ซิลเดนาฟิล (Sildenafil)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ข้อบ่งใช้

ยา ซิลเดนาฟิล ใช้สำหรับ

ยา ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ใช้เพื่อป้องกันภาวะความดันภายในปอดสูง (pulmonary hypertension) ยานี้ทำงานโดยการผ่อนคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น การลดความดันโลหิตที่เพิ่มสูงภายในปอดนั้นจะช่วยให้ปอดและหัวใจของคุณทำงานได้ดีขึ้นและเพิ่มความสามารถในการออกกำลังกาย  นอกเหนือจากนี้ยังใช้รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมไปถึงปัญหาการแข็งตัวขององคชาต

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้กับเด็ก โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของยานี้

การใช้งานด้านอื่น :

ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่ในฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแห่งสหรัฐอเมริกา แต่ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณอาจจะสั่งให้ใช้ได้ หากผู้ดูแลของคุณสั่งให้คุณใช้ยานี้ ควรใช้ยาตามที่แนะนำเท่านั้น

ยาซิลเดนาฟิลนั้นยังเป็นส่วนประกอบของยายี่ห้ออื่น และยังมีจุดแข็งอื่นๆ ในการรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) ในผู้ชายอีกด้วย

อย่าใช้ยานี้ร่วมกับยาอื่นที่มีส่วนผสมของยาซิลเดนาฟิลหรือยาที่คล้ายกับยารักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือภาวะความดันภายในปอดสูง เช่น ยาทาดาลาฟิล (tadalafil) วาร์เดนาฟิล (vardenafil)

วิธีใช้ยา ซิลเดนาฟิล

ก่อนใช้ยา ควรอ่านแผ่นพับข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับจากเภสัชกร หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

เพื่อรักษาภาวะความดันในปอดสูง ควรรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือ วันละ 3 ครั้ง (ห่างกันประมาณ 4-6 ชั่วโมง) ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของแต่ละคน การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นๆ ที่คุณอาจจะกำลังใช้อยู่ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเองและสมุนไพรต่างๆ

อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยาบ่อยกว่าที่กำหนด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อาการของคุณหายไวขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงด้วย

หากใช้ยาแบบฉีด ควรเขย่าขวดยาอย่างน้อย 10 วินาที) ทุกครั้งก่อนใช้ยา ตวงยาอย่างระมัดระวังโดยใช้กระบอกฉีดยาที่แถมมากับยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาที่ใช้ในครัวเรือน เพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง และอย่าผสมยานี้กับยาหรือน้ำอื่นๆ

รับประทานยาซิลเดนาฟิลเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด และเพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาซิลเดนาฟิล

ยาซิลเดนาฟิลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซิลเดนาฟิลบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งยาซิลเดนาฟิลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซิลเดนาฟิล

ก่อนใช้ยาซิลเดนาฟิล ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยาซิลเดนาฟิล ยาอื่นๆ ยาอื่นๆ หรือส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ของยานี้ โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับรายชื่อของส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ของยาก่อนใช้

โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่หรือมีแผนที่จะใช้

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะที่กำลังใช้ยาซิลเดนาฟิล โปรดติดต่อแพทย์

หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาซิลเดนาฟิล

โปรดปรึกษาแพทย์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินประโยชน์และความเสี่ยงก่อนใช้ยานี้

ยาเจมไฟโบรซิลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซิลเดนาฟิล

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ในช่วงการทำกิจกรรมทางเพศ หากคุณมีอาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้ หรือมีอาการปวด ชา หรือเหน็บที่บริเวณหน้าอก แขน คอ หรือกราม โปรดหยุดใช้ยาและติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อยาซิลเดนาฟิล

หยุดใช้ยาซิลเดนาฟิลและติดต่อแพทย์ทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น

  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรือสูญเสียการมองเห็นกะทันหัน
  • มีเสียงอื้อในหู หรือสูญเสียการได้ยิน
  • รู้สึกปวดหรือหนักที่หน้าอก มีอาการปวดแพร่ไปยังแขนหรือไหล่ คลื่นไส้ เหงื่อออก รู้สึกป่วยทั่วไป
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • อาการบวมที่มือ ข้อเท้า หรือเท้า
  • หายใจลำบาก
  • รู้สึกหน้ามืด หมดสติ
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวแบบมีอาการปวดหรือนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า อาจมีดังนี้

  • รู้สึกอุ่นหรือแดงที่ใบหน้า คอ หรือหน้าอก
  • คัดจมูก
  • ปวดศีรษะ
  • มีปัญหากับความจำ
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหลัง

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซิลเดนาฟิลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดนั้นไม่ควรใช้ร่วมกัน แต่ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาที่แตกต่างกันสองชนิดร่วมกัน แม้อาจจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันได้ ในกรณีนี้ แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือจำเป็นต้องมีข้อควรระวังอื่นๆ

ไม่แนะนำให้ใช้ยาซิลเดนาฟิลกับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ยาในกลุ่มนี้เพื่อรักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณกำลังใช้อยู่

  • แอมพรีนาเวียร์ (Amprenavir)
  • อามิล ไนไตรต์ (Amyl Nitrite)
  • อะทาซานาเวียร์ (Atazanavir)
  • โบเซพรีเวียร์ (Boceprevir)
  • โคบิซิสแตต (Cobicistat)
  • ดารุนาเวียร์ (Darunavir)
  • อิริทริทิล เตตราไนไตรต์ (ErythritylTetranitrate)
  • โฟแซมพรีนาเวียร์ (Fosamprenavir)
  • อินดินาเวียร์ (Indinavir)
  • ไอโซซอร์ไบด์ ไดไนเตรต (IsosorbideDinitrate)
  • ไอโซซอร์ไบด์ โมโนไนเตรต (IsosorbideMononitrate)
  • โลปินาเวียร์ (Lopinavir)
  • มอลซิโดมีน (Molsidomine)
  • เนลฟินาเวียร์ (Nelfinavir)
  • ไนโตรไกลเซริน (Nitroglycerin)
  • ไนโตรพรุสไซด์ (Nitroprusside)
  • เพนทาอิริทริทอล เตตราไนเตรต (PentaerythritolTetranitrate)
  • ริโอซิกวต (Riociguat)
  • ริโทนาเวียร์ (Ritonavir)
  • ซาควินาเวียร์ (Saquinavir)
  • เทลาพรีเวียร์ (Telaprevir)
  • ไทพรานาเวียร์ (Tipranavir)

โดยปกติแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • แคนนาบิส (Cannabis)
  • คาร์บาเมเซพีน (Carbamazepine)
  • เซริทินิบ (Ceritinib)
  • คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin)
  • ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • ไดไฮโดรโคเดอีน (Dihydrocodeine)
  • เอสลิคาร์เบเซพีน อะซิเตต (Eslicarbazepine Acetate)
  • ฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ไมโทเทน (Mitotane)
  • เนฟาโซโดน (Nefazodone)
  • ไนโลทินิบ (Nilotinib)
  • พิเพราควีน (Piperaquine)
  • พริมิโดน (Primidone)
  • ซิลทูซิแม็บ (Siltuximab)
  • ซิเมพรีเวียร์ (Simeprevir)
  • เทลิโทรมัยซิน (Telithromycin)
  • โวริโคนาโซล (Voriconazole)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อัลฟูโซซิน (Alfuzosin)
  • โบเซนแทน (Bosentan)
  • บูนาโซซิน (Bunazosin)
  • ไซโปรฟลอกซาซิน (Ciprofloxacin)
  • เดลาเวียร์ดีน (Delavirdine)
  • ดอกซาโซซิน (Doxazosin)
  • อิริโทรมัยซิน (Erythromycin)
  • อิทราเวียร์รีน (Etravirine)
  • ไอทราโคนาโซล (Itraconazole)
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole)
  • มอกซิซิเลต (Moxisylyte)
  • เนบิโวลอล (Nebivolol)
  • พราโซซิน (Prazosin)
  • ไรฟาเพนทีน (Rifapentine)
  • ซิลโลโดซิน (Silodosin)
  • แทมซูโลซิน (Tamsulosin)
  • เทราโซซิน (Terazosin)
  • ไทรมาโซซิน (Trimazosin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิลเดนาฟิลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาบางชนิดไม่ควรใช้ในเวลาเดียวกันกับการรับประทานอาหารบางชนิดเนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่ขณะใช้ยานี้ ก็อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้นได้เช่นกัน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซิลเดนาฟิลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซิลเดนาฟิลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • อวัยวะเพศชายผิดปกติ ทั้งอวัยวะเพศชายคดงอหรือความพิการแต่กำเนิด
  • อาการปวดเค้นหน้าอก (Angina)
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ (Arrhythmia) ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออก
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease)
  • หัวใจวาย ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • ภาวะความดันโลหิตต่ำ
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
  • โรคมัลติเพิลมัยอิโลมา (Multiple myeloma)
  • เคยมีภาวะองคชาตแข็งค้าง (Priapism)
  • โรคจอตาเสื่อมอาร์พี (Retinitis pigmentosa)
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle-cell anemia)
  • เคยมีแผลในกระเพาะอาหาร
  • โรคหลอดเลือดสมอง (ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้ผลข้างเคียงรุนแรงขึ้น
  • อายุมากกว่า 50 ปี
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • จานประสาทตามีมาก (Crowded disc) หรืออัตราส่วนของก้นจานประสาทตาต่อจานประสาทตา (cup to disc ratio) ภายในดวงตาต่ำ (ความผิดปกติของดวงตา)
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • เคยมีภาวะขาดเลือดของเส้นประสาทตาส่วนหน้าที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดแดงอักเสบ (Non-arteritic anterior ischemic optic neuropathy)
  • สูบบุหรี่ อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในดวงตาอย่างภาวะขาดเลือดของเส้นประสาทตาส่วนหน้าที่ไม่ได้เกิดจากหลอดเลือดแดงอักเสบ
  • โรคหลอดเลือดดำอุดตันภายในปอด (Pulmonary veno-occlusive disease) อาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซิลเดนาฟิลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ขนาดยาเริ่มต้น : 50 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาปกติ : 25 ถึง 100 มก. รับประทานวันละครั้งเท่าที่จำเป็น 1 ชั่วโมงก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

คำแนะนำ : ยานี้สามารถรับประทานได้ตั้งแต่ 30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง ก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันปอดสูง

ริวาติโอ® (Revatio®)

ยาสำหรับรับประทาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 5 หรือ 20 มก. รับประทานวันละสามครั้ง ห่างกัน 4 ถึง 6 ชั่วโมง
  • ขนาดยาสูงสุด : 20 มก. รับประทานวันละสามครั้ง

ยาสำหรับฉีด

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 2.5 หรือ 10 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทันทีวันละสามครั้ง

คำแนะนำ

  • การรับประทานยาในขนาดที่มากกว่าขนาดยาสูงสุดที่แนะนำนั้นไม่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่มากกว่า
  • ยาสำหรับฉีดขนาด 10 มก. นั้นคาดว่าจะให้ผลเภสัชวิทยาเท่ากับยาสำหรับรับประทานในขนาด 20 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ขนาดยาเริ่มต้น : 25 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนทำกิจกรรมทางเพศ

ขนาดยาซิลเดนาฟิลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานี้ในผู้ป่วยเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี)

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 20 มก. 25 มก. 50 มก. 100 มก.
  • ยาสำหรับฉีด 10 มก./12.5 มล.
  • ยาผงแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน 10 มก./มล.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มกราคม 8, 2020

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน