ม็อกซิพริล (Moexipril)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 5, 2020 . 7 mins read
Share now

ม็อกซิพริล (Moexipril) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มของยา ACE inhibitors ทำงานโดยผ่อนคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

ข้อบ่งใช้

ยา ม็อกซิพริล ใช้สำหรับ

ยาม็อกซิพริล (Moexipril) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง การลดระดับความดันโลหิตที่เพิ่มสูงสามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือดฉับพลัน และปัญหาเกี่ยวกับไต ยาม็อกซิพริลอยู่ในกลุ่มของยา ACE inhibitors ทำงานโดยผ่อนคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

วิธีใช้ยา ม็อกซิพริล

รับประทานยานี้ขณะท้องว่าง 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหารตามที่แพทย์สั่ง โดยปกติคือวันละหนึ่งหรือสองครั้ง ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง แพทย์อาจจะสั่งให้คุณเริ่มต้นใช้ยานี้ที่ขนาดต่ำ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาดยา ควรทำตามแนวทางของแพทย์อย่างระมัดระวัง

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้จำง่ายขึ้น ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติ คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงนั้นจะไม่รู้สึกป่วย

อาจต้องใช้เวลานานกว่าหลายสัปดาห์ กว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (ระดับความดันโลหิตยังคงสูงอยู่หรือเพิ่มขึ้น)

การเก็บรักษายา ม็อกซิพริล

ควรเก็บรักษายาม็อกซิพริลที่อุณหภูมิห้อง ให้พ้นแสงและความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาม็อกซิพริลบางยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ และโปรดเก็บยาให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย

ไม่ควรทิ้งม็อกซิพริลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น หากยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยสามารถสอบถามข้อมูลวิธีกำจัดยาที่ถูกต้องได้จากเภสัชกร

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ม็อกซิพริล

ก่อนใช้ยาม็อกซิพริล แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาในกลุ่ม ACE inhibitors อื่นๆ เช่น แคปโตพริล (Captopril) หรือลิซิโนพริล (lisinopril) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะเคยมีอาการแพ้ รวมไปถึงอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ อย่างโรคแองจิโออีดีมา (Angioedema) กระบวนการกรองเลือด (blood filtering procedures) เช่น การกรองไขมันไม่ดีจากเลือด (LDL apheresis) การฟอกไต (dialysis) ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง การฟอกไต โรคตับ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย

อาการเหงื่อออกมากเกินไป ท้องร่วง หรืออาเจียนอาจทำให้เกิดการสูญเสียน้ำในร่างกายมากเกินไปหรือภาวะขาดน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการหน้ามืด แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการท้องร่วงหรืออาเจียนในระยะยาว ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำนอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น

ยานี้อาจเพิ่มระดับของโพแทสเซียม ก่อนใช้อาหารเสริมโพแทสเซียมหรือสารทดแทนเกลือที่มีโพแทสเซียม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยาได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียนหรือระดับโพแทสเซียมสูง

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และอ่านเพิ่มเติมในส่วนของคำเตือน

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาคีโตโปรเฟนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจจะมีความเสี่ยง
  • D = มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา ม็อกซิพริล

อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด หรือเหนื่อยล้าในช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวเข้ากับยา และอาจเกิดอาการไอแห้งได้ด้วย หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

เพื่อลดความเสี่ยงในการวิงเวียนและหน้ามืดควรค่อย ๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใด ๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ได้แก่ อาการของระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นช้าหรือผิดปกติ หมดสติ

ยาม็อกซิพริลอาจใช้เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับไต หรือรักษาผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตด้วย แต่ในบางกรณี ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับไตหรือทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน แพทย์จะทำการตรวจสอบสมรรถภาพของไต ขณะที่คุณกำลังใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากคุณมีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง

ในนาน ๆ ครั้ง ยานี้อาจทำให้เกิดโรคตับที่รุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต โปรดเข้ารับการรักษาทันทีหากเกิดอาการของตับเสียหาย เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด เบื่ออาหาร ปวดท้อง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ

ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงต่อยาชนิดนี้เป็นเรื่องที่พบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับการดูแลทางการแพทย์ทันที หากมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง ได้แก่ เวียนศีรษะอย่างรุนแรง ปัญหาการหายใจ ผื่น อาการคันหรือบวม โดยเฉพาะ หน้า ลิ้น คอ

ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาม็อกซิพริลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • อะลิสคิเรน (aliskiren)
  • ทองคำสำหรับฉีด (gold injections)
  • ลิเทียม (lithium)
  • ซาคูบิทริล (sacubitril)

ยาบางชนิดที่ใช้เพื่อทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแรงลงและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ เช่น

  • เอเวอร์โรไลมัส (everolimus)
  • ไซโลลิมัส (sirolimus)

ยาที่อาจเพิ่มระดับของโพแทสเซียมในเลือด เช่น ยาในกลุ่มตัวบล็อคตัวรับแอนจีโอเทนซิน (ARBs)

  • ลอซาร์แทน (losartan)
  • วาลซาร์แทน (valsartan)
  • ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีดรอสไพรีโนน (drospirenone)

ยาบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่เพิ่มระดับความดันโลหิต หรือทำให้อาการหัวใจล้มเหลวรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งให้เภสัชกรทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่คุณใช้ และสอบถามวิธีใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) อย่างไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

อาจเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรง หากคุณรับการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (desensitization) สำหรับอาการแพ้ผึ้งหรือตัวต่อ และกำลังใช้ยาโมเอซิพริล แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้

ปฎิกิริยาต่ออาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซูมาทริปแทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาซูมาทริปแทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยา ม็อกซิพริล สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

ขนาดยาเริ่มต้น

  • ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ : 7.5 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร
  • ป่วยที่รับการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ : 3.75 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร

ขนาดยาปกติ

  • 7.5 ถึง 30 มก. แบ่งรับประทานวันละ 1 หรือ 2 ครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร

ขนาดยาสูงสุด

  • 60 มก./วัน

คำแนะนำ

  • ควรหยุดการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะ 2-3 วัน ก่อนเริ่มใช้ยานี้ หากจำเป็น หากใช้ยานี้เพียงอย่างเดียวแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ อาจกลับมาเริ่มการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะอีกครั้ง หากไม่สามารถหยุดการรักษาด้วยยาขับปัสสาวะได้ ให้เริ่มต้นใช้ยานี้ที่ขนาดต่ำ
  • ยังไม่มีการศึกษาขนาดยาโดยรวมมากกว่า 60 มก. ในผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตสูง
  • ผลของยาลดความดันอาจลดลงในช่วงท้ายของการใช้ยา ดังนั้นจึงควรวัดระดับความดันโลหิตเพียงแค่ก่อนเริ่มใช้ยา

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 40 มล./นาที/1.73 ตารางเมตร หรือน้อยกว่านั้น ขนาดยาเริ่มต้น 3.75 มก. รับประทานวันละครั้ง 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร ขนาดยาสูงสุด 15 มก./วัน

การปรับขนาดยา

ผลการลดความดันของยาโมเอซิพริลอาจลดลงในช่วงท้ายของการใช้ยา ดังนั้นจึงควรวัดระดับความดันโลหิตเพียงแค่ก่อนเริ่มใช้ยา เพื่อหาว่ามีการควบคุมระดับความดันโลหิตที่เพียงพอหรือไม่ หากควบคุมได้ไม่เพียงพออาจเพิ่มขนาดยาหรือแบ่งให้ยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร

การเฝ้าระวัง

  • เฝ้าระวังเซรั่มอิเล็กโทรไลต์ (serum electrolytes) เป็นระยะ ๆ
  • เฝ้าระวังสมรรถภาพของไตในช่วงสัปดาห์แรกของการรักษา
  • ควรพิจารณาเฝ้าระวังจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวหากผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดคอลลาเจน (collagen vascular disease) โดยเฉพาะหากโรคนั้นมีความเกี่ยวข้องกับสมรรถภาพของไตบกพร่อง

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • แนะนำให้ผู้ป่วยแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากมีสัญญาณหรืออาการของโรคแองจิโออีดีมา (หายใจติดขัดหรือมีอาการบวมที่ใบหน้า แขนขา ดวงตา ริมฝีปาก หรือลิ้น) และหยุดใช้ยานี้จนกว่าจะปรึกษากับแพทย์
  • หากมีอาการหน้ามืดเกิดขึ้นระหว่างเริ่มต้นการรักษาควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที  และหยุดใช้ยานี้จนกว่าจะปรึกษากับแพทย์
  • ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หากมีเหงื่ออกมากเกินไป มีภาวะขาดน้ำ อาเจียน หรือท้องร่วงเนื่องจากอาจทำให้ระดับความดันโลหิตลดลงได้เพราะระดับน้ำในร่างกายลดลง
  • ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาในกลุ่ม potassium-sparing diuretics อาหารเสริมโพแทสเซียม หรือสารทดแทนเกลือที่มีโพแทสเซียมโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • หากมีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เจ็บคอ เป็นไข้) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (neutropenia) ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
  • ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรรับทราบผลของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ และผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากตั้งครรภ์

ขนาดยาม็อกซิพริลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การวินิจฉัยอาการแพ้ยา ทำได้อย่างไรบ้าง

หากคุณคิดว่าคุณกำลังมีอาการแพ้ยา วิธีการที่ง่ายที่สุดใน การวินิจฉัยอาการแพ้ยา ก็คือการซักประวัติคนไข้ และอาจตามด้วยการทดสอบบางอย่าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรคภูมิแพ้, ศูนย์สุขภาพ พฤศจิกายน 19, 2018 . 2 mins read

แพ้ยา อาการแพ้อันตรายที่ป้องกันและรักษาได้

แพ้ยา ( Drug Allergy) เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของคุณ มีปฏิกิริยาต่อยาต่างๆ มากเกินไป ยาชนิดใดๆ ก็สามารถกระตุ้นการแพ้ยาได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
โรคภูมิแพ้, ศูนย์สุขภาพ พฤศจิกายน 19, 2018 . 2 mins read

ยากลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไร

ในการรักษาความดันโลหิตสูง ยาบางชนิดอาจแปลกหู บทความนี้จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับยาที่เรียกว่ายาในกลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

การรักษาโรคความดันโลหิตสูง มียาอะไรบ้างที่ใช้เป็นทางเลือก

ทางเลือกใน การรักษาโรคความดันโลหิตสูง นั้น มักจะมีทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการใช้ยา แพทย์จะแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

บทความแนะนำ

ภูมิแพ้ยา

ภูมิแพ้ยา (Drug Allergy)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 18, 2019 . 4 mins read
ไอซราดิพีน-isradipine

ไอซราดิพีน (Isradipine)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 28, 2019 . 3 mins read
ควินาพริล-และ-ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์-quinapril-hydrochlorothiazide

ควินาพริล และ ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (Quinapril and Hydrochlorothiazide)

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 9, 2018 . 7 mins read
อาการแพ้ยา ผลข้างเคียงของยา

อาการแพ้ยา และ ผลข้างเคียงของยา สองอาการที่คล้ายแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 26, 2018 . 2 mins read