พัฒนาทักษะของลูกรักด้วยการ เล่านิทาน อ่านหนังสือ ให้ลูกฟังก่อนนอน

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . 4 mins read
Share now

การเสริมทักษะและพัฒนาการของลูก ไม่จำเป็นต้องที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว คุณพ่อคุณแม่สามารถมีส่วนในการเพิ่มทักษะและพัฒนาการของเด็กได้ ผ่านกิจกรรมในครอบครัวรูปแบบต่าง ๆ อย่างที่ Hello คุณหมอ อยากนำเสนอในวันนี้ก็คือการ เล่านิทาน อ่านหนังสือ ให้ลูกฟังก่อนนอน ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ไปตามอ่านกันเลย

ประโยชน์ของการ เล่านิทาน อ่านหนังสือ ให้ลูกฟังก่อนนอน

คุณพ่อคุณแม่หลายคน อาจมีปัญหากับการบอกให้ลูก ๆ เข้านอน แต่จนแล้วจนรอดเด็ก ๆ ก็ยังคงนั่งทำตาแป๋ว ทำอย่างไรก็ไม่ยอมง่วงสักที หลายครอบครัวจึงหันมาใช้วิธีทำกิจกรรมร่วมกันก่อนเข้านอน โดยเฉพาะ การเล่านิทาน อ่านหนังสือ ให้ลูกฟังก่อนนอน ซึ่งกิจกรรมเช่นนี้ นอกจากจะมีส่วนช่วยให้เด็ก ๆ พร้อมที่จะเข้านอนแล้ว ก็ยังให้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ด้วย ดังนี้

พัฒนาทักษะทางภาษา

การเล่านิทานหรือการ อ่านหนังสือ ก่อนนอน มีส่วนช่วยพัฒนาทักษะทั้งการฟังและการอ่าน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้กลไก ทักษะทางภาษาผ่านถ้อยคำ รูปประโยค และบริบทต่าง ๆ แรกเริ่มผู้ปกครองอาจจะอ่านให้ลูกฟัง จากนั้นจึงค่อย ๆ ผลัดเปลี่ยนมาให้เด็กอ่านให้ฟังบ้าง หรือต่างคนต่างอ่านแล้วมาสรุปพูดคุย แลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้อ่านจบลงไป เพื่อให้มีกระบวนการแลกเปลี่ยนทางภาษาเกิดขึ้นหลังการอ่าน หรืออาจเลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เพื่อให้เกิดทักษะการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่แท้จริง

เสริมสร้างจินตนาการ

จินตนาการก็สำคัญไม่แพ้ความรอบรู้ มีผลการศึกษาเกี่ยวกับเด็กวัยก่อนเข้าเรียนว่า หากเด็กในวัยนี้มีการ อ่านหนังสือ แบบออกเสียง จะเป็นการกระตุ้นให้สมองส่วนที่ควบคุมจิตใจเกิดการทำงาน สมองส่วนนี้จะช่วยปลดปล่อยจินตนาการของเด็ก ๆ ในขณะที่อ่านเรื่องราวต่าง ๆ ทำให้เด็กสามารถที่จะเข้าใจเรื่องราวที่กำลังอ่านอยู่ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เด็กได้เรียนรู้ที่จะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เด็กสามารถเรียนรู้ที่จะมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ผ่านการ อ่านหนังสือ ในขณะที่กำลังอ่านหนังสือหรือเล่านิทาน เด็ก ๆ จะจดจำตัวละคร และจินตนาการภาพการกระทำในช่วงต่าง ๆ ของตัวละคร มีการเรียนรู้รูปแบบคำพูดของตัวละครที่แสดงอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ และเด็กจะได้รู้จักการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้หากรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้จุดนี้มอบแง่คิด และยกตัวอย่าง เช่น เห็นไหมว่าตัวละครตัวนี้พบจุดจบยังไง เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น และทำไมเราไม่ควรทำตัวแบบเดียวกับตัวละครนั้น

เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์

เด็กที่อยู่ในช่วงวัยกำลังหัดพูด เป็นช่วงวัยที่กำลังเรียนรู้จะสามารถจดจำคำศัพท์ใหม่ ๆ ได้ดีมาก จากผลการวิจัยของโรงพยาบาลโรดไอแลนด์ (Rhode Island Hospital) พบว่า การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะมีความสามารถในการรับสาร คำศัพท์และความหมายของคำได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับการ อ่านหนังสือ ในข้อนี้จะสังเกตได้ว่าเมื่อมีคำศัพท์ใหม่ ๆ ขึ้นมา เด็กมักจะทวนคำนั้นซ้ำ ๆ หรือพูดตามอยู่หลายรอบ นั่นถือเป็นการเรียนรู้และการจดจำคำศัพท์ใหม่ ๆ ผ่านการอ่านและการฟัง เป็นการเพิ่มทักษะในด้านความจำได้อีกทางหนึ่งด้วย

ฝึกให้ลูกเป็นคนช่างสังเกต

วัยเด็ก ยังเป็นช่วงวัยที่ประสบการณ์ชีวิตน้อยหรือแทบจะไร้ประสบการณ์ บางช่วงบางตอนที่ อ่านหนังสือ ลูกอาจสับสน งง ไม่เข้าใจประโยคต่าง ๆ และมีการยกมือถามข้อสงสัยขณะที่คุณพ่อคุณแม่กำลังอ่านหนังสืออยู่ การกระทำดังกล่าวแม้จะขัดจังหวะการอ่านหนังสือ แต่นับเป็นโอกาสที่ดีที่เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องราวที่มากกว่าในหนังสือ เด็กรู้จักที่จะสงสัย และต้องการที่จะหาคำตอบ คุณพ่อคุณแม่อาจเพิ่มกลยุทธ์โดยการให้เป็นการบ้านแยกย้ายกันไปหาคำตอบแล้วพรุ่งนี้มาเฉลยพร้อมกัน เป็นการกระตุ้นให้เด็กเกิดความกระหายใคร่รู้

กระชับความสัมพันธ์

การเป็นผู้ปกครองไม่จำเป็นจะต้องวางบทบาทเข้มงวด ดุ หรือมีความเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา การอ่านหนังสือหรือเล่านิทาน ผ่านการใช้น้ำเสียงของแต่ละตัวละคร ทำเสียงเล็กเสียงน้อย ทำท่าทางต่าง ๆ ประกอบการอ่านหนังสือให้เด็ก ๆ เห็นภาพ ท่าทางบางท่าอาจจะตลกขบขัน แต่เป็นการทลายเส้นกั้นระหว่างสมาชิกในครอบครัว ทำให้เด็ก ๆ ผ่อนคลายและสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ ๆ คุณพ่อคุณแม่ของพวกเขา

เลือกหนังสือแบบไหนถึงจะเหมาะกับลูก

การเล่านิทานและ อ่านหนังสือ ให้ลูกฟังก่อนนอน มีประโยชน์มากก็จริง แต่ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มจะเหมาะสมกับเด็ก ๆ เนื่องจากเด็กยังขาดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต หนังสือบางเล่มเด็กอาจยังไม่สามารถที่จะแยกแยะได้มากพอ ผู้ปกครองจึงควรเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับลูกด้วย

เลือกตามความสนใจของลูก

หากลูกชอบไดโนเสาร์ สัตว์บก สัตว์น้ำ ดอกไม้ หรือแมลง หนังสือที่เหมาะจะนำมาอ่านก่อนเข้านอนก็ควรเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสนใจของเด็ก ๆ เพราะสามารถที่จะเรียกความสนใจจากลูกได้เป็นอย่างดี

เลือกตามความสนใจของคนในบ้าน

บางครอบครัวอาจมีความชอบในเรื่องเดียวกัน เมื่อทุกคนมีความชอบอย่างเดียวกัน การ อ่านหนังสือ ที่เหมาะสมก็ควรจะต้องตรงตามความสนใจนั้น ๆ และผู้ปกครองสามารถที่จะแบ่งปันประสบการณ์ตรงและแง่คิดต่าง ๆ ได้มากขึ้นด้วย เพราะเป็นเรื่องราวที่ตนเองก็ให้ความชื่นชอบเช่นเดียวกับลูก

เลือกหนังสือบอร์ด (Board Books)

เป็นหนังสือที่ทำมาจากกระดาษแข็ง มีรูปประกอบที่มีสีสันสวยงาม และทนทานกับการเขวี้ยง โยน หรือฉีกขาด เหมาะสำหรับเด็กที่ยังเล็กอยู่ หรืออายุตั้งแต่ 1-2 ปี

เลือกหนังสือภาพ

สำหรับเด็กที่อายุตั้งแต่ 2-6 ปี หนังสือภาพเป็นหนังสือที่ตอบโจทย์ เพราะมีทั้งเนื้อหาและภาพประกอบที่สวยงาม เด็ก ๆ สามารถที่จะอ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย

สำหรับเด็กที่อายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป หรืออยู่ในช่วงประถมศึกษาตั้งแต่ ป.2 ขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่สามารถให้อิสระกับเด็ก ๆ ที่จะ อ่านหนังสือตามความสนใจได้ เช่น นวนิยาย หนังสือภาพ นิตยสาร หนังสือที่มีเสียงประกอบหรือ Audiobooks เรื่องสั้น หนังสือนิทานแปลจากต่างประเทศ เด็ก ๆ สามารถเลือกได้ตามความสนใจ แต่ผู้ปกครองไม่ควรลืมที่จะตรวจสอบเนื้อหาด้วย เพราะหนังสือบางเล่มอาจมีเนื้อหาที่โตเกินวัยของเด็ก หรือมีเนื้อหาที่เด็กในวัยประถมอาจจะยังไม่สามารถแยกแยะและทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เด็กกับหนังโป๊ พ่อแม่จะพูดคุยเรื่องนี้กับลูกได้อย่างไรบ้าง

เด็กกับหนังโป๊ มีความแตกต่างและห่างไกลจากคำว่าเหมาะสม ผู้ปกครองจึงได้จัดว่าเป็นของต้องห้าม แต่การปิดกั้นเช่นนี้เป็นการดูแลลูกที่ถูกวิธีจริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai

แค่ อ่านหนังสือ ก็ช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีได้

การ อ่านหนังสือ นอกจากจะได้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว การอ่านหนังสือยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้อีกด้วย เช่น ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการซึมเศร้า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

เด็กกลัวความมืด พ่อแม่รับมืออย่างไรดี

เด็กส่วนใหญ่กลัวความมืด โดยพวกเขาอาจจินตนาการว่า มีสัตว์ประหลาดที่อยู่ใต้เตียง ถ้า เด็กกลัวความมืด คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไรดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก มิถุนายน 2, 2019 . 2 mins read

พ่อแม่สังเกตด่วน เด็กๆ ใช้ ยาสีฟัน มากเกินไปหรือเปล่า

เด็กใช้ยาสีฟันมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพฟัน แล้วพ่อแม่จะรู้ได้อย่างไร ว่าเด็กใช้ยาสีฟันมากเกินไปหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

บทความแนะนำ

ลูกนอนไม่หลับ-สาเหตุ-วิธีการรับมือของพ่อแม่

เมื่อ ลูกนอนไม่หลับ คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 4, 2020 . 5 mins read
โรคที่พบในเด็ก-เขย่าทารก-สมองเด็กได้รับอันตราย

ทำความรู้จัก Shaken Baby Syndrome อันตรายจากการ เขย่าทารก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 26, 2020 . 2 mins read
โรคกลัวหนังสือ-อาการ-การรักษา

เห็นหนังสือแล้วขอลา ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่อาจเป็นอาการของ โรคกลัวหนังสือ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มกราคม 29, 2020 . 2 mins read
ดิสเล็กเซีย-dyslexia

อ่านไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ ลูกของคุณกำลังเป็น ดิสเล็กเซีย (Dyslexia) หรือเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 26, 2019 . 3 mins read