ซิลเดนาฟิล (Sildenafil)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มกราคม 8, 2020
Share now

ข้อบ่งใช้

ยา ซิลเดนาฟิล ใช้สำหรับ

ยา ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ใช้เพื่อป้องกันภาวะความดันภายในปอดสูง (pulmonary hypertension) ยานี้ทำงานโดยการผ่อนคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น การลดความดันโลหิตที่เพิ่มสูงภายในปอดนั้นจะช่วยให้ปอดและหัวใจของคุณทำงานได้ดีขึ้นและเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกาย  นอกเหนือจากนี้ยังใช้รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมไปถึงปัญหาการแข็งตัวขององคชาต

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้กับเด็ก โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของยานี้

การใช้งานด้านอื่น :

ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่ในฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแห่งสหรัฐอเมริกา แต่ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณอาจจะสั่งให้ใช้ได้ หากผู้ดูแลของคุณสั่งให้คุณใช้ยานี้ ควรใช้ยาตามที่แนะนำเท่านั้น

ยาซิลเดนาฟิลนั้นยังเป็นส่วนประกอบของยายี่ห้ออื่น และยังมีจุดแข็งอื่นๆ ในการรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ในผู้ชายอีกด้วย

อย่าใช้ยานี้ร่วมกับยาอื่นที่มีส่วนผสมของยาซิลเดนาฟิลหรือยาที่คล้ายกับยารักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือภาวะความดันภายในปอดสูง เช่น ยาทาดาลาฟิล (tadalafil) วาร์เดนาฟิล (vardenafil)

วิธีใช้ยา ซิลเดนาฟิล

ก่อนใช้ยา ควรอ่านแผ่นพับข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับจากเภสัชกร หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

เพื่อรักษาภาวะความดันในปอดสูง ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือ วันละ 3 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 4-6 ชั่วโมง) ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละคน การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นๆ ที่คุณอาจจะกำลังใช้อยู่ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเองและสมุนไพรต่างๆ

อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อาการของคุณหายไวขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงด้วย

หากใช้ยาแบบฉีด ควรเขย่าขวดยาอย่างน้อย 10 วินาที) ทุกครั้งก่อนใช้ยา ตวงยาอย่างระมัดระวังโดยใช้กระบอกฉีดยาที่แถมมากับยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาที่ใช้ในครัวเรือน เพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง และอย่าผสมยานี้กับยาหรือน้ำอื่นๆ

รับประทานยาซิลเดนาฟิลเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาซิลเดนาฟิล

ยาซิลเดนาฟิลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิลเดนาฟิลบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิลเดนาฟิลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิลเดนาฟิล

ก่อนใช้ยาซิลเดนาฟิล ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยาซิลเดนาฟิล ยาอื่นๆ ยาอื่นๆ หรือส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ของยานี้ โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับรายชื่อของส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ของยาก่อนใช้

โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่หรือมีแผนที่จะใช้

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยาซิลเดนาฟิล โปรดติดต่อแพทย์

หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาซิลเดนาฟิล

โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนใช้ยานี้

ยาเจมไฟโบรซิลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซิลเดนาฟิล

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ในช่วงการทำกิจกรรมทางเพศ หากคุณมีอาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้ หรือมีอาการปวด ชา หรือเหน็บที่บริเวณหน้าอก แขน คอ หรือกราม โปรดหยุดใช้ยาและติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อยาซิลเดนาฟิล

หยุดใช้ยาซิลเดนาฟิลและติดต่อแพทย์ทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น

  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรือสูญเสียการมองเห็นกะทันหัน
  • มีเสียงอื้อในหู หรือสูญเสียการได้ยิน
  • รู้สึกปวดหรือหนักที่หน้าอก มีอาการปวดแพร่ไปยังแขนหรือไหล่ คลื่นไส้ เหงื่อออก รู้สึกป่วยทั่วไป
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • อาการบวมที่มือ ข้อเท้า หรือเท้า
  • หายใจลำบาก
  • รู้สึกหน้ามืด หมดสติ
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวแบบมีอาการปวดหรือนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า อาจมีดังนี้

  • รู้สึกอุ่นหรือแดงที่ใบหน้า คอ หรือหน้าอก
  • คัดจมูก
  • ปวดศีรษะ
  • มีปัญหากับความจำ
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหลัง

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิลเดนาฟิลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดนั้นไม่ควรใช้ร่วมกัน แต่ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาที่แตกต่างกันสองชนิดร่วมกัน แม้อาจจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันได้ ในกรณีนี้ แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือจำเป็นต้องมีข้อควรระวังอื่นๆ

ไม่แนะนำให้ใช้ยาซิลเดนาฟิลกับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ยาในกลุ่มนี้เพื่อรักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณกำลังใช้อยู่

  • แอมพรีนาเวียร์ (Amprenavir)
  • อามิล ไนไตรต์ (Amyl Nitrite)
  • อะทาซานาเวียร์ (Atazanavir)
  • โบเซพรีเวียร์ (Boceprevir)
  • โคบิซิสแตต (Cobicistat)
  • ดารุนาเวียร์ (Darunavir)
  • อิริทริทิล เตตราไนไตรต์ (ErythritylTetranitrate)
  • โฟแซมพรีนาเวียร์ (Fosamprenavir)
  • อินดินาเวียร์ (Indinavir)
  • ไอโซซอร์ไบด์ ไดไนเตรต (IsosorbideDinitrate)
  • ไอโซซอร์ไบด์ โมโนไนเตรต (IsosorbideMononitrate)
  • โลปินาเวียร์ (Lopinavir)
  • มอลซิโดมีน (Molsidomine)
  • เนลฟินาเวียร์ (Nelfinavir)
  • ไนโตรไกลเซริน (Nitroglycerin)
  • ไนโตรพรุสไซด์ (Nitroprusside)
  • เพนทาอิริทริทอล เตตราไนเตรต (PentaerythritolTetranitrate)
  • ริโอซิกวต (Riociguat)
  • ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • ซาควินาเวียร์ (Saquinavir)
  • เทลาพรีเวียร์ (Telaprevir)
  • ไทพรานาเวียร์ (Tipranavir)

โดยปกติแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • แคนนาบิส (Cannabis)
  • คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine)
  • เซริทินิบ (Ceritinib)
  • คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin)
  • ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • ไดไฮโดรโคเดอีน (Dihydrocodeine)
  • เอสลิคาร์เบเซพีน อะซิเตต (Eslicarbazepine Acetate)
  • ฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ไมโทเทน (Mitotane)
  • เนฟาโซโดน (Nefazodone)
  • ไนโลทินิบ (Nilotinib)
  • พิเพราควีน (Piperaquine)
  • พริมิโดน (Primidone)
  • ซิลทูซิแม็บ (Siltuximab)
  • ซิเมพรีเวียร์ (Simeprevir)
  • เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin)
  • โวริโคนาโซล (Voriconazole)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อัลฟูโซซิน (Alfuzosin)
  • โบเซนแทน (Bosentan)
  • บูนาโซซิน (Bunazosin)
  • ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)
  • เดลาเวียร์ดีน (Delavirdine)
  • ดอกซาโซซิน (Doxazosin)
  • อิริโทรมัยซิน (Erythromycin)
  • อิทราเวียร์รีน (Etravirine)
  • ไอทราโคนาโซล (Itraconazole)
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • มอกซิซิเลต (Moxisylyte)
  • เนบิโวลอล (Nebivolol)
  • พราโซซิน (Prazosin)
  • ไรฟาเพนทีน (Rifapentine)
  • ซิลโลโดซิน (Silodosin)
  • แทมซูโลซิน (Tamsulosin)
  • เทราโซซิน (Terazosin)
  • ไทรมาโซซิน (Trimazosin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิลเดนาฟิลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดไม่ควรใช้ในเวลาเดียวกันกับการรับประทานอาหารบางชนิดเนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ขณะใช้ยานี้ ก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้เช่นกัน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิลเดนาฟิลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซิลเดนาฟิลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • อวัยวะเพศชายผิดปกติ ทั้งอวัยวะเพศชายคดงอหรือความพิการแต่กำเนิด
  • อาการปวดเค้นหน้าอก (Angina)
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ (Arrhythmia) ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออก
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease)
  • หัวใจวาย ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
  • โรคมัลติเพิลมัยอิโลมา (Multiple myeloma)
  • เคยมีภาวะองคชาตแข็งค้าง (Priapism)
  • โรคจอตาเสื่อมอาร์พี (Retinitis pigmentosa)
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle-cell anemia)
  • เคยมีแผลในกระเพาะอาหาร
  • โรคหลอดเลือดสมอง (ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น
  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • จานประสาทตามีมาก (Crowded disc) หรืออัตราส่วนของก้นจานประสาทตาต่อจานประสาทตา (cup to disc ratio) ภายในดวงตาต่ำ (ความผิดปกติของดวงตา)
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • เคยมีภาวะขาดเลือดของเส้นประสาทตาส่วนหน้าที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดแดงอักเสบ (Non-arteritic anterior ischemic optic neuropathy)
  • สูบบุหรี่ อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในดวงตาอย่างภาวะขาดเลือดของเส้นประสาทตาส่วนหน้าที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดแดงอักเสบ
  • โรคหลอดเลือดดำอุดตันภายในปอด (Pulmonary veno-occlusive disease) อาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิลเดนาฟิลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ขนาดยาเริ่มต้น : 50 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาปกติ : 25 ถึง 100 มก. รับประทานวันละครั้งเท่าที่จำเป็น 1 ชั่วโมงก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

คำแนะนำ : ยานี้สามารถรับประทานได้ตั้งแต่ 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันปอดสูง

ริวาติโอ® (Revatio®)

ยาสำหรับรับประทาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 5 หรือ 20 มก. รับประทานวันละสามครั้ง ห่างกัน 4 ถึง 6 ชั่วโมง
  • ขนาดยาสูงสุด : 20 มก. รับประทานวันละสามครั้ง

ยาสำหรับฉีด

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 2.5 หรือ 10 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันทีวันละสามครั้ง

คำแนะนำ

  • การรับประทานยาในขนาดที่มากกว่าขนาดยาสูงสุดที่แนะนำนั้นไม่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่มากกว่า
  • ยาสำหรับฉีดขนาด 10 มก. นั้นคาดว่าจะให้ผลเภสัชวิทยาเท่ากับยาสำหรับรับประทานในขนาด 20 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ขนาดยาเริ่มต้น : 25 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาซิลเดนาฟิลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี)

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 20 มก. 25 มก. 50 มก. 100 มก.
  • ยาสำหรับฉีด 10 มก./12.5 มล.
  • ยาผงแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน 10 มก./มล.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เกษตรกรยุคใหม่ หยุด เผาไร่อ้อย เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา PM 2.5มาจาก 2 สาเหตุคือการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และการเผาไหม้ตามไร่นา วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความเกี่ยวกับการ เผาไร่อ้อย มาฝากกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

มลภาวะทางอากาศ ส่งผลต่อการออกกำลังกายหรือไม่

การออกกำลังกาย นอกอาคารอาจทำให้ต้องเผชิญกับ มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ อย่างฝุ่น PM 2.5 จึงทำให้หลายคนมีคำถามว่า จะส่งผลต่อสุขภาพหรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Sopista Kongchon

อาการที่ส่งสัญญาณว่า มลพิษในอากาศ เริ่มเล่นงานสุขภาพคุณเข้าแล้ว

มลพิษในอากาศ หรือ มลภาวะทางอากาศ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากหากคุณใช้ชีวิตในเมือง หากมีสัญญาณและอาการเหล่านี้ อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพที่เกิดจากมลภาวะทางอากาศ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Sopista Kongchon

ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (History And Physical Exam For COPD)

ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ที่สำคัญ ที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ธีรวิทย์ บุญราศรี