ความแตกต่างของ โรคตับชนิดต่างๆ มีอะไรบ้างที่ควรรู้

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

โรคตับ (Hepatic disease) เป็นโรคที่เกิดจากการที่ตับได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดแผลเป็นแบบถาวร จนทำให้เป็นพังผืดขึ้นในเนื้อตับ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของลดลง และส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม โรคตับมีหลายชนิดและเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน โรคตับชนิดต่างๆ สามารถแยกประเภทได้ดังต่อไปนี้

  • โรคไวรัสตับอักเสบ 
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากพิษ หรืออาหารเป็นพิษ
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากโรคไขมันในเลือดสูง (dyslipidemia) ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของตับ
  • โรคตับที่มีสาเหตุจากมะเร็งตับ 

โรคตับชนิดต่างๆ แบ่งตามสาเหตุการเกิดโรค

โรคไวรัสตับอักเสบเอ

โรคไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) จัดเป็นหนึ่งในประเภทของโรคตับ มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (HAV) ตัวโรคสามารถแพร่กระจายได้ผ่านอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลที่ติดเชื้อ โดยทั่วไปแล้ว สามารถได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเอจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • รับอาหารมาจากคนที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งอาจมีการสัมผัสกับปัสสาวะหลังจากเข้าห้องน้ำ และไม่ได้ล้างมือ
  • มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือทางปาก กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ
  • ไม่ล้างมือหลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อม
  • ดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบ

โรคไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) จัดเป็นหนึ่งในประเภทของโรคตับ มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสตับ
อักเสบบี (HBV) ไวรัสตับอักเสบบี สามารถแพร่กระจายได้ผ่านการสัมผัสเลือด หรืออสุจิของผู้ติดเชื้อ หรือของเหลวจากร่างกายผู้อื่น นอกจากนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในหญิงตั้งครรภ์จะทำให้ทารกที่เกิดมาติดเชื้อไปด้วย

ถ้าป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ก็อาจเกิดอาการมีไข้ แต่ในบางรายก็ไม่เกิดอาการใดๆ การตรวจเลือด คือวิธีที่แน่นอนในการพิสูจน์ว่าป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว
ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวจากโรคไวรัสตับอักเสบบีได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็อาจเป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรัง ซึ่งตัวโรคจะคงอยู่ไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ โรคไวรัสตับอักเสบบีชนิดเรื้อรังยังสามารถนำมาสู่การเกิดแผลในตับ เกิดความเสียหายในตับ รวมถึงเกิดมะเร็งตับได้อีกด้วย

ภาวะดีซ่าน

ดีซ่าน คือ ภาวะที่ผิวหนังและตาขาวของผู้ป่วยกลายเป็นสีเหลือง บิลิรูบิน (Bilirubin) คือ สารเคมีสีเหลืองที่อยู่ในฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่คอยขนส่งออกซิเจนในเซลล์เม็ดเลือดแดงของร่างกาย เมื่อมีบิลิรูบินมากเกินไป ก็จะก่อให้เกิดภาวะดีซ่าน และขณะที่เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกสร้างโดยตับ

ทารกเกิดใหม่ที่แข็งแรงบางคน ก็อาจมีภาวะดีซ่านในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต อย่างไรก็ตาม ภาวะดีซ่านก็อาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย และอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ถึงปัญหาของตับ ดีซ่านสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ประกอบด้วย

  • ป่วยเป็นโรคเลือด
  • ป่วยเป็นโรคทางพันธุกรรม
  • ป่วยเป็นโรคตับ อย่างเช่น โรคไวรัสตับอักเสบ หรือโรคตับแข็ง เป็นต้น
  • ท่อน้ำดีอุดตัน
  • มีอาการติดเชื้อ

โรคตับแข็ง

โรคตับแข็งก่อให้เกิดแผลเป็นในตับ โดยแผลเป็นในตับนั้น เกิดขึ้นได้จากทั้งอาการบาดเจ็บและจากโรคตับแข็ง เนื้อตับที่เกิดแผลเป็นจะไม่สามารถทำงานอย่างเป็นปกติได้อีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การสร้างโปรตีน การช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อ การทำความสะอาดเลือด การช่วยย่อยอาหาร และเก็บพลังงาน โรคตับแข็งยังสามารถนำมาสู่อาการดังต่อไปนี้

  • เลือดกำเดาไหล
  • ท้องหรือขาเกิดอาการบวมโต
  • ร่างกายอ่อนไหวต่อการทานยามากขึ้น
  • มีภาวะความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดตับ
  • หลอดเลือดในหลอดอาหารและกระเพาะขยายตัว
  • ไตวาย

ภาวะธาตุเหล็กเกิน

ภาวะธาตุเหล็กเกินนับเป็นโรคทางพันธุกรรม ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายผลิตธาตุเหล็กมากเกินไป

ธาตุเหล็ก คือแร่ธาตุที่พบได้ในอาหารหลายชนิด ร่างกายของคนเราจะดูดซับธาตุเหล็กจากอาหารที่รับประทานราวร้อยละ 10 ผู้ที่ต้องทรมานจากภาวะเหล็กเกิน โดยทั่วไปมักมีสาเหตุมาจากการได้รับธาตุเหล็กเกินกว่าจำเป็น ร่างกายไม่มีวิธีการขับธาตุเหล็กออกตามธรรมชาติ จึงต้องเก็บธาตุเหล็กไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะในตับ หัวใจ และตับอ่อน

การมีธาตุเหล็กมากเกินไปจะทำลายอวัยวะภายใน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ตัวโรคก็จะทำให้อวัยวะร่างกายเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบมีสุขภาพดีของ ผู้ป่วยตับอักเสบ

การมีไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวม ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันโรคภัยอื่นๆ ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเป็น ผู้ป่วยตับอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พิมพร เส็นติระ

คำถามฮ็อตเมื่อคุณเป็น โรคตับอักเสบในขณะตั้งครรภ์

เมื่อคุณเป็น โรคตับอักเสบในขณะตั้งครรภ์ หนึ่งในคำถามข้อแรกๆ ที่คัณเป็นกังวลคือ "โรคนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรกับลูกของฉันหรือเปล่านะ" บทความนี้มีคำตอบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พิมพร เส็นติระ

จะรู้ได้ไงว่าตับกำลังไม่สบาย รู้ทัน สัญญาณโรคตับ ก่อนสายเกิน

โรคตับ มักตรวจไม่พบในระยะแรกเริ่ม จึงนำมาสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ต่อไปนี้คือ สัญญาณโรคตับ ที่อาจจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เธียรธัช มีโภคา

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเภทของ การตรวจการทำงานของตับ (LFTs)

การตรวจการทำงานของตับ (LFTs) คือการตรวจที่ช่วยให้คุณหมอสามารถวิเคราะห์ว่าตับมีปัญหาหรือไม่ สามารถแบ่งแยกย่อยเป็น 3 ประเภทหลักดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เธียรธัช มีโภคา

บทความแนะนำ

อุจจาระสีซีด-pale-stool

อุจจาระสีซีด สัญญาณบอกโรคของร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มกราคม 6, 2020
โรคตับแข็ง

โรคตับแข็ง (Cirrhosis)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 7, 2019
พาหะไวรัสตับอักเสบบี-แม่ท้อง

แม่ท้องเป็น พาหะไวรัสตับอักเสบบี ลูกที่เกิดมาจะติดโรคหรือไม่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พิมพร เส็นติระ
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 24, 2019
ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ

5 อันดับอาหารต้องห้าม สำหรับ ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พิมพร เส็นติระ
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 22, 2019