ไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก (Sinex® Nasal Spray)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 12/10/2020 . 3 mins read
Share now

ไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก (Sinex® Nasal Spray) ใช้เพื่อรักษาอาการคัดจมูกและแรงดันในไซนัสที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ โรคหวัด โดยการหดหลอดเลือดในโพรงจมูก

ข้อบ่งใช้

ยา ไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก ใช้สำหรับ

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก (Sinex® Nasal Spray) ใช้เพื่อรักษาอาการคัดจมูกและแรงดันในไซนัสที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ โรคหวัด หรือโรคไข้หวัดใหญ่โดยการหดหลอดเลือดในโพรงจมูก

วิธีการใช้ยา ไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก

 วิธีการใช้ยาพ่นจมูกมีดังนี้

  • สั่งน้ำมูกเบาๆ
  • ตั้งหัวให้ตรงแล้วสอดปลายขวดยาเข้าในรูจมูกข้างหนึ่ง
  • กดอุดรูจมูกอีกข้าง
  • หายใจเข้าเร็วๆ แล้วค่อยๆ พ่นยาเข้าในจมูก
  • พ่นยาเข้าในรูจมูกอีกข้าง
  • อย่าสั่งน้ำมูกเป็นเวลาอย่างน้อยหลายนาทีหลังจากใช้ยาพ่นจมูก
  • หากยาเข้าดวงตาหรือปาก หรือโดนผิวของคุณ ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • หลังจากใช้ยา ทำความสะอาดปลายขวดยาโดยใช้ทิชชู่สะอาดหรือล้างด้วยน้ำร้อน อย่าให้น้ำเข้าไปในขวดยา
  • ปิดฝาขวดให้สนิทเมื่อไม่ใช้งาน

การเก็บรักษายา ไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูกจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก

ผลข้างเคียงอาจมีดังนี้

  • อาการจาม น้ำมูกไหล หรือคัดจมูกอย่างรุนแรง รอยแดงหรือบวมที่จมูก หรืออาการเกี่ยวกับจมูกที่แย่ลงอื่นๆ
  • แสบร้อน แสบ หรือระคายเคืองภายในจมูก
  • วิงเวียนอย่างรุนแรง รู้สึกร้อนรน ประหม่า หรือนอนไม่หลับ
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง มีความคิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • สั่นเทา
  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • จามชั่วคราว
  • จมูกมีอาการแสบร้อนเบาๆ แห้ง รู้สึกเย็น หรือระคายเคือง
  • ปวดหัว วิงเวียน อ่อนแรง
  • รู้สึกตื่นเต้นหรือร้อนรน (โดยเฉพาะในเด็ก)
  • ปัญหาเกี่ยวกับการนอนระดับเบา

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูกอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูกอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาที่แนะนำสำหรับบางกรณีคือ พ่นยา 2–3 ครั้งในรูจมูกแต่ละข้าง

อย่าใช้มากกว่าทุกๆ 4 ชั่วโมง

ระยะเวลานานสุด 3 วัน

ขนาดยาไซแน็กส์® สำหรับพ่นจมูก สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาพ่นจมูกฟีนิลเอฟรีน ไฮโดรคลอไรด์ (Phenylephrine HCl) 0.5%

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เมื่อไหร่จึงจะถึงเวลาอันเหมาะสมที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม

คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องสังเกตพัฒนาการของพวกเขาว่าเมื่อไหร่ที่ ลูกน้อยจะนอนห่มผ้าห่ม ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ (Carbon Monoxide Poisoning)

คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ หมายถึงภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อเราสูดดมเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปมากเกินไป จนทำให้ระดับของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดสูง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

คัดจมูก หายใจไม่ออก เป็นเพราะอะไร และจะดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง

อาการ คัดจมูก คือ อาการที่รู้สึกหายใจไม่ออก หรือหายใจไม่สะดวก หรือหายใจได้ไม่เต็มอิ่ม บางครั้งอาจเกิดอาการอักเสบจนทำให้จมูกแดง และบวม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

แคะขี้มูก อันตรายจริงไหม ยิ่งใช้นิ้วมือแคะยิ่งอันตรายจริงหรือเปล่า

ร่างกายสร้างขี้มูกขึ้นมาเพื่อดักจับเชื้อโรค แบคทีเรียต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปในระบบทางเดินหายใจ เมื่อขี้มูกเริ่มแห้งตัวมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการ แคะขี้มูก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai