home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ภาษากาย สื่ออารมณ์ ของลูกรักแต่ละท่า มีความหมายว่าอย่างไร

ภาษากาย สื่ออารมณ์ ของลูกรักแต่ละท่า มีความหมายว่าอย่างไร

ภาษากาย เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก สำหรับคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ที่มีบุตรในช่วงอายุขวบปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงที่เด็ก ๆ ยังไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยการพูด การอ่านสัญญาณจากภาษากาย หรือการกระทำของลูก จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้พ่อแม่ได้รับทราบถึงอารมณ์ และความรู้สึกของพวกเขา เพื่อที่จะตอบสนองได้อย่างเหมาะสม วันนี้ Hello คุณหมอ จึงได้นำปฏิกิริยาเบื้องต้นที่เด็กเล็กมักนิยมแสดง มาให้ทุกครอบครัวได้ทราบกันค่ะ

ความสำคัญของ ภาษากาย ในเด็ก

การทำความเข้าใจกับภาษากายของเด็กเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากมันเป็นวิธีการในการสื่อสารถึงความต้องการบางอย่างของเด็ก ดร.เจ.เควิน นูเจนท์ ผู้อำนวยการสถาบันบราเซลตัน ในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา และผู้เขียนหนังสือเรื่อง Your Baby is Speaking to You บอกว่า การสามารถอ่านภาษากายของเด็ก และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม จะทำให้เด็กมีความสุขมากขึ้น และช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับอารมณ์และบุคลิกภาพของเด็กได้ด้วย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์

ภาษากาย ของเด็กเล็กที่พบได้บ่อย

เตะขา

เจ้าหนูอาจโตขึ้นมา เป็นนักฟุตบอลก็ได้ใครจะไปรู้ แต่เปล่าหรอกค่ะ นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวน้อยต้องการจะสื่อในตอนนี้ แต่สิ่งที่ลูกต้องการจะสื่อจากการเตะขาในตอนนี้ ก็ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาอื่นของเด็กด้วย

พญ.แคลร์ แมคคาร์ธี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านกุมารเวช จากโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด เผยว่า ถ้าเด็กเตะขาพร้อมกับยิ้มและดูมีความสุข มันก็อาจเป็นสัญญาณว่า เด็กกำลังอยากเล่น แต่ถ้าเตะขาไปร้องไห้ไปด้วยอาการหงุดหงิดก็สื่อว่า กำลังมีอะไรรบกวนเด็กอยู่ อาจจะเป็นผ้าอ้อมเปียกแฉะหรืออาการท้องอืด ซึ่งพ่อแม่ควรรีบตรวจดูว่า มีอะไรที่ทำให้เด็กหงุดหงิดอยู่ ว่าแล้วก็รีบจัดการ และดูแลว่าเด็กมีความต้องการอะไรอีกหรือไม่

จับหูหรือดึงหู

อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปว่า เด็กกำลังเจ็บหู หรือมีอาการติดเชื้อที่หู เพราะจริง ๆ แล้วผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันอาจบอกแค่ว่า เด็กเพิ่งรู้ว่าตัวเองมี “หู” หรือเพิ่งสำรวจเจออวัยวะใหม่ของตัวเอง งานวิจัยชี้ว่าอาการดึงหูของเด็ก ๆ นั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาการติดเชื้อที่หูแต่อย่างใด (ในเรื่องนั้น คุณควรสังเกตอาการมีไข้ คัดจมูก และไม่หลับไม่นอนตอนกลางคืนมากกว่า)

แต่บางทีเด็กมักจะชอบดึงหูตัวเอง เพื่อเป็นการปลอบตัวเองให้หายหงุดหงิดจากบางสิ่งบางอย่าง อย่างเช่น ถ้าเป็นเด็กในช่วงที่ฟันกำลังจะขึ้น หรือที่เรามักเรียกกันว่าเด็กกำลัง “คันเหงือก” เด็กก็อาจรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจได้ ลองหาอะไรให้ลูกได้กัดแก้คันเหงือก ก็จะทำให้เด็กสงบลงได้

กำหมัด

เจ้าหนูน้อยไม่ได้กำลังเตรียมที่จะสู้กับใครอยู่หรอกค่ะ และจริงๆ แล้ว สำหรับเด็กแรกเกิด ท่ากำหมัดเป็นท่าที่เด็กกำลังพักผ่อน เนื่องจากทารกแรกเกิดยังไม่สามารถทำอะไรกับมือตัวเองได้มากนัก เนื่องจากการเคลื่อนไหวนิ้วและมือ เด็กต้องมีพัฒนาการทางระบบประสาทและสมองที่มากพอ

ปกติแล้วเด็กจะเริ่มแบมือตอนนอนหลับเมื่ออายุราว 8 สัปดาห์ และสามารถหยิบฉวยและไขว่คว้าสิ่งต่าง ๆ ได้ดีก็ในราววัย 3-4 เดือน แต่ถ้าการกำมือของเด็กมีลักษณะที่กำแน่นขึ้น นอกจากนี้ มิเชลล์ ลอง พยาบาลผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูแลเด็กในนิวยอร์กซิตี้ ชี้ว่า นั่นอาจแสดงถึงความเครียดหรือความหิวได้ โดยเด็กที่หิวมากๆ มักจะมีอาการเกร็งเกือบทั่วทั้งร่างกายเลยทีเดียว

ข้อควรระวังก็คือ ถ้าลูกของคุณมักจะกำหมัดแน่นหลังจากอายุเลยสามเดือนไปแล้ว ลองปรึกษาหมอ เพราะมันอาจหมายความถึงความเครียดบางอย่างก็เป็นได้

แอ่นหลัง

ท่าแอ่นหลังของเด็ก มักจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเจ็บปวด หรือหงุดหงิดไม่สบาย เด็กทารกจำนวนมาก มักทำท่านี้เวลาที่เกิดอาการกรดไหลย้อน ถ้าลูกทำท่านี้ ควรรีบตรวจสอบว่ามีอะไรที่ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบาย ท่าเด็กแอ่นหลังระหว่างที่กำลังกินนม มันอาจเป็นสัญญาณของภาวะไหลย้อนในเด็ก พยายามอย่าบังคับให้ลูกกินต่อ ถ้าลูกบ้วนนมออกมาหรือร้องไห้ แต่ควรหยุดป้อนนมและปลอบโยนเด็กแทน

เอาหัวโขก

เด็กอาจจะเอาหัวโขกไม่ว่าจะกับพื้น หรือกับลูกกรงกั้นรอบเตียงเด็ก เวลาที่รู้สึกหงุดหงิดหรือไม่สบาย เพราะจังหวะการกระแทกหัวไป ๆ มา ๆ เป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายได้ แต่ถ้าเด็กโขกหัวเป็นเวลานาน ๆ หรือเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ควรปรึกษากับหมอเด็กดู เพราะมันอาจเป็นปัญหาสุขภาพ ไม่เหมือนกับการอาละวาดของเด็กโต ๆ ที่เป็นปัญหาแบบอื่น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Decode Your Baby’s Body Language https://www.parents.com/baby/development/social/decode-your-babys-body-language/ Accessed Sept 18, 2018

7 Interesting Tips To Understand Your Baby’s Body Language https://www.momjunction.com/articles/tips-to-understand-your-babys-body-language_00386384/#gref Accessed Sept 18, 2018

Baby Body Language  https://www.psychologytoday.com/us/blog/you-say-more-you-think/201106/baby-body-language Accessed Sept 18, 2018

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย pimruethai เมื่อ 17/09/2018
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x