ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 04/03/2021 . 8 mins read
Share now

ยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) เป็นยาต้านฮีสตามีน ที่ใช้ป้องกันและรักษา อาการคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนหัว ที่มีสาเหตุที่เกิดจากภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว ซึ่งมีรูปแบบยาทั้ง ชนิดรับประทาน เหน็บที่ทวารหนัก และแบบฉีดเข้าเส้น

ข้อบ่งใช้

ยา ไดเมนไฮดริเนต ใช้สำหรับ

ยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) เป็นยาต้านฮีสตามีนที่ใช้ป้องกันและรักษา อาการคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนหัว ที่มีสาเหตุที่เกิดจากภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว อย่าใช้ยาตัวนี้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี นอกจากหมอสั่ง

วิธีการใช้ยา ไดเมนไฮดริเนต

วิธีการรับประทานยาไดเมนไฮดริเนต ควรรับประทานยาตัวนี้อย่างเดียวหรือรับประทานพร้อมอาหาร วัดปริมาณยาอย่างระมัดระวัง ด้วยอุปกรณ์วัดหรือช้อนชนิดพิเศษ ไม่ควรใช้ช้อนทั่วไป เพราะอาจไม่ได้ปริมาณยาที่ถูกต้อง หากเป็นยาเม็ดสำหรับเคี้ยว ควรเคี้ยวเม็ดยาให้ละเอียดก่อนกลืน

ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับอายุ อาการทางการแพทย์หรือการตอบสนองต่อการรักษา อย่าเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง

เพื่อป้องกันภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว รับประทานยาครั้งแรก 30 ถึง 60 นาที ก่อนเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ เช่น การเดินทาง หากรับประทานแล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือทรุดลง ควรแจ้งคุณหมอ

การเก็บรักษายา ไดเมนไฮดริเนต

การเก็บรักษายาไดเมนไฮดริเนต ควรไว้ในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา และไม่ควรเก็บยาไดเมนไฮดริเนตในห้องน้ำหรือตู้เย็น

ยาไดเมนไฮดริเนตอาจมีหลายยี่ห้อ ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจจะต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกันออกไป จึงควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์เพื่ออ่านคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาไดเมนไฮดริเนตลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น การทิ้งยาเป็นเรื่องสำคัญ ควรทำอย่างถูกต้องเหมาะสมตามคำแนะนำ เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทิ้งยาของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ไดเมนไฮดริเนต

  • ก่อนรับประทานยาไดเมนไฮดริเนต ควรแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยาตัวนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่น ๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น ๆ สอบถามเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยาตัวนี้ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาการหายใจ เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง ความดันในตาสูง ต้อหิน ปัญหาหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคตับ อาการชัก ปัญหากระเพาะและลำไส้  เช่น แผลพุพอง สิ่งอุดตันในลำไส้
  • ยาตัวนี้อาจทำให้คุณง่วงซึม หรือทำให้สายตาพร่าเลือน งดการขับรถหรืองานที่มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร
  • ยาน้ำหรือยาเม็ด อาจมีส่วนผสมของน้ำตาล และ/หรือแอสพาแตม ซึ่งเป็นข้อควรระวัง หากผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคฟีนิลคีโตนูเรีย (PKU) หรืออาการอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องจำกัด/หลีกเลี่ยงน้ำตาล

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอในผู้หญิง ที่จะระบุความเสี่ยงในการใช้ยาไดเมนไฮดริเนตในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับหมอทุกครั้งก่อนใช้ยานี้ เพื่อชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาไดเมนไฮดริเนต

ยานี้มีดัชนีความปลอดภัยในหญิงที่ตั้งครรภ์ประเภท B (pregnancy risk category B) อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

ระดับความเสี่ยงของยาที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในบางงานวิจัย
  • C = อาจมีความเสี่ยง
  • D = มีความเสี่ยงชัดเจน
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ไดเมนไฮดริเนต

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่อาจจะเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • อาจเกิดอาการง่วงนอน ตื่นตัว เมื่อยล้า ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปากแห้ง บรรเทาโดยการดิ่มน้ำ หรือ รับประทานลูกกวาดของหวาน
  • หากรู้สึกสับสน กระสับกระสาย สภาพจิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลง รีบพบปรึกษาแพทย์ทันที
  • หากมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง ได้แก่ ผื่น อาการคัน บวม วิงเวียนศรีษะอย่างรุนแรง ใจเต้นเร็ว รีบพบปรึกษาแพทย์ทันที

ปฏิกิริยาของยา

ปฎิกิริยากับยาอื่น

ยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวนี้ ได้แก่ ยาต้านฮีสตามีนทางผิวหนัง เช่น ครีมไดเฟนไฮดราไมน์ ขี้ผึ้ง สเปรย์

แจ้งหมอหรือเภสัชกรทราบหากคุณรับปะทานยาอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาแก้ไอหรือยาแก้ปวดโอปิออยด์ ดังนี้

  • ยาโคเดอีน (codeine) ยาไฮโดรโคโดน (hydrocodone)
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา ยานอนหลับหรือยาแก้เครียด อย่างเช่น ยาอัลพราโซแลม (alprazolam) ยาโรลาเซแปม (lorazepam) ยาโซลพิแดม (zolpidem)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ อย่างเช่น ยาคาริโซโพรดอล (carisoprodol) ยาไซโครเบนซาพริน (cyclobenzaprine)
  • หรือยาต้านฮีสตามีนอื่นๆ อย่างเช่น ยาเซติริซีน (cetirizine) ยาไฮเฟนไฮดราไมน์ (diphenhydramine)

ตรวจสอบฉลากของยาทุกชนิดอย่างถี่ถ้วน เพราะยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาเหล่านั้นอย่างปลอดภัย

ยาตัวนี้อาจแทรกแซงผลการตรวจทางแล็บบางประเภท เช่น การตรวจภูมิแพ้ผิวหนัง อาจทำให้ผลตรวจออกมาผิดพลาด อย่าลืมแจ้งเจ้าหน้าที่แล็บและหมอ ให้ทราบถึงการใช้ยานี้ของคุณ

ยาไดเมนไฮดริเนตอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณรับประทานอยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้นได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ทางยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ ทั้งยาที่สั่งจากแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เพื่อให้แพทย์และเภสัชกรดู ว่าปลอดภัยหสำหรับการใช้ยาตัวนี้หรือไม่ อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนปริมาณยาใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากหมอ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไดเมนไฮดริเนตอาจทำปฎิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่น ๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกร ถึงปฎิกิริยาระหว่างอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอออล์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไดเมนไฮดริเนตอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ ปฏิกิริยานี้อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกร รู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังมี

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกรของคุณทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติมก่อนใช้ยาไดเมนไฮดริเนต

ขนาดยาไดเมนไฮดริเนตสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มีภาวะเจ็บจากการเคลื่อนไหว

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม

การฉีดยาเข้าทางกล้ามเนื้อ หรือ การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดรับประทาน

  • ตัวยาออกฤทธิ์ทันที

รับประทานยา 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

  • ตัวยาออกฤทธิ์นาน

รับประทานยา 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

ใช้ยา 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

ใช้ปริมาณ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ หรือ การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ทุกๆ 4 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดรับประทาน

  • ชนิดตัวยาออกฤทธิ์ทันที

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

  • ชนิดตัวยาออกฤทธิ์นาน

ใช้ 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 300 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการอาเจียน/คลื่นไส้

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม การฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ หรือ การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ทุกๆ 4 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดรับประทาน

  • ตัวยาออกฤทธิ์ทันที

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

  • ตัวยาออกฤทธิ์นาน

ใช้ 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสูงสุด 300 มิลลิกรัม ภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

ใช้ 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

การปรับขนาดยาเข้ากับตับ

ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางตับ ควรใช้อย่างระมัดระวัง

การปรับขนาดยา

ผู้ป่วยเด็ก หยุดใช้ยา หากมีอาการกระสับกระส่าย ความวิตกกังวล เห็นภาพหลอน อาการเพ้อ และ/หรือ อาการชัก

ความเห็นอื่นๆ

คำแนะนำสำหรับการจัดการยา

  • ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด ทำการเจือจางก่อนฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ปรึกษาข้อมูลยาจากผู้ผลิตยาสำหรับคำแนะนำในการเจือจาง
  • ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด สำหรับการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ฉีดช้าๆ เป็นเวลา 2 นาที
  • ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด อย่าฉีดเข้าหลอดเลือดแดง
  • ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด ตรวจสอบยาเพื่อดูฝุ่นละอองและการตกสีก่อนการฉีด
  • ชนิดรับประทาน เพื่อป้องกันภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว ขนาดยารอบแรกควรรับประทานก่อนทำกิจกรรมใดๆอย่างน้อย 30 นาทีจนถึง 1 ถึง 2 ชั่วโมง
  • ชนิดเหน็บทวารหนัก เพื่อความง่ายในการใช้ ควรทำให้ขอบเม็ดยามนก่อนใช้

ข้อควรจำในการเก็บรักษา

  • ปรึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผู้ผลิต

ความเข้ากันของยาฉีด (IV Compatibility)

  • ปรึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผู้ผลิต

เรื่องทั่วไป

  • บางสูตรยา อาจเป็นผลิตภัณฑ์ยาสั่งซื้อพิเศษให้ผู้ป่วยที่ต้องการขนาดยาเฉพาะ
  • การรักษาทางหลอดเลือดดำ จะเกิดขึ้นเมื่อการรักษาด้วยการรับประทานยาหรือการรักษาทางลำไส้ไม่เหมาะสม
  • การใช้ยาเกินขนาด ไม่มียาแก้เฉพาะสำหรับภาวะนี้ ปรึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผู้ผลิต

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

หากคุณใช้ยาเป็นประจำ แล้วเกิดลืมใช้ยาขึ้นมา ให้กลับมาใช้ให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลารับประทานยารอบใหม่ ให้ข้ามขนาดยาครั้งที่พลาดไป

ขนาดยาไดเมนไฮดริเนตสำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่มีภาวะเจ็บจากการเคลื่อนไหว

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

  • ทารกแรกเกิด ห้ามใช้
  • เด็กเล็ก 1.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 37.5 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร IM 4 ครั้งต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 300 มิลลิกรัมต่อวัน

ชนิดรับประทาน

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำ
  • วัย 2 ถึง 5 ปี รับประทาน 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 75 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 6 ถึง 11 ปี รับประทาน 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 150 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 12 ปีขึ้นไป รับประทาน 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี ห้ามใช้
  • วัย 2 ถึง 5 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม หนึ่งครั้ง อย่าใช้ซ้ำ ยกเว้นเป็นคำแนะนำของหมอ
  • วัย 6 ถึง 7 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 8 ถึง 11 ปี 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 12 ปีขึ้นไป 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่มีอาการวิงเวียนศีรษะ

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

  • ทารกแรกเกิด ห้ามใช้
  • เด็กเล็ก 1.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 37.5 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร IM 4 ครั้งต่อวั
  • ขนาดยาสูงสุด 300 มิลลิกรัมต่อวัน

ชนิดรับประทาน

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำ
  • วัย 2 ถึง 5 ปี รับประทาน 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 75 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 6 ถึง 11 ปี รับประทาน 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 150 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 12 ปีขึ้นไป รับประทาน 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี ห้ามใช้
  • วัย 2 ถึง 5 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม หนึ่งครั้ง อย่าใช้ซ้ำยกเว้นเป็นคำแนะนำของหมอ
  • วัย 6 ถึง 7 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 8 ถึง 11 ปี 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 12 ปีขึ้นไป 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่มีอาการอาเจียน/คลื่นไส้

ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

  • ทารกแรกเกิด ห้ามใช้
  • เด็กเล็ก 1.25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม 37.5 มิลลิกรัมต่อตารางเมตร IM 4 ครั้งต่อวัน
  • ขนาดยาสูงสุด 300 มิลลิกรัมต่อวัน

ชนิดรับประทาน

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำ
  • วัย 2 ถึง 5 ปี รับประทาน 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 75 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 6 ถึง 11 ปี รับประทาน 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 150 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง
  • วัย 12 ปีขึ้นไป รับประทาน 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ขนาดยาสูงสุด 400 มิลลิกรัมภายใน 24 ชั่วโมง

ชนิดเหน็บทวารหนัก

  • วัยต่ำกว่า 2 ปี: ห้ามใช้
  • วัย 2 ถึง 5 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม หนึ่งครั้ง อย่าใช้ซ้ำยกเว้นเป็นคำแนะนำของหมอ
  • วัย 6 ถึง 7 ปี 12.5 ถึง 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 8 ถึง 11 ปี 25 ถึง 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น
  • วัย 12 ปีขึ้นไป 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น

การใช้งาน

ใช้ป้องกันและรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และ/หรือ อาการเวียนหัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

รูปแบบยาไดเมนไฮดริเนต

ยาไดเมนไฮดริเนต มีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้

  • ยาเหลวฉีดเข้าเส้นเลือด
  • ยาเม็ด
  • ยาเม็ด รูปแบบเคี้ยวได้
  • ยาน้ำ
  • ผงผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาไดเมนไฮดริเนต กลับมารับประทานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ดีกัวดิน® (Dequadin®)

ยา ดีกัวดิน® เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และการติดเชื้อได้ทันที ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดการติดเชื้อที่ช่องปากและลำคอ เช่น เชื้อราในช่องปาก ลิ้นอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช

อัลปราโซแลม (Alprazolam)

อัลปราโซแลม (Alprazolam) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล และแพนิค เป็นยาซึ่งส่งผลต่อสมองและประสาท ทำงานโดยกระตุ้นสารสื่อประสาท

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อัลเบนดาโซล (Albendazole)

อัลเบนดาโซล (Albendazole) ใช้เพื่อรักษาพยาธิบางชนิด เช่น ตัวอ่อนพยาธิที่พบในสมองและไขสันหลัง ยาอัลเบนดาโซลอยู่ในกลุ่มของยาถ่ายพยาธิ (anthelmintic) 

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
Written by พลอย วงษ์วิไล

อะลาเวิร์ต® (Alavert®)

อะลาเวิร์ต® (Alavert®) เป็นยาในกลุ่มของยาต้านฮีสตามีน ใช้เพื่อบรรเทาอาการของไข้ละอองฟาง และโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยังใช้เพื่อรักษาอาการคันและรอยแดงที่เกิดจากลมพิษ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล