เทลมิซาร์แทน (Telmisartan)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 25/09/2020 . 6 mins read
Share now

เทลมิซาร์แทน ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง (hypertension) การลดระดับความดันโลหิตที่เพิ่มสูงจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจวาย และปัญหาเกี่ยวกับไต

ข้อบ่งใช้

เทลมิซาร์แทน ใช้สำหรับ

ยาเทลมิซาร์แทน ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง (hypertension) การลดระดับความดันโลหิตที่เพิ่มสูงจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจวาย และปัญหาเกี่ยวกับไต ยาเทลมิซาร์แทน (Telmisartan) อยู่ในกลุ่มของยา แองจิโอเทนซิน ทู รีเซฟเตอร์ บล็อกเกอร์ (angiotensin receptor blockers) ทำงานโดยการคลายหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนได้ง่ายขึ้น

การใช้งานอื่น ๆ ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่ในฉลากยาที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญแห่งอเมริกา แต่ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณอาจจะสั่งให้ใช้ได้ หากผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของคุณสั่งให้คุณใช้ยานี้ควรใช้ยานี้สำหรับสภาวะที่มีอยู่ในรายการนี้เท่านั้น

ยานี้ยังอาจใช้เพื่อรักษาโรคหัวใจล้มเหลวและช่วยป้องกันความเสียหายต่อตับเนื่องจากโรคเบาหวาน

วิธีการใช้ ยาเทลมิซาร์แทน

ควรอ่านแผ่นพับข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับจากเภสัชกรทั้งหมดก่อนเริ่มใช้ยานี้และทุกครั้งที่คุณเติมยาเพิ่ม หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

รับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละครั้ง

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

ควรใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะรู้สึกเป็นปกติ คนส่วนใหญ๋ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงนั้นจะไม่รู้สึกป่วยใดๆ สำหรับการรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจต้องใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์กว่าที่คุณจะได้รับประโยชน์จากยาอย่างเต็มที่

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง (เช่น ระดับความดันโลหิตยังคงสูงอยู่หรือเพิ่มขึ้น)

การเก็บรักษายาเทลมิซาร์แทน

ยาเทลมิซาร์แทน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเทลมิซาร์แทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเทลมิซาร์แทนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา เทลมิซาร์แทน

ระหว่างที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ยา แพทย์จะพิจารณาความเสี่ยงของการใช้ยาต่อประโยชน์ของยาเสียก่อน สำหรับยานี้ควรพิจารณาดังต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีอาการที่ผิดปกติหรืออาการแพ้ต่อยานี้ นอกจากนี้ยังควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ที่คุณเป็น เช่น แพ้อาหาร สีย้อม สารกันบูด หรือสัตว์ สำหรับยาที่หาซื้อเองควรอ่านฉลากยาหรือส่วนประกอบของยาอย่างละเอียด

เด็ก

ยังไม่มีงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อประสิทธิภาพของยาเทลมิซาร์แทนในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในกลุ่มอายุนี้

ผู้สูงอายุ

ยังไม่มีงานวิจัยในปัจจุบันที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่จะจำกัดประโยชน์ของยาเทลมิซาร์แทนในผู้สูงอายุ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา เทลมิซาร์แทน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ในกรณีหายาก ยาเทลมิซาร์แทน อาจทำให้เกิดสภาวะที่ส่งผลให้เกิดการสลายของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle tissue) นำไปสู่โรคไตวาย โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการปวดกล้ามเนื้อ กดเจ็บ หรืออ่อนแรง โดยเฉพาะหากคุณมีอาการไข้ คลื่นไส้หรืออาเจียน และปัสสาวะสีคล้ำร่วมด้วย

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงอื่นๆ ดังนี้

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่าอาจมีดังนี้

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเทลมิซาร์แทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่าง ๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใด ๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ยาในกลุ่มนี้เพื่อรักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณกำลังใช้อยู่

  • อะลิสคิเรน (Aliskiren)

โดยปกติแล้วไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • เบนาเซพริล (Benazepril)
  • แคปโทพริล (Captopril)
  • เอนาลาพริล (Enalapril)
  • เอนาลาพริแลต (Enalaprilat)
  • ฟอสซิโนพริล (Fosinopril)
  • ไลซิโนพริล (Lisinopril)
  • โมเอซิพริล (Moexipril)
  • เพอรินโดพริล เออร์บูมีน (Perindopril Erbumine)
  • ควินาพริล (Quinapril)
  • รามิพริล (Ramipril)
  • โทโพเทแคน (Topotecan)
  • ทรานโดลาพริล (Trandolapril)
  • ไตรเมโทพริม (Trimethoprim)

การใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกันอาจเป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาหรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อะเซโลเฟแนค (Aceclofenac)
  • อะเซเมทาซิน (Acemetacin)
  • แอมทอลเมทิน กัวซิล (Amtolmetin Guacil)
  • แอสไพริน
  • บรอมเฟแนค (Bromfenac)
  • บูเฟซาแมค (Bufexamac)
  • เซเลโคซิบ (Celecoxib)
  • คลอรีน ซาลิไซเลต (Choline Salicylate)
  • คลอนิซิน (Clonixin)
  • เดซิบูโพรเฟน (Dexibuprofen)
  • เดกคีโตโพรเฟน (Dexketoprofen)
  • ไดโคลเฟแนค (Diclofenac)
  • ไดฟลูนิซาล (Diflunisal)
  • ไดจอกซิน (Digoxin)
  • ไดไพโรน (Dipyrone)
  • อีโตโดแลค (Etodolac)
  • เอโตเฟนาเมต (Etofenamate)
  • เอโตริโคซิบ (Etoricoxib)
  • เฟลไบแนค (Felbinac)
  • เฟโนโพรเฟน (Fenoprofen)
  • เฟพราไดนอล (Fepradinol)
  • เฟพราโซน (Feprazone)
  • ฟลอคตาเฟนีน (Floctafenine)
  • กรดฟลูเฟนามิค (Flufenamic Acid)
  • เฟอร์ไบโพรเฟน (Flurbiprofen)
  • ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  • ไอบูโพรเฟน ไลซีน (Ibuprofen Lysine)
  • อินโดเมทาซิน (Indomethacin)
  • คีโตโพรเฟน (Ketoprofen)
  • คีโตโรแลค (Ketorolac)
  • ลิเทียม (Lithium)
  • ลอร์นอกซิแคม (Lornoxicam)
  • ลอกโซโพรเฟน (Loxoprofen)
  • ลูมิราโคซิบ (Lumiracoxib)
  • เมโคลเฟนาเมต (Meclofenamate)
  • กรดเฟนามิค (Mefenamic Acid)
  • เมโลซิแคม (Meloxicam)
  • มอร์นิฟลูเมต (Morniflumate)
  • นาบูเมโทน (Nabumetone)
  • นาพรอกเซน (Naproxen)
  • เนพาเฟแนค (Nepafenac)
  • กรดไนฟลูมิค (Niflumic Acid)
  • ไนเมซูไลด์ (Nimesulide)
  • โอซาโพรซิน (Oxaprozin)
  • โอไซเฟนบูตาโซน (Oxyphenbutazone)
  • พาเคโคซิบ (Parecoxib)
  • ฟีนิลบิวตาโซน (Phenylbutazone)
  • พิคีโตโพรเฟน (Piketoprofen)
  • ไพโรซิแคม (Piroxicam)
  • พรานโนโพรเฟน (Pranoprofen)
  • โพรกลูเมทาซิน (Proglumetacin)
  • โปรไปฟีนาโซน (Propyphenazone)
  • โพรควาโซน (Proquazone)
  • โรเฟโคซิบ (Rofecoxib)
  • กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid)
  • ซาลซาเลต (Salsalate)
  • โซเดียมซาลิไซเลต (Sodium Salicylate)
  • ซูลินแดค (Sulindac)
  • เทนอกซิแคม (Tenoxicam)
  • กรดไทอาโพรเฟนิค (Tiaprofenic Acid)
  • กรดทอลเฟนามิค (Tolfenamic Acid)
  • ทอลเมทิน (Tolmetin)
  • วาลเดโคซิบ (Valdecoxib)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทลมิซาร์แทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทลมิซาร์แทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง — การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับไต
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่กำลังใช้ยาอะลิสคิเรน อย่างเทคเทอร์นา (Tekturna®) — ไม่ควรใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • ภาวะอิเล็คโทรไลท์ไม่สมดุล (Electrolyte imbalances) โพแทสเซียมภายในเลือดสูงหรือต่ำ
  • น้ำไม่สมดุล (เนื่องจากภาวะขาดน้ำ อาเจียน หรือท้องร่วง)
  • โรคไต — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้โรคนี้รุนแรงขึ้น
  • โรคไต — ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ผลของยาอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะการกำจัดยาออกจากร่างกายได้ช้าลง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด ยาเทลมิซาร์แทน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

ขนาดยาเริ่มต้น 40 มก. รับประทานวันละครั้งพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก คาดคะเนว่าปริมาณเลือดในภายในหลอดเลือดนั้นอยู่ในระดับที่เพียงพอ

ขนาดยาปกติ 20 มก. ถึง 80 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular)

การลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม ACE inhibitors ขนาด 80 มก. รับประทานวันละครั้งพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าขนาดยาที่ต่ำกว่า 80 มก. นั้นจะมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

เมื่อเริ่มใช้ยาเทลมิซาร์แทนเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรเฝ้าระวังระดับความดันโลหิตและอาจจะต้องปรับยาให้เหมาะสมเพื่อลดระดับความดันโลหิต

ขนาด ยาเทลมิซาร์แทน สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

ยาเม็ด ขนาด 20 มก. 40 มก. 80 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดมีดังนี้

  • วิงเวียน
  • หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือช้า

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เดินหลังกินข้าวเสร็จ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้

การเดินเล่นสบายๆ หลังอาหาร ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องประโยชน์ของการ เดินหลังกินข้าวเสร็จ มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia)

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) เป็นการสูญเสียความทรงจำชั่วคราวโดยฉับพลัน ซึ่งไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในขณะนั้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม (Cerebral arteriovenous malformation)

 โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติเอวีเอ็ม  เกิดจากความผิดปกติที่เชื่อมกันระหว่างหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงในสมอง  ส่งผลให้ผู้ป่วย มีอาการปวดศีรษะ ชัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง แบบไหนบ้างที่ควรเลี่ยง

โซเดียมนั้นเพิ่มความเสี่ยงทางสุขภาพ แต่อาหารในชีวิตประจำวันก็มักจะหนีไม่พ้นเกลือและโซเดียม ซึ่งเป็น อาหารและเครื่องดื่มที่เสี่ยงทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

Recommended for you

การนอนไม่หลับ-ผลกระทบต่อร่างกาย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on 06/01/2021 . 3 mins read
โรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือด-โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ
Published on 11/11/2020 . 6 mins read
ความดันโลหิตสูง-อาหารเสริมลดความดันโลหิต

อาหารเสริมลดความดันโลหิต ที่ใช้ได้ผล ดีต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
Published on 23/09/2020 . 2 mins read
กลุ่มอาการที่ห้ามขับรถ-อุบัติเหตุ

เช็กให้ชัวร์ 9 กลุ่มโรคอันตราย หากเป็นแล้วห้ามขับรถ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 23/09/2020 . 4 mins read