จึงแสดงผลตรวจ ซึ่งมักจะเป็นเครื่องหมายบวกหรือเครื่องหมายลบ หรือขีดสองขีดกับขีดเดียว หรือใช้คำว่า ‘ตั้งครรภ์‘ หรือ ‘ไม่ตั้งครรภ์‘ บนแถบหรือจอแสดงผล แต่ทั้งนี้ ที่ตรวจครรภ์แต่ละยี่ห้ออาจมีความอ่อนไหวต่อการจับฮอร์โมน HCG ไม่เท่ากัน ดังนั้น ที่ตรวจครรภ์บางชนิดอาจบอกผลการตรวจได้โดยอาศัยฮอร์โมน HCG ในปัสสาวะที่แม้จะมีปริมาณน้อยก็สามารถจับฮอร์โมนตั้งครรภ์ได้อย่างรวดเร็ว […]

หัวข้ออื่นเกี่ยวกับการเตรียมตั้งครรภ์

เลือกเพศลูก ทำได้จริงไหมและมีวิธีใดบ้าง

เลือกเพศลูก เป็นความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางรายอาจมีเหตุผลด้านประเพณีวัฒนธรรม ความต้องการสร้างความสมดุลให้สมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงเหตุผลทางการแพทย์ เช่น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคทางพันธุกรรมที่อาจเกิดขึ้น บางรายมีบุตรยาก ปัจจุบันนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีทางเลือกในการเลือกเพศให้กับลูกของตัวเองมากขึ้น [embed-health-tool-ovulation] เลือกเพศลูกด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ปัจจุบันนี้ มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเลือกเพศลูกเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องการใช้วิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุผลและปัจจัยส่วนตัวของแต่ละครอบครัว ควรศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีเลือกเพศลูก 1. เลือกเพศลูก ด้วยการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนการฝังตัว  เทคนิคที่ได้รับการรับรอง และอนุมัติให้ใช้ เพื่อการเลือกเพศของบุตรเป็นอันดับต้น ๆ เรียกว่า เทคนิคการตรวจวินิจฉัยตัวอ่อนก่อนการฝังตัว (Pre-implantation genetic diagnosis หรือ PGD) หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทคนิคการปฏิสนธินอกร่างกาย (In-Vitro Fertilization-IVF) โดยวิธีการคือ แพทย์จะแยกไข่ของฝ่ายหญิงออกมา แล้วนำไปผสมกับน้ำเชื้อของฝ่ายชายในห้องแล็บ เพื่อสร้างตัวอ่อน หลังจากนั้น 3 วัน เอ็มบริโอจะแบ่งตัวออกเป็น 8 เซลล์ ซึ่งจะถูกนำมาประเมินภายหลังว่า เอ็มบริโอได้เพศตามที่ต้องการหรือไม่ หลังจากประเมินแล้ว แพทย์จะนำตัวอ่อนที่ได้เพศตามที่ต้องการ ใส่กลับเข้าไปในครรภ์ของมารดา เพื่อให้เติบโตในครรภ์ตามธรรมชาติต่อไป 2. เลือกเพศลูก ด้วยเทคนิคไมโครซอร์ต เทคนิคไมโครซอร์ต (MicroSort) คือ การแยกไมโครโซมในน้ำเชื้อของฝ่ายชาย โดยใช้แสงเลเซอร์ สีย้อม และเครื่องวิเคราะห์เซลล์อัตโนมัติ เมื่อแยกน้ำเชื้อได้โครโมโซมตามที่ต้องการแล้ว แพทย์ก็จะใส่น้ำเชื้อที่ต้องการกลับไปในรังไข่ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ เนื่องจากโครโมโซม X […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!