home

การดูแลสุขอนามัย

สุขอนามัยที่ดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง คุณรู้ไหมว่า ปัญหาสุขภาพที่คุณอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น การติดเชื้อที่ผิวหนัง กลิ่นตัว ก็อาจส่งผลให้คุณมีปัญหาสุขภาพได้ เรียนรู้เทคนิค การดูแลสุขอนามัย ที่ดีต่อสุขภาพ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การดูแลสุขอนามัย

ถ่ายพยาธิ เป็นวิธีหนึ่งในการกำจัดพยาธิที่อยู่ภายในร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่ควรถ่ายพยาธิ เพราะพยาธิ คือปรสิตที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ตั้งแต่ยังเป็นไข่พยาธิ ผ่านการปนเปื้อนในอาหาร น้ำ เป็นต้น หากปรสิตอาศัยอยู่ในร่างกาย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ พยาธิ คืออะไร พยาธิ คือปรสิตที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางปาก ทางผิวหนัง ทางสายรกในครรภ์ พบได้บ่อยในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ และเมื่ออาศัยอยู่ในร่างกาย ก็สามารถวางไข่ ฟักตัวเพิ่มจำนวน คอยแย่งอาหาร หรือดูดเลือด จนอาจก่ออันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ พยาธิสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พยาธิตัวกลม สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่อาจปนเปื้อนไข่พยาธิ พยาธิตัวกลมที่พบบ่อย เช่น พยาธิเข็มหมุดหรือพยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิตัวแบน มักติดเชื้อจากการรับประทานอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เข้าสู่ร่างกายทางปาก และอาศัยอยู่ในลำไส้ พยาธิตัวแบนที่พบบ่อย เช่น พยาธิตัวตืด  พยาธิใบไม้ มักติดเชื้อจากการทำกิจกรรมในแหล่งน้ำจืด เช่น ว่ายน้ำ เล่นน้ำ หรือรับประทานอาหารจำพวกปลาน้ำจืดที่กึ่งสุกกึ่งดิบ พยาธิชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในหลอดเลือด ลำไส้ ปอด ตับ ทำไมถึงต้อง ถ่ายพยาธิ ผู้ที่ติดเชื้อพยาธิจะโดนแย่งอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายทรุดโทรม และอาจทำให้เสียสุขภาพจิต […]

หัวข้อ การดูแลสุขอนามัย เพิ่มเติม

การดูแลสุขอนามัย

คลอรีน เป็นสารที่ฟังดูแล้วเหมือนจะไกลตัว แต่กลับใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เพราะเราสามารถพบเจอคลอรีนได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในสระว่ายน้ำ น้ำประปา หรือแม้แต่ในน้ำดื่ม คลอรีนนี้แม้ว่าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่ก็อาจนำมาซึ่งอันตรายต่อสุขภาพได้เช่นกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับอันตรายของคลอรีน ที่หลายคนมักจะมองข้าม คลอรีน คืออะไร คลอรีน (Chlorine) คือธาตุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีกลิ่นที่รุนแรงเตะจมูก และอาจอยู่ในรูปแบบแก๊สหรือของเหลว คลอรีนนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ในการนำมาใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งต่าง ๆ เช่น การฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาและน้ำดื่ม หรือการฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ หรือผสมลงในน้ำยาทำความสะอาดสำหรับฆ่าเชื้อบนพื้นผิวอื่น ๆ เป็นต้น คลอรีนพบได้ที่ไหนบ้าง น้ำ น้ำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำประปา น้ำดื่ม หรือแม้แต่น้ำในสระว่ายน้ำ ล้วนแล้วแต่ก็มีการใช้คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อทั้งสิ้น คลอรีนจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำและสามารถทำให้เกิดโรคได้ เช่น โรคท้องร่วง ผื่นผิวหนัง หรือแม้แต่โรคน้ำกัดเท้า นอกจากนี้ยังทำให้น้ำสะอาดพอที่จะสามารถดื่มได้อีกด้วย น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในครัวเรือน คลอรีนนั้นได้รับความนิยมในการนำมาใช้เพื่อผลิตเป็นน้ำยาสำหรับทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ที่ใช้ได้ภายในครัวเรือน เช่น น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน หรือแม้แต่ผงซักฟอก และน้ำยาทำความสะอาดอื่นๆ ล้วนแล้วแต่ก็มีส่วนผสมของคลอรีนด้วยกันทั้งสิ้น โดยปริมาณของคลอรีนที่พบได้ในน้ำยาทำความสะอาดนี้ จะมีมากกว่าคลอรีนที่พบได้ในน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค อีกทั้งยังอาจตกค้างอยู่บนพื้นผิว และทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ อาหาร ในอุตสาหกรรมการเกษตรมักจะนิยมนำสารคลอรีนมาฉีดพ่นพืชผล เพื่อป้องกันพืชผลจากแมลงและศัตรูพืช […]

การดูแลสุขอนามัย

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคกลายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความต้องการของตลาดสูงมาก หากรู้ว่าที่ไหนมีขาย หลายคนเป็นต้องรีบไปหาซื้อมาไว้เพื่อใช้ต่อสู้กับเจ้าไวรัสตัวร้ายนี้ให้ได้ จนสินค้าเหล่านี้ขาดตลาดในหลาย ๆ พื้นที่ นอกจากแอลกอฮอล์น้ำ เจลแอลกอฮอล์ และน้ำยาฆ่าเชื้อแล้ว ทิชชู่เปียก หรือผ้าเช็ดอเนกประสงค์สูตรแอนตี้แบคทีเรีย หรือชนิดมีแอลกอฮอล์ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย รา ไวรัส ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนหาซื้อได้ลำบาก วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมี วิธีทำทิชชู่เปียก ใช้เองมาฝาก บอกเลยว่าฆ่าเชื้อโรคได้ แถมยังประหยัดด้วย วิธีทำทิชชู่เปียก แบบง่ายๆ คุณสามารถทำทิชชู่เปียกสูตรฆ่าเชื้อโรค ไว้ใช้ที่บ้านหรือพกติดตัวไว้เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆ ตามต้องการได้ง่ายๆ ด้วยวิธีทำทิชชู่เปียกดังนี้ วิธีทำทิชชู่เปียก แบบใช้แล้วทิ้ง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ทิชชู่เนื้อหนา                  1 ม้วน น้ำยาซักผ้าขาว              ⅓ ถ้วยตวง (สำหรับสูตรเข้มข้น) หรือ ½ ถ้วยตวง (สำหรับสูตรธรรมดา) น้ำเปล่า                          1 แกลลอน […]

การดูแลสุขอนามัย

นอกเหนือไปจากการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการได้รับสารคัดหลั่งจากผู้อื่น หรือผู้ที่ติดเชื้อแล้ว หนึ่งในมาตรการการรับมือเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ก็คือการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ แต่การล้างมืออาจไม่ได้ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อมากพอ ถ้าหากเรา ล้างมือแบบผิดๆ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลของ การล้างมือ ที่ผิดวิธีมาฝาก ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้ว หวังว่าคุณผู้อ่านทุกท่านจะไม่มองข้ามหลักในการล้างมือที่ถูกต้อง เพื่อให้มือของเรานั้นมีความสะอาดอยู่เสมอ จะได้สามารถป้องกันเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ล้างมือแบบไหนถึงเรียกว่าเป็นการ ล้างมือแบบผิดๆ ล้างมือนานไม่พอ จากผลการศึกษาของ Michigan State University ที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน Journal of Environmental Health พบว่า ประชาชนกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ล้างมือในระยะเวลาที่นานเพียงพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ หรือก็คือมี การล้างมือ แบบลวก ๆ ล้างแบบพอเสร็จ เอาแค่ว่ามือได้แตะน้ำกับสบู่ให้รู้สึกสบายใจ ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การล้างมือ ด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ หรือล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เราควรจะล้างมือให้ได้ 20 วินาที เป็นอย่างน้อย เพื่อที่ประสิทธิภาพในการล้างมือจะได้สะอาดมากพอที่จะฆ่าเชื้อโรคและสิ่งสกปรกได้ ลืมล้างบริเวณซอกนิ้วมือ ตามหลักการของ การล้างมือ ที่ถูกต้องนั้น ไม่ใช่เพียงการเอาฝ่ามือทั้งสองข้างสัมผัสกับน้ำสะอาด สบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลเท่านั้น แต่ต้องทำความสะอาดให้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุม เพราะแค่การนำฝ่ามือสองข้างมาถูกัน นั่นไม่ได้ทำให้มือได้รับความสะอาดอย่างทั่วถึง […]

การดูแลสุขอนามัย

หากคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาดตามหลักสุขอนามัย อาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการรับ และแพร่กระจายเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น การล้างมือจึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำให้ติดเป็นนิสัย แต่ถ้าไม่ยอมล้างมือให้สะอาดจะเกิดผลอย่างไรต่อสุขภาพบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลเรื่องนี้มาฝากกัน เมื่อคุณ ไม่ยอมล้างมือ จะเกิดผลอย่างไรต่อสุขภาพ ความจริงแล้วทุกคนต่างรู้ดีว่าการล้างมือนั้น สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเจ็บป่วยได้ เนื่องจากมือของเราต้องสัมผัสกับสิ่งของรอบตัวอยู่ตลอดเวลา รวมถึงบางครั้งยังต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรงเพื่อหยิบเข้าปากอีกด้วย ดังนั้น ถ้าคุณ ไม่ยอมล้างมือ ให้สะอาด มันอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ดังต่อไปนี้ ส่งต่อเชื้อโรค หากคุณไม่ยอมล้างมือให้สะอาด แล้วมือของคุณมีเชื้อโรคติดอยู่ คุณสามารถส่งต่อเชื้อโรคเหล่านั้นไปให้เพื่อนหรือครอบครัวได้ ซึ่งเชื้อโรคที่คุณเป็นผู้ส่งต่ออาจทำให้พวกเขาป่วยได้ หรือหากมือที่มีเชื้อโรคของคุณไปจับกับสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ร่วมกันแบบสาธารณะหรือแม้แต่ภายในครอบครัว เช่น ลูกบิดประตู หรือราวบันได เชื้อโรคเหล่านั้นก็จะไปติดอยู่กับสิ่งที่คุณสัมผัส ส่งผลให้คนอื่นๆ ที่มาจับสิ่งของเหล่านั้นต่อจากคุณอาจได้รับเชื้อโรคได้เช่นกัน เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง หากคุณไม่ยอมล้างมือให้สะอาด คุณอาจป่วยเป็นไข้หวัดได้ แต่นอกจากจะเป็นไข้หวัดแล้ว คุณอาจเจอความเสี่ยงที่รุนแรงกว่านั้นมาก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคมือเท้าและปาก ซึ่งล้วนเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และสามารถพัฒนาไปสู่อาการที่รุนแรงได้อีกด้วย ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention; […]

การดูแลสุขอนามัย

เมื่อเราอยากชะล้างความสกปรกที่ติดตัว เราก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการอาบน้ำชำระคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ จนสะอาดเอี่ยมทั่วตัว ก่อนจะเช็ดตัวให้แห้งด้วยผ้าเช็ดตัว แต่หลายคนอาจจะไม่ทันได้ฉุกคิดว่า ผ้าเช็ดตัว อาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ที่เราทุกคนมองข้าม และทำให้เชื้อโรคกลับมาสู่ร่างกายของเราที่คิดว่าสะอาดปลอดภัยแล้วก็เป็นได้ ผ้าเช็ดตัว แหล่งสะสมเชื้อโรคใกล้ตัว ผ้าเช็ดตัวเป็นไอเท็มสำคัญติดบ้านที่ไม่ว่าใครก็ต้องมี เราจะใช้ผ้าเช็ดตัวในการซับน้ำและความชื้นที่หลงเหลืออยู่จากการอาบน้ำชำระคราบสิ่งสกปรกต่าง ๆ แต่ผ้าเช็ดตัวนั้นไม่ได้ซึมซับเพียงแค่น้ำและความชื้น แต่ยังได้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้ว และเชื้อแบคทีเรียที่ติดอยู่ที่ผิวหนังของเราไปด้วย เมื่อเชื้อแบคทีเรียนั้นได้เกาะอยู่กับผ้าที่มีความชื้นอย่างพอเหมาะ ก็จะยิ่งสามารถบ่มเพาะเชื้อเพิ่มประชากร ให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคไปได้ในที่สุด หรือบางคนอาจจะได้รับเชื้อไวรัสมาจากข้างนอก และมาติดอยู่ที่ผ้าเช็ดตัวในตอนที่เช็ดทำความสะอาดตัว ยิ่งไปกว่านั้น ความอับชื้นยังเป็นปัจจัยชั้นดีในการเจริญเติบโตของเชื้อราต่าง ๆ ดังนั้น ผ้าเช็ดตัว จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่อาจจะมีทั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสนั่นเอง เชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว แพร่ใส่คนอื่นได้จริงเหรอ เชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่บนผ้าเช็ดตัว สามารถแพร่กระจายผู้อื่นที่มาใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนั้นได้ และอาจจะทำให้ผิวหนังเกิดความระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อบนผิวหนัง โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus ก็มักจะแพร่กระจายผ่านทางผ้าเช็ดตัวด้วยเช่นกัน วิธีการในการแพร่เชื้อผ่านทางผ้าเช็ดตัวหลัก ๆ มี 3 วิธี คือ หากคุณใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น เชื้อโรคนี้อาจสามารถแพร่ไปสู่อีกคนที่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกันกับคุณได้ ในระหว่างการนำผ้าเช็ดตัวไปซัก อาจทำให้ติดเชื้อโรคที่ผิวหนังได้ หากคุณซักผ้าเช็ดตัวร่วมกับเสื้อผ้าอื่น เชื้อโรคอาจแพร่กระจายไปสู่เสื้อผ้านั้น ๆ ได้ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านทางผ้าเช็ดตัวได้ การซักผ้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อและลดการสะสมของเชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว แต่อย่างไรก็ตาม การซักผ้าผิดวิธีอาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ ดังนั้น จึงมีวิธีในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคบนผ้าเช็ดตัว ดังต่อไปนี้ อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น […]

การดูแลสุขอนามัย

บ้านใครรกจนรังหนูยังอายยกมือขึ้น! ใครที่บ้านรกๆ วันนี้ Hello คุณหมอ อยากชวนคุณมาทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้เป็นระเบียบ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ แต่ยังดีต่อสุขภาพของคุณด้วย ว่าแต่ เก็บบ้านให้สะอาด จัดบ้านเป็นประจำแล้วดียังไง เราไปดูกันเลย ประโยชน์ของการ เก็บบ้านให้สะอาด ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นเผยว่า คนที่อาศัยและทำงานในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบ จะสามารถโฟกัสกับงานและสร้างสรรค์งานได้ดีกว่าคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมรกๆ ทีนี้ พอผลงานของคุณออกมาดี หน้าที่การงานคุณก็อาจจะรุ่งเรืองเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หรือหากคุณเป็นฟรีแลนซ์ เมื่อผลงานดีมีคุณภาพ งานก็จะได้เข้ารัวๆ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ ช่วยคลายเครียด การเก็บบ้านให้สะอาด จัดบ้านให้เป็นระเบียบสามารถช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ โดยผลงานศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Social Psychology Bulletin ของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2010 เผยว่า ผู้หญิงที่อยู่บ้านรกๆ จะมีระดับของคอร์ติซอลสูงกว่าผู้หญิงที่อยู่ในบ้านที่สะอาด เก็บกวาดเป็นระเบียบ ฉะนั้น ใครอยากหาวิธีคลายเครียดแบบที่ไม่ต้องเสียทรัพย์ แถมดีต่อสุขภาพ เราแนะนำให้คุณรีบกลับไปจัดบ้านโดยด่วน เก็บบ้านให้สะอาด เท่ากับออกกำลังกาย การทำความสะอาดบ้านหรือจัดบ้านเท่ากับคุณได้เคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา แม้ผลลัพธ์ที่ได้ จะไม่ได้เหมือนกับการออกกำลังกายแบบฮิต (HIIT) หรือการคาร์ดิโอแบบหนักหน่วง แต่การเก็บบ้านให้สะอาดก็ยังเผาผลาญพลังงานและช่วยเพิ่มความฟิตได้ดีกว่าการนั่งเฉยๆ โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การทำความสะอาดบ้าน หรือทำงานบ้านหนึ่งชั่วโมง จะสามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 100-300 กิโลแคลอรี่ แล้วแต่ประเภทของกิจกรรมที่คุณทำ งานนี้ นอกจากบ้านจะสะอาดขึ้นแล้ว […]

การดูแลสุขอนามัย

ปัจจุบันเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โรคโควิด-19 ยังคงระบาดอย่างหนัก และยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปในเร็ววันนี้ สถาบันด้านสุขภาพและอนามัยต่าง ๆ ทั่วทั้งโลกต่างก็โหมโรงให้ประชาชนร่วมรับมือกับภัยพิบัติของเชื้อไวรัสในครั้งนี้ด้วยการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ ข้อสำคัญคือไม่ควรลืมล้างมือ และควรที่จะล้างมือบ่อย ๆ ด้วย นั่นจึงทำให้การ ล้างมือด้วยเจลล้างมือ ได้รับความนิยม เนื่องจาก เจลล้างมือ สามารถที่จะพกพาได้ง่าย และใช้งานสะดวกในกรณีที่ไม่มีสบู่และน้ำ แต่การล้างมือแบบไหนให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่ากันตามไปดูกันเลยกับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ มีอะไรอยู่ในเจลล้างมือบ้าง ใน เจลล้างมือ แต่ละยี่ห้อนั้น ต่างก็มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไปบ้าง แต่ตามหลักแล้วจะมีสารประกอบหลักที่เหมือนกันทุกประการ นั่นคือแอลกอฮอล์ ซึ่งเจลล้างมือที่วางขายกันทั่วไปในท้องตลาดนี้ จะประกอบไปด้วยแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 60 ไปจนถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยปกติแล้วจะเป็นแอลกอฮอล์ประเภท เอทานอล (Ethanol) ไอโซโพรพานอล (Isopropanol) หรือเอ็น โพรพานอล (N-propanol) และด้วยความเข้มข้นของสารเหล่านั้น ทำให้แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ในการทำลายจุลินทรีย์ตัวเล็ก ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีเจลล้างมือบางชนิดที่เป็นเจลประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ก็สามารถใช้เพื่อการฆ่าเชื้อโรคได้เช่นกัน โดยเจลล้างมือชนิดนี้ จะมีส่วนประกอบหลักคือ เบนซาลโคเนียมคลอไรด์ […]

