คีเฟล็กซ์® (Keflex®)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 6 mins read
Share now

คีเฟล็กซ์® (Keflex®) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporin antibiotic) ทำงานโดยการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียภายในร่างกาย

ข้อบ่งใช้

คีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน) ใช้สำหรับ

คีเฟล็กซ์® (Keflex®) เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporin antibiotic) ทำงานโดยการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียภายในร่างกาย

ยาคีเฟล็กซ์ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ทั้งการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน การติดเชื้อที่หู และการติดเชื้อภายในทางเดินหายใจ

ยาคีเฟล็กซ์ยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากในคู่มือการใช้ยา

วิธีใช้คีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน)

ใช้ยาคีเฟล็กซ์® ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ควรทำตามวิธีการใช้ยาที่กำหนดบนฉลากยา อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ

อย่าใช้ยาคีเฟล็กซ์เพื่อรักษาสภาวะที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากแพทย์

ใช้ยานี้ตามวันและเวลาจนครบกำหนด เพราะถึงแม้อาการของคุณอาจจะดีขึ้นแล้ว แต่การติดเชื้อก็อาจจะยังไม่หายขาด และอย่าข้ามมื้อยา เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะได้ อย่างไรก็ตาม คีเฟล็กซ์® ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่

อย่าแบ่งยากับผู้อื่น แม้ว่าเขาจะมีอาการเดียวกับคุณ

ยานี้สามารถทำให้ผลการตรวจทางการแพทย์บางอย่างผิดปกติได้ หากต้องเข้ารับการตรวจรักษาใดๆ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่าคุณกำลังใช้ยานี้อยู่

การเก็บรักษาคีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน)

ควรเก็บคีเฟล็กซ์® ที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง หากมีข้อสงสัยควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งคีเฟล็กซ์® ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ คีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน)

ก่อนใช้คีเฟล็กซ์® โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้

  • มีอาการแพ้ส่วนผสมของคีเฟล็กซ์® เช่น เซฟาเลกซิน (Cephalexin) หรือยาอื่น ๆ หรือมีอาการแพ้อื่นๆ
  • วางแผนจะตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง วิตามิน อาหารเสริม สมุนไพร เป็นต้น
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้คีเฟล็กซ์® หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อยาปฏิชีวนะเซฟาโลสปอรินอื่นๆ เช่น

  • ยาเซฟาคลอร์ (Cefaclor) อย่างรานิคลอร์ (Raniclor)
  • ยาเซฟาโดซิล (Cefadroxil) อย่างดูริเซฟ (Duricef)
  • ยาเซฟาโซลิน (Cefazolin) อย่างแอนเซฟ (Ancef)
  • ยาเซฟดิเนียร์ (Cefdinir) อย่างออมนิเซฟ (Omnicef)
  • ยาเซฟดิโทเรน (Cefditoren) อย่างสเปคทราเซฟ (Spectracef)
  • ยาเซฟโปดอกซีม (Cefpodoxime) อย่างแวนทิน (Vantin)
  • ยาเซฟโพรซิล (Cefprozil) อย่างเซฟซิล (Cefzil)
  • ยาเซฟทิบูเทน (Ceftibuten) อย่างเซเดกซ์ (Cedax)
  • ยาเซฟูโรซีม (Cefuroxime) อย่างเซฟทิน (Ceftin)
  • ยาเซฟราดีน (Cephradine) อย่างเวโลเซฟ (Velosef)

ยาเซฟาเลกซินนั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

คีเฟล็กซ์® จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ คีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน)

ติดต่อแพทย์ทันทีหากมีอาการดังนี้ 

  • ท้องร่วง
  • วิงเวียน
  • รู้สึกเหนื่อยล้า
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดข้อ
  • คันช่องคลอด หรือมีสารคัดหลั่งไหลออกจากช่องคลอด

ติดต่อแพทย์ทันทีหากมีอาการดังนี้ 

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องร่วงไหลเป็นน้ำหรือเป็นเลือด
  • ดีซ่าน (ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • มีรอยช้ำง่าย
  • เลือดออกผิวปกติ (ทางจมูก ปาก ช่องคลอด หรือทวารหนัก)
  • มีจุดสีม่วงหรือสีแดงใต้ผิวหนัง
  • ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะเลย
  • กระสับกระส่าย
  • สับสน
  • มองเห็นภาพหลอน
  • ปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรง ได้แก่ เป็นไข้ เจ็บคอ มีอาการบวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา ปวดผิว ตามด้วยผดผื่นผิวหนังสีแดงหรือสีม่วงที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะใบหน้า หรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองและผิวลอก

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

คีเฟล็กซ์® อาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่น ที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง

เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือ หยุดใช้ยา รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

คีเฟล็กซ์® อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

คีเฟล็กซ์® อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • โรคภูมิแพ้ต่อยาใด ๆ โดยเฉพาะยาเพนิซิลลิน (penicillins)
  • โรคไต
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น โรคลำไส้อักเสบ (colitis)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาคีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Endocarditis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 2 กรัม รับประทาน 1 ครั้ง ก่อนผ่าตัด 1 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Cystitis

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุก ๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 7-14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุก ๆ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 10-14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาคออักเสบ (Pharyngitis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน (Skin or Soft Tissue Infection)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Osteomyelitis

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ควรรักษาต่อเนื่องประมาณ 4-6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง (Chronic osteomyelitis) อาจต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้นอีก 1-2 เดือน และอาจต้องผ่าตัดเนื้อตาย (surgical debridement) ด้วย

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 ถึง 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 to 500 มก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ควรรักษาต่อเนื่องประมาณ 7-21 วัน ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาคีเฟล็กซ์® (ยาเซฟาเลกซิน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ

ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5-25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาคออักเสบ

อายุมากกว่า 1 ปี

คออักเสบจากเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัส (Streptococcal pharyngitis) ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5-25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 12.5-25 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่แพ้ยาเพนิซิลลิน ชนิดนอน-แอนาไฟแลคทอยด์ (non-anaphylactoid type) ขนาดยาที่แนะนำคือ 50 มก./กก (ขนาดยาสูงสุด 2 กรัม) รับประทานหนึ่งครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลเซฟาเลกซิน ขนาด 250 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat® Sulfate)

คาพาสแตต® ซัลเฟต (Capastat Sulfate) หรือ คาพรีโอมัยซิน (Capreomycin) ใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาการติดเชื้อวัณโรค เป็นกลุ่มของยาปฏิชีวนะ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไมโคพลาสมา (Mycoplasma) เชื้อโรคร้ายที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็ก

ไมโคพลาสมา เป็นเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในเด็กได้ จนบางครั้งทำให้เด็กบางคนกลายเป็นโรคปอดบวม ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บลิสเท็กซ์® (Blistex®)

บลิสเท็กซ์® (Blistex®) ใช้เพื่อลดความแห้งกร้านบริเวณริมฝีปาก เพิ่มความชุ่มชื้นตลอดวัน และปกป้องผิวหนังจากแสงแดดลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai

บอนเจลลา® (Bonjela®)

บอนเจลลา® (Bonjela®) นิยมใช้สำหรับรักษาแผลภายในช่องปาก การระคายเคืองจากการใส่ฟันปลอม อาการปวดฟัน และอาการเจ็บไขสันหลังของทารก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by pimruethai