home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine)

ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine)
ข้อบ่งใช้ ไฮดรอกไซซีน|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ขนาดยา

ข้อบ่งใช้ ไฮดรอกไซซีน

ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) ใช้สำหรับ

ยา ไฮดรอกไซซีน (Hydroxyzine) ใช้เพื่อรักษาอาการคันที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ ยานี้เป็นยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) และทำงานโดยการปิดกั้นสารตามธรรมชาติอย่างสารฮีสตามีน (histamine) ที่ร่างกายผลิตขึ้นเมื่อเกิดอาการแพ้ ยาไฮดรอกไซซีนยังอาจใช้ในระยะสั้นเพื่อรักษาอาการวิตกกังวลหรือใช้เพื่อช่วยให้คุณรู้สึกง่วงหรือผ่อนคลายก่อนและหลังจากการผ่าตัด

วิธีการใช้ยาไฮดรอกไซซีน

  • รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละสามหรือสี่ครั้ง หากคุณใช้ยาในรูปแบบน้ำ ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง โดยใช้เครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยาโดยเฉพาะ อย่าใช้ช้อนธรรมดา เนื่องจากอาจได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง
  • ขนาดยาขึ้นอยู่กับอายุ สภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้นขนาดยายังขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวอีกด้วย อย่าเพิ่มขนาดยาหรือรับประทานยาบ่อยเกินกว่าที่แพทย์กำหนด
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายา ไฮดรอกไซซีน

ยาไฮดรอกไซซีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไฮดรอกไซซีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไฮดรอกไซซีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไฮดรอกไซซีน

ก่อนใช้ยาไฮดรอกไซซีน

  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยาไฮดรอกไซซีน แพ้ต่อยาอื่น หรือหากคุณใช้ส่วนประกอบของยาไฮดรอกไซซีนรูปแบบเม็ด ยาแคปซูล ยาน้ำเชื่อม หรือยาแขวนตะกอน โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับรายชื่อของส่วนผสม
  • โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ หรือมีแผนที่จะใช้ ทั้งยาตามในสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม วิตามินเอ และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาต้านฮีสตามีน ยาแก้หวัด ยารักษาโรคภูมิแพ้ หรือยารักษาโรคไข้ละอองฟาง (hay fever) ยารักษาโรคซึมเศร้าหรืออาการชัก ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotics) ยาระงับประสาท (sedatives) ยานอนหลับ และยาคลายเครียด (tranquilizers) แพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคหอบหืด โรคต้อหิน แผลเปื่อย ปัสสาวะติดขัด (เนื่องจากภาวะต่อมลูกหมากโต) โรคหัวใจ โรคตับ ภาวะความดันโลหิตสูง ชัก หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน
  • โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ ขณะที่กำลังใช้ยาไฮดรอกไซซีนโปรดติดต่อแพทย์
  • โปรดปรึกษากับแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาไฮดรอกไซซีน หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุมักจะไม่ควรใช้ยาไฮดรอกไซซีน เนื่องจากยานี้อาจจะไม่ปลอดภัยเท่ากับยาอื่น ที่ใช้เพื่อรักษาสภาวะเดียวกัน
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ หากคุณกำลังใช้ยาไฮดรอกไซซีน
  • คุณควรจะทราบว่ายานี้อาจทำให้คุณเกิดอาการง่วงซึม อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • สอบถามแพทย์เกี่ยวกับความปลอดภัยของการดื่มสุรา ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แอลกอฮอล์นั้นอาจทำให้ผลข้างเคียงของยาไฮดรอกไซซีนนั้นรุนแรงขึ้น

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาไฮดรอกไซซีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไฮดรอกไซซีน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยาไฮดรอกไซซีน และติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • อาการกล้ามเนื้อขยับที่บริเวณดวงตา ลิ้น กราม หรือคอ
  • สั่นเทา (อาการสั่นที่ควบคุมไม่ได้)
  • สับสน
  • ชัก
  • ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าอาจมีดังนี้
  • วิงเวียน ง่วงซึม
  • มองเห็นไม่ชัด ปากแห้ง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไฮดรอกไซซีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ก่อนใช้ยาไฮดรอกไซซีน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังใช้ยาอื่นที่สามารถทำให้คุณมีอาการง่วงนอนได้เป็นประจำ (เช่น ยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้ ยาระงับประสาท ยาแก้ปวดแบบเสพติด ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยารักษาอาการชัก โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล) ยาเหล่านี้อาจจะเพิ่มอาการง่วงนอนที่เกิดจากยานี้ได้

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไฮดรอกไซซีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไฮดรอกไซซีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคลมชัก หรือโรคชักอื่นๆ
  • โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง หรือปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ
  • โรคต้อหิน
  • โรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง
  • แผลในกระเพาะอาหาร มีการอุดตันที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้
  • โรคไทรอยด์
  • ภาวะต่อมลูกหมากโต หรือปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ
  • โรคตับ
  • โรคไต

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไฮดรอกไซซีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรควิตกกังวล

  • 50 ถึง 100 มก. รับประทานหรือฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ วันละ 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการคัน เนื่องจากโรคภูมิแพ้ อย่างโรคลมพิษเรื้อรังโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatoses) และโรคผื่นแพ้จากการสัมผัส หรืออาการคันเนื่องจากสารฮีสตามีน (histamine mediated pruritus)

  • 25 มก. รับประทานหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อทำให้เกิดภาวะสงบ (Sedation) ก่อนและหลังจากการให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป

  • 50 ถึง 100 มก. รับประทานหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวด

  • 25 ถึง 100 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ก่อนหรือหลังจากการผ่าตัด หรือหลังคลอด

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน

  • 25 ถึง 100 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ก่อนหรือหลังจากการผ่าตัด หรือหลังคลอด

ขนาดยาไฮดรอกไซซีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อทำให้เกิดภาวะสงบ (Sedation)

ใช้เป็นยาระงับประสาทก่อนและหลังจากการให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไป

  • รับประทาน 0.6 มก./กก./ครั้ง
  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 0.5 ถึง 1 มก./กก./ครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรควิตกกังวล

สำหรับการบรรเทาอาการวิตกกังวลและความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับโรคประสาท (psychoneurosis) และเป็นการรักษาเสริมสำหรับโรคทางกายที่มีอาการวิตกกังวล และใช้สำหรับการจัดการอาการคันเนื่องจากโรคภูมิแพ้ เช่น โรคลมพิษเรื้อรัง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และโรคผื่นแพ้จากการสัมผัส หรืออาการคันเนื่องจากสารฮีสตามีน

อายุน้อยกว่า 6 ปี

  • 50 มก. ต่อวันโดยแบ่งรับประทาน

อายุ 6 ปีขึ้นไป

  • 50 ถึง 100 มก. ต่อวันโดยแบ่งรับประทาน

ขนาดยาอีกทางเลือกหนึ่ง

  • รับประทาน 2 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 0.5 ถึง 1 มก./กก./ครั้ง ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการคัน

สำหรับการบรรเทาอาการวิตกกังวลและความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับโรคประสาท และเป็นการรักษาเสริมสำหรับโรคทางกายที่มีอาการวิตกกังวล และใช้สำหรับการจัดการอาการคันเนื่องจากโรคภูมิแพ้ เช่นโรคลมพิษเรื้อรัง โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และโรคผื่นแพ้จากการสัมผัส หรืออาการคันเนื่องจากสารฮีสตามีน
อายุน้อยกว่า 6 ปี

  • 50 มก. ต่อวันโดยแบ่งรับประทาน

อายุ 6 ปีขึ้นไป

  • 50 ถึง 100 มก. ต่อวันโดยแบ่งรับประทาน

ขนาดยาอีกทางเลือกหนึ่ง

  • รับประทาน 2 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 0.5 ถึง 1 มก./กก./ครั้ง ทักๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน

  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1.1 มก./กก./ครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน เป็นพาโมต (pamoate) 25 มก. 50 มก. 100 มก.
  • ยาสารละลายสำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เป็นไฮโดรคลอไรด์ (hydrochloride) 25 มก./มล. (1 มล.) 50 มก./มล. (1 มล. 2 มล. 10 มล.)
  • ยาสารละลายสำหรับรับประทาน เป็นไฮโดรคลอไรด์ 10 มก./5 มล. (473 มล.)
  • ยาน้ำเชื่อมสำหรับรับประทาน เป็นไฮโดรคลอไรด์ 10 มก./5 มล. (118 มล. 473 มล.)
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน เป็นไฮโดรคลอไรด์ 10 มก. 25 มก. 50 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
แก้ไขล่าสุด 26/12/2018
x