การดูแลสุขอนามัย

โดยปกติแล้วคนไทยมักจะนิยมอาบน้ำบ่อย เพราะอากาศร้อนส่งผลให้หลายคนมีเหงื่อออกง่าย รู้สึกไม่สบายผิว ผมมันไว แต่รู้หรือไม่ว่า.. พฤติกรรมระหว่างอาบน้ำ บางอย่างที่คุณกำลังทำอยู่เป็นประจำนั้น อาจเป็นเรื่องที่ผิด และสามารถก่อให้เกิดผลเสียตามมาก็เป็นได้ ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมเหล่านี้มาฝากกัน พฤติกรรมระหว่างอาบน้ำ ที่ควรหลีกเลี่ยง แพทย์ผิวหนังได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อผิดพลาดของการอาบน้ำ ซึ่งตัวคุณเองก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอยู่ พฤติกรรมระหว่างอาบน้ำ ที่คุณรู้แล้วควรหลีกเลี่ยง มีดังต่อไปนี้ อาบน้ำบ่อยเกินไป แม้การอาบน้ำทุกวันอาจเป็นนิสัย แต่การอาบน้ำก็เป็นการล้างเอาน้ำมันและแบคทีเรียที่มีสุขภาพดีออกจากผิว ดังนั้น การอาบน้ำที่บ่อยจนเกินไป จึงอาจทำให้ผิวของคุณแห้งและคันได้อีกด้วย ความจริงแล้วแบคทีเรียตามปกติมันจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของคุณได้อีกด้วย เกาหนังศีรษะด้วยเล็บ การเกาหนังศีรษะที่ดีอาจทำให้รู้สึกสดชื่น แต่ความจริงแล้วมันอาจเป็นอันตรายมากกว่า เนื่องจากการเอาเล็บเกาหนังศีรษะอาจทำให้เกิดรอยบนศีรษะได้ นอกจากนี้การถูผมด้วยมือของคุณอย่างแรง อาจสร้างความเสียหาย และทำให้ผมเกิดการแตกปลายได้อีกด้วย การเลือกใช้สบู่ผิด สบูต้านเชื้อแบคทีเรียนั้น สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ดีไปได้ด้วย เนื่องจากมันสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้มากจนเกินไป นอกจากนั้นสบู่ชนิดนี้ยังทำให้แบคทีเรียที่ไม่ดี สามารถต้านทานต่อยาปฏิชีวนะ จนทำให้ผิวแห้งได้อีกด้วย ดังนั้น การใช้เจลอาบน้ำที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นส่วนผสม จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า นอกจากนั้นหากคุณเป็นโรคกลากหรือผิวหนังบอบบาง สบู่ที่มีกลิ่นหอมอาจทำให้เกิดกายระคายเคืองผิวได้ ควรเลือกใช้สบู่ที่ไม่มีน้ำหอมเป็นส่วนผสมแทน ปรับอุณภูมิน้ำร้อนจนเกินไป แน่นอนว่าไม่มีใครชอบอาบน้ำเย็นในช่วงฤดูหนาว แต่การอาบน้ำที่มีอุณหภูมิร้อนจนเกินไป ก็อาจทำให้ผิวของคุณแห้งเสียได้เช่นกัน เนื่องจากน้ำร้อนนั้นจะไปทำลายไขมันและน้ำมันจากธรรมชาติที่ถูกกักเก็บไว้บนผิวหนัง เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังนั่นเอง อาบน้ำประจำแต่ไม่ขยันซักผ้าขนหนู ผ้าขนหนูเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย ยีสต์ รา และไวรัส ผ้าขนหนูสกปรกอาจทำให้เกิดเชื้อราที่เล็บเท้า รวมถึงหูดอีกด้วย ดังนั้น การเปลี่ยนหรือซักผ้าขนหนูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และทำให้แห้งระหว่างใช้งาน จึงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างมาก พยายามซักผ้าขนหนูบ่อยขึ้นเมื่อคุณมีอาการป่วย หรือหากว่าบ้านของคุณมีความชื้น เช่น […]

