home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ชาเขียว (Green Tea)

การใช้ประโยชน์ ชาเขียว|การทำงานของชาเขียวเป็นอย่างไร|ข้อควรระวังและคำเตือน|ชาเขียวมีความปลอดภัยแค่ไหน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างยา|ขนาดการใช้|ปกติแล้วควรใช้ชาเขียวในปริมาณเท่าใด| สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด
ชาเขียว (Green Tea)

การใช้ประโยชน์ ชาเขียว

ชาเขียวใช้ทำอะไร

ชาเขียว (Green Tea) มีสารคาเฟอีนเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท ระบบหัวใจและกล้ามเนื้อ และใช้รักษาอาการต่างๆ ดังนี้

การทำงานของชาเขียวเป็นอย่างไร

ส่วนที่เป็นประโยชน์ของชาเขียวคือส่วนใบ และลำต้น ชาเขียวถูกผลิตขึ้นโดยการอบใบในอุณหภูมิสูง ระหว่างกระบวนการนี้ สามารถป้องกันอาการอักเสบบวม คุ้มกันกระดูกอ่อน และลดการเสื่อมของข้อ ชาเขียวยังสามารถต่อต้านการติดเชื้อไวรัส HPV และลดการเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติในบริเวณปากมดลูก

ข้อควรระวังและคำเตือน

เราควรรู้อะไรบ้างก่อนใช้ชาเขียว

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่:

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะให้นมบุตรนั้น ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่น ๆ รวมถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารในชาเขียว ยาอื่น ๆ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ
  • มีโรคอื่น ๆ มีความผิดปกติหรือพยาธิสภาพอื่น ๆ
  • มีอาการแพ้อื่น ๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูดหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากชาเขียวนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่นๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ชาเขียวมีความปลอดภัยแค่ไหน

ข้อควรระวังและคำเตือนพิเศษ

การตั้งครรภ์และให้นมบุตร:

ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ชาเขียวในระหว่างการตั้งครรภ์และช่วงให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการใช้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชาเขียวมีอะไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการใช้ชาเขียว ได้แก่:

ผลข้างเคียงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และอาจจะมีอาการของผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้นหากกังวลเรื่องผลข้างเคียง ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์

ปฏิกิริยาระหว่างยา

ยาที่อาจเกิดปฏิกิริยากับชาเขียวมีอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรชนิดนี้อาจมีผลต่อยาหรือพยาธิสภาพในปัจจุบัน ควรปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ก่อนการใช้งาน

ขนาดการใช้

ข้อมูลนี้ไม่สามารถเป็นคำสั่งในการใช้ยาได้ ควรปรึกษานักสมุนไพรศาสตร์หรือแพทย์ก่อนการใช้ยาเสมอ

ปกติแล้วควรใช้ชาเขียวในปริมาณเท่าใด

การรับประทาน:

  • สำหรับผู้มีคอเลสเตอรอลสูง: ในชาเขียวหรือสารสกัดจากชาเขียวมี catechin 150-2500 มิลลิกรัม ใช้ครั้งเดียวต่อวัน หรือแบ่งเป็นสองครั้งต่อวันเป็นเวลา 24 สัปดาห์
  • สำหรับการเติบโตของเซลล์ผิดปกติในช่องคลอด: รับประทานสารสกัดจากชาเขียว 200 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับการทาด้วยยาทาที่ทำจากชาเขียว สองครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 8-12 สัปดาห์
  • สำหรับความดันโลหิตสูง: เครื่องดื่มชาเขียว ชงโดยการต้มชาเชียวขนาด 3 กรัม กับน้ำ 150 มิลลิลิตร โดยดื่มสามครั้งโดยเว้น 2 ชั่วโมงระหว่างแต่ละแก้ว เป็นเวลา 4 สัปดาห์ อีกวิธีคือ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากชาเขียว 379 มิลลิกรัมอย่าง Olimp Labs, Debica, Poland โดยดื่มร่วมกับอาหารเช้า เป็นเวลา 3 เดือน
  • ความดันต่ำ: ