home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก มีสัญญาณเตือนอะไรที่ผู้ใหญ่สามารถสังเกตได้บ้าง

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก มีสัญญาณเตือนอะไรที่ผู้ใหญ่สามารถสังเกตได้บ้าง

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก มักจะเกิดขึ้นในสังคมจนเป็นข่าวอยู่เสมอ ซึ่งการกระทำเหล่านี้นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของเด็กอีกด้วย แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับเด็กแล้ว เหล่าผู้ใหญ่จะมีการสังเกตเด็กๆ ได้อย่างไร Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก คืออะไร

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก (Child Abuse and Neglect) เป็นการทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย สถานการทางเพศ ทั้งยังทำให้พวกเขารู้สึกไร้ค่าอีกด้วย การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็กที่เกิดขึ้นไม่มีการคำนึงถึงประเภทของการละเมิด ผลที่เกิดคือ อันตรายต่ออารมณ์ของเด็ก เพราะการทารุณกรรมต่าง ๆ อาจส่งผลให้พวกเขามีอารมณ์ที่รุนแรง ดังนั้น เรื่องการทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็กจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม และทางออกที่ดีที่สุดก็คือต้องจบปัญหานี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องช่วยเหลือเด็ก และจัดการกับผู้ที่ทำร้ายเด็ก

ปัจจัยเสี่ยงของ การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็กส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในครอบครัว โดยผู้ปกครองอาจจะล่วงละเมิดทางเพศเด็กในวัยเด็ก หรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งทำให้เด็กเกิดปัจจัยเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า(Depression) หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็กในรูปแบบอื่นนั้นพบได้ทั่วไปในครอบครัวที่มีความยากจน และในหมู่ผู้ปกครองที่เป็นวัยรุ่น ผู้ที่เสพสารเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ เด็กๆ มักจะถูกผู้ดูแลหรือคนที่พวกเขารู้จักทำร้ายมากกว่าคนแปลกหน้านอกบ้าน

การละเลยอาจรวมถึงการถูกทอดทิ้ง อันได้แก่ การไม่หาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักพิง หรือสิ่งจำเป็นทางกายภาพอื่นๆ ให้แก่เด็ก นอกจากนั้นยังมี การละเลยทางอารมณ์ เช่น การไม่ให้ความรัก หรือความสะดวกสบาย หรือการละเลยทางการแพทย์

การล่วงละเมิดทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นการล่วงละเมิดทางจิตวิทยา ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก นอกจากนั้นยังเชื่อมโยงกับการล่วงละเมิดทางวาจา ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคุณค่าในตนเองของเด็ก หรือความสุขทางอารมณ์ของเด็ก

การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก-การละเลยเด็ก

สัญญาณเตือนและอาการเมื่อเด็กโดนทารุณกรรมและทอดทิ้ง

ส่วนใหญ่แล้วเด็กๆ ที่โดนทารุณกรรมมักจะกลัวการบอกคนอื่น เพราะพวกเขามักจะคิดว่าเมื่อบอกแล้วจะถูกตำหนิหรือไม่มีใครเชื่อพวกเขา บางครั้งพวกเขาจึงเลยวิธีการเงียบเพราะคนที่ทำร้ายพวกเขาคือคนที่พวกเขารักมาก หรืออาจจะเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง

ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมองข้ามสัญญาณและอาการของการล่วงละเมิด เพราะพวกเขาไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความจริง ซึ่งนี่ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรง เด็กที่ถูกทารุณกรรมนั้นต้องการความช่วยเหลือและการรักษาเป็นพิเศษและโดยเร็วที่สุด ต่อไปถ้าพวกเขาถูกทำร้ายหรือถูกทิ้งให้จัดการกับสถานการณ์ด้วยตัวเอง มันจะยากต่อการรักษา ทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจของพวกเขาอีกด้วย

นี่คือสัญญาณทางกายภายและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเด็กที่อาจมีประสบการณ์โดนทารุณกรรมและทอดทิ้ง

สัญญาณทางกายภาพ

  • การบาดเจ็บต่างๆ เช่น รอยช้ำ รอยไหม้ การแตกหักในส่วนต่างๆ หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่สามารถอธิบายได้
  • เด็กน้ำหนักน้อย (Failure to gain weight) โดยเฉพาะในเด็กทารก หรือ มีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักอย่างฉับพลัน
  • ปวดอวัยวะเพศหรือมีเลือดออก
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่น่ากังวล

  • พฤติกรรมที่น่ากลัว เช่น ฝันร้าย ซึมเศร้า หรือมีความกลัวผิดปกติ
  • ปวดท้อง ปัสสาวะรดที่นอน โดยเฉพาะถ้าเด็กได้รับการฝึกเข้าห้องน้ำแล้ว
  • พยายามวิ่งหนี
  • พฤติกรรมทางเพศขั้นรุนแรงที่ดูไม่เหมาะสมกับอายุของเด็ก
  • การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในความมั่นใจตนเอง
  • ปวดหัวหรือปวดท้องโดยไม่มีสาเหตุ
  • ความกลัวที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
  • การเรียนล้มเหลว
  • พฤติกรรมรุนแรงมากหรือก้าวร้าว
  • พยายามถอนตัวหรือหนีห่างจากสังคม
  • พฤติกรรมรักใครที่ไม่เหมาะสมกับอายุของเด็ก
  • มีความอยากอาหารมากและมีพฤติกรรมขโมยอาหาร

ผลระยะยาว

ในกรณีส่วนใหญ่เด็กที่ถูกทารุณกรรมและทอดทิ้งมักจะมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าความเสียหายต่อสุขภาพร่างกาย การทารุณกรรมทางอารมณ์ จิตใจ และการปฏิเสธต่างๆ จะทำให้เด็กเกิดความสามารถในการรับมือกับความเครียด ทั้งยังเกิดทักษะใหม่ที่จะกลายเป็นความยืดหยุ่น แข็งแรง และประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น เด็กที่ถูกทารุณกรรมและทอดทิ้งอาจมีปฏิกิริยาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์หดหู่ไปจนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย หรือมีพฤติกรรมที่รุนแรง

เมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้นก็อาจจะหันไปพึ่งพายาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ เป็นคนชอบวิ่งหนีปัญหา ปฏิเสธระเบียบวินัย หรือดูถูกผู้อื่น และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็อาจจะมีปัญหาในชีวิตสมรสและเพศ รวมถึงมีภาวะซึมเศร้าหรือพฤติกรรมการฆ่าตัวตายได้

แต่ไม่ใช่เด็กที่ถูกทารุณกรรมและทอดทิ้งทุกคนจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรง โดยปกตอแล้วเด็กที่มีอายุน้อยมักจะได้รับการทารุณกรรมที่ยาวนาน และยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งเด็กกับผู้ที่ร้ายเด็กใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิตที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การที่เด็กได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ให้การสนับสนุนเขา จะสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นและลดผลกระทบบางอย่างลงได้

วิธีป้องกันและรับมือกับ การทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็ก

สำหรับการป้องกันการทารุณกรรมและทอดทิ้งเด็กต้องใช้วิธีการหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการแทรกแซงที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่

  • การสนับสนุนผู้ปกครองและผู้ดูแล การให้ข้อมูลและการสร้างทักษะ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการเลี้ยงดู โดยจะต้องไม่เลี้ยงดูแบบรุนแรง ซึ่งในส่วนนี้พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว จะต้องเข้าไปเยี่ยมบ้านหรือในชุมชนต่างๆ
  • แนวทางการศึกษาและทักษะชีวิต
    • เพิ่มการลงทะเบียนในการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด้กได้รับรู้ทักษะและประสบการณ์ที่สร้างความยืดหยุ่น และลดปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรง
    • โปรแกรมเพื่อป้องกันการทารุณกรรมทางเพศ โดยการสร้างการรับรู้และสอนทักษะ เพื่อช่วยให้เด็กและวัยรุ่นเข้าใจถึงความยินยอม หลีกเลี่ยง และป้องกันการทารุณกรรมทางเพศ การแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงเรียนรู้ถึงการขอความช่วยเหลือและสนับสนุน
    • การแทรกแซงเพื่อสร้างบรรยากาศในโรงเรียนที่ดี รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความรุนแรง และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ครู และผู้บริหาร
  • บรรทัดฐาน ค่านิยม และวิธีการ ควรเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมและเรื่องเกี่ยวกับเพศให้เข้มงวดขึ้น นอกจากนั้นเรื่องของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก และความเท่าเทียมกันทางเพศก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ทั้งยังควรเสริมบทบาทการเลี้ยงดูลูกของพ่อให้เพิ่มขึ้นด้วย
  • การบังคับใช้กฎหมาย ควรมีกฎหมายที่ห้ามใช้ความรุนแรง เพื่อใช้ปกป้องเด็กๆ จากการถูกล่วงละเมิดทางเพศและการแสวงหาผลประโยชน์
  • บริการการตอบสนองและการสนับสนุน การรับรู้กรณีแรกนั้นรวมถึงการดูแลผู้ป่วย เด็ก และครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดการกระทำผิดและลดผลที่ตามมา

นอกจากนั้น เพื่อเพิ่มผลของการป้องกันและการดูแลให้มากที่สุด ทาง WHO แนะนำให้มีการแทรกแซงโดยเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสาธารณสุข 4 ขั้นตอน ดังนี้

  • การกำหนดปัญหา
  • การระบุสาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
  • การออกแบบและทดสอบการแทรกแซงเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง
  • การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลขอการแทรกแซงและการเพิ่มขนาดของการแทรกแซงที่มีประสิทธิภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 17/08/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x