การดูแลสุขอนามัย

ผ้าปูที่นอน ถืออีกสิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องใช้เป็นประจำทุกวัน และใช้เวลาอยู่กับมันนานหลายชั่วโมง การซักผ้าปูที่นอนของแต่ละคนก็อาจจะแตกต่างกันไป สัปดาห์ละครั้ง หรือบางคนอาจจะเดือนละครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าผ้าปูที่นอนนั้นสามารถเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่สำคัญได้อีกหนึ่งแหล่ง วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องเกี่ยวกับผ้าปูที่นอนมาฝากกัน ทำไมการซัก ผ้าปูที่นอน ถึงเป็นเรื่องสำคัญ บนที่นอนถือเป็นสถานที่ที่มีความสุขของทุกๆ คนมากที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า ผ้าปูที่นอน เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียอย่างดี ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ การนอนหลับทำให้ผิวของเราใช้เวลานี้ในการสร้างตัวเองขึ้นมา ส่งผลให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วและเซลล์ผิวใหม่ ถูกดักจับโดยผ้าปูที่นอน ทำหน้าที่เหมือนตาข่ายดักจับปลา ที่คอยจับเซลล์ของมนุษย์หลายพันชนิด รวมถึงน้ำมันที่ออกมาจากร่างกาย ของเหลวต่างๆ รวมถึงปัสสาวะ และอุจจาระ อีกด้วย นอกจากนั้นคนเรายังหลั่งเหงื่อออกมาถึง 26 แกลลอนบนเตียงทุกๆ ปี และเมื่อเตียงเจอกับความชื้น ก็จะทำให้เกิดเชื้อราขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ถ้าตัวคุณมีรอยชีดข่วนก็อาจเกิดการติดเชื้อได้ นอกจากนั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ยังมีตัวการในการดึงไรฝุ่นให้มาอยู่บนที่นอน สามารถส่งผลต่อผู้ที่เป็นโรคหอบหืดได้ด้วย ดังนั้น การซักผ้าปูที่นอนให้สะอาดอยู่เสมอ จึงเป็นการป้องกันเชื้อรา เชื้อโรค และไรฝุ่น ที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพขึ้นได้นั่นเอง จะแย่แค่ไหน ถ้า..ไม่ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ คราวนี้ลองมาดูกันบ้างดีกว่าว่า ถ้าคุณไม่ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ สามารถส่งผลเสียต่อคุณอย่างไรบ้าง ผลต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีดังนี้ ไร ร่างกายของเรานั้นผลัดเซลล์ผิววันละ 500 ล้านเซลล์ ทำให้เกิดเป็นคราบคิดอยู่บนเตียงเมื่อคุณกลิ้งไปกลิ้งมา ซึ่งเซลล์ที่ตายแล้วจะกองอยู่บนผ้าปูที่นอน นอกจากนั้นไรฝุ่นยังชอบกินเซลล์ที่ถูกผลัดออก โดยไรฝุ่นที่เกิดขึ้นนี้อาจส่งผลทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ […]

การดูแลสุขอนามัย

จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย แพร่ระบาดตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม ปีพ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา และยังไม่มีทีท่าว่าการแพร่ระบาดของไวรัสนี้จะสิ้นสุดลงในเร็ววัน แถมในปัจจุบันก็พบผู้ป่วยทั่วโลกแล้วกว่า 24,000 ราย รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดนี้แล้วกว่า 490 ราย (ข้อมูลถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563) รัฐบาลจีนจึงได้ประกาศระงับเที่ยวบินเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่น ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม ปีพ.ศ. 2563 โดยระบุให้ประกาศนี้มีผลจนถึงวันนี้ 13 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2563 ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปีพ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก ก็ได้ออกมาแจ้งเตือนการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีนว่าอยู่ในระดับ 3 คือ ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าประเทศจีน หรืออย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ก็มีการระบาดของเชื้อโรคนี้ในระดับ 2 คือ ผู้ที่เดินทางเข้าออกจากประเทศญี่ปุ่น ต้องระมัดระวังสุขภาพมากขึ้น แต่หากคุณจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะในช่วงต้นปีพ.ศ. 2563 นี้ ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในหลายพื้นที่ทั่วโลก คุณก็ควรดูแลตัวเองในเบื้องต้น ด้วย วิธีป้องกันตัวเองจากโรคระบาด […]