home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone)

ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone)
ข้อบ่งใช้ ไฮโดรคอร์ติโซน |ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาของยา|ทำความเข้าใจกับขนาดยา

ข้อบ่งใช้ ไฮโดรคอร์ติโซน

ไฮโดรคอร์ติโซน ใช้สำหรับ

ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) เป็นสารตามธรรมชาติ เรียกว่า ฮอร์โมนคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid hormone) ที่สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไต ใช้รักษาอาการเจ็บป่วย เช่น ข้ออักเสบ (arthritis) ความผิดปกติในระบบเลือด/ฮอร์โมน/ภูมิคุ้มกัน ภาวะเกี่ยวกับผิวหนังและดวงตา ภาวะเกี่ยวกับการหายใจ โรคมะเร็ง และโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง ยาไฮโดรคอร์ติโซนช่วยลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ เพื่อบรรเทาอาการต่างๆ ได้แก่ อาการปวด อาการบวม และอาการแพ้

ยาไฮโดรคอร์ติโซน ยังใช้เพื่อรักษาภาวะระดับไฮโดรคอร์ติโซนที่ต่ำกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากโรคเกี่ยวกับต่อมหมวกไต เช่น โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) ภาวะต่อมหมวกไตบกพร่อง (adrenocortical insufficiency) สารคอร์ติโคสเตียรอยด์มีความจำเป็นหลายประการเพื่อให้ร่างกายสามารถทำงานได้ดี มีความสำคัญต่อสมดุลเกลือแร่และน้ำในร่างกายและการรักษาความดันเลือดให้เป็นปกติ

วิธีการใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน

  • รับประทานยาไฮโดรคอร์ติโซนพร้อมอาหารหรือนม เพื่อป้องกันอาการปวดท้องอย่างเคร่งครัดตามที่แพทย์สั่ง ให้รับประทานยาพร้อมน้ำเต็มแก้วหนึ่งแก้า (8 ออนซ์/240 มิลลิลิตร)
  • ให้ปฏิบัติตามกำหนดการใช้ยาอย่างระมัดระวัง ขนาดยา และระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับอาการและการตอนสนองต่อการรักษาของคุณ แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยา 1 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หรือใช้ยาครั้งเดียว วันเว้นวัน อาจทำเครื่องหมายในปฏิทินเพื่อช่วยเตือนความจำของคุณ
  • ห้ามหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาการบางอาการอาจรุนแรงขึ้นหากหยุดใช้ยาทันที การใช้ยาอาจจำเป็นต้องลดลงทีละน้อย
  • หากคุณใช้ยาอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานานหรือในปริมาณมาก คุณอาจมีอาการถอนยา (withdrawal symptoms) หากหยุดใช้ยาโดยทันที เพื่อป้องกันอาการถอนยา (เช่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลด คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ) แพทย์ต้องสั่งให้ลดการใช้ยาทีละน้อย ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม และแจ้งอาการขาดยาโดยทันที
  • ให้แจ้งแพทย์หากยังคงมีอาการดังกล่าวหรืออาการแย่ลง

การเก็บรักษายาไฮโดรคอร์ติโซน

การเก็บรักษายาไฮโดรคอร์ติโซนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไกลบูไรด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาไฮโดรคอร์ติโซนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง สอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน

ก่อนใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน

  • ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยาไฮโดรคอร์ติโซน ยาแอสไพริน ทาร์ทราซีน (สีผสมอาหารสีเหลืองในอาหารแปรรูปและยาบางชนิด) หรือยาอื่นๆ
  • ให้แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับยาที่แพทย์สั่ง และยาที่แพทย์ไม่ได้สั่งที่คุณใช้อยู่ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (Wafarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) ยารักษาข้ออักเสบ ยาแอสไพริน ยาไซโคลสปอริน (cyclosporine) อย่างนีโอรอล (Neoral), ซานดิมมัน (Sandimmune) ยาไดจอกซิน (digoxin) อย่างลาน็อกซิน (Lanoxin) ยาขับปัสสาวะ ฮอร์โมนเอสโตรเจน อย่างยาพรีมารีน (Premarin) ยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) อย่างไนโซรัล (Nizoral) ยาคุมชนิดเม็ดรับประทาน ยาฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) ยาเฟนิโทอิน (phenytoin) อย่างไดแลนติน (Dilantin) ยาไรแฟมพิซิน (rifampicin) อย่างไรฟาดิน (Rifadin) ยาทีโอฟิลลีน (theophylline) อย่างธีโอเดอร์ (Theo-Dur) และวิตามินชนิดต่างๆ
  • หากคุณมีภาวะติดเชื้อรา (นอกเหนือจากที่ผิวหนังของคุณ) ห้ามใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซนโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ให้แจ้งแพทย์ หากคุณเคยมีประวัติของโรคเกี่ยวกับตับ ไต ลำไส้ หรือหัวใจ โรคเบาหวาน ภาวะไทรอยด์ต่ำ ความดันเลือดสูง อาการทางจิต โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะกระดูกพรุน โรคเริมที่ดวงตา อาการชัก วัณโรค หรือมีแผลเปื่อย
  • ให้แจ้งแพทย์หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ในระหว่างที่ใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน ให้แจ้งแพทย์
  • หากคุณเข้ารับการผ่าตัด รวมถึงผ่ากัดเกี่ยวกับฟัน ให้แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่า คุณกำลังใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน
  • หากคุณมีประวัติเคยเป็นแผลเปื่อย หรือใช้ยาแอสไพริน หรือยารักษาข้ออักเสบในปริมาณมาก ให้จำกัดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ใช้ยานี้ ยาไฮโดรคอร์ติโซนจะทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ของคุณมีความไวมากขึ้น ต่อฤทธิ์ระคายเคืองของแอลกอฮอล์ ยาแอสไพริน และยารักษาข้ออักเสบบางตัว ผลดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเปื่อย

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาไกลบูไรด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากยาไฮโดรคอร์ติโซน

ให้เข้ารับการรักษาฉุกเฉินหากคุณมีสิ่งบ่งชี้ใดๆ ของอาการแพ้ดังต่อไปนี้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ

ให้โทรแจ้งแพทย์ที่ทำการรักษาทันที หากคุณมีอาการข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่

  • รู้สึกหายใจลำบาก แม้แต่กับการออกแรงเบาๆ
  • อาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่ใบหน้าและลำตัว
  • อาการปวดหรือแผลเปื่อยที่ทวารหนักอย่างรุนแรง
  • มีเลือดออกที่ทวารหนัก
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ปวดศีรษะฉับพลันและรุนแรง หรือปวดหลังเบ้าตา
  • อาการชัก (ลมชัก)

อาการข้างเคียงที่รุนแรงน้อยลงอาจรวมถึง

  • อาการปวดหรือแผลเปื่อยที่ทวารหนักที่ไม่รุนแรง
  • สิว
  • การเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน
  • มีเหงื่อออกมากขึ้น
  • มีขนที่ใบหน้าหรือร่างกายเพิ่มมากขึ้น

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไฮโดรคอร์ติโซนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับผลข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรทำรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

มียาประเภทอื่นๆ อีกจำนวนมากที่สามารถทำปฏิกิริยากับสารสเตียรอยด์ ต่อไปนี้เป็นรายการเพียงบางส่วนของยาดังกล่าว

  • ยาแอสไพริน (รับประทานรายวันในปริมาณมาก)
  • ยาขับปัสสาวะ
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (อย่างคูมาดิน)
  • ยาไซโคลสปอริน (อย่างเกนแกรฟ นีโอรอล ซานดิมมัน)
  • อินซูลินหรือยารักษาโรคเบาหวานที่ใช้รับประทาน
  • ยาคีโตโคนาโซล (อย่างไนโซรัล)
  • ยาไรแฟมพิซิน (อย่างไรฟาดิน ไรฟาเตอร์ ไรฟาเมท และไรแมคเทน)
  • ยารักษาอาการชัก เช่น ยาเฟนิโทอิน (อย่างไดแลนติน) หรือยาฟีโนบาร์บิทัล (อย่างลูมินอล ซอลโฟตอน)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไฮโดรคอร์ติโซนอาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นของยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ยาไฮโดรคอร์ติโซนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ต้อกระจก
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว
  • กลุ่มอาการคุชชิ่ง (Cushing’s syndrome) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดกับต่อมหมวกไต
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะติดเชื้อที่ดวงตา
  • ต้อหิน
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension)
  • ภาวะติดเชื้อ (เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อรา)
  • ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ รวมถึงโรคซึมเศร้า
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia gravis)
  • ภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis)
  • แผลในกระเพาะอาหาร ที่แสดงอาการ หรือมีประวัติเคยเป็น
  • ความเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพ
  • ความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (diverticulitis) โรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล (ulcerative colitis)
  • วัณโรค ในระยะไม่แสดงอาการ ให้ใช้อย่างระมัดระวัง อาจทำให้อาการแย่ลง
  • ภาวะติดเชื้อรา ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะนี้

ทำความเข้าใจกับขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้เสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

  • ขนาดใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซนในเบื้องต้นอาจมีตั้งแต่ 20 มิลลิกรัม ถึง 240 มิลลิกรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับอาการที่รักษา
  • ในการรักษาโรคเอ็มเอส (multiple sclerosis) ใช้ยเพรดนิโซโลน (prednisolone) ในขนาด 200 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ตามด้วยขนาด 80 มิลลิกรัมวันเว้นวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน มีการแสดงให้เห็นว่าได้ผล (ยาไฮโดรคอร์ติโซนในปริมาณ 20 มิลลิกรัม เทียบเท่ายาเพรดนิโซโลนในปริมาณ 5 มิลลิกรัม)

ขนาดยาสำหรับเด็ก

  • ภาวะอักเสบรุนแรง และต่อมหมวกไตทำงานบกพร่อง
  • เด็ก: 2 ถึง 8 มก./กก. หรือ 16 ถึง 240 มก./ตร.ม. ให้รับประทานทุกวันโดยแบ่งขนาดให้ยาเป็นสามหรือสี่ครั้ง

รูปแบบยา

ยาไฮโดรคอร์ติโซนมีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • สารละลาย ใช้ตัวทำละลาย ยาฉีด ในรูปเกลือโซเดียมซักซิเนต: 100 มก.
  • ยาเม็ดรับประทาน ในรูปเบส: 5 มก., 10 มก., 20 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

กรณีลืมใช้ยา

เมื่อคุณเริ่มใช้ยาไฮโดรคอร์ติโซน ให้ปรึกษาแพทย์ว่าควรทำอย่างไรหากลืมใช้ยา ให้จดคำแนะนำไว้เพื่อที่คุณสามารถกลับมาดูได้อีก

Hello Health Group มิได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
แก้ไขล่าสุด 28/08/2018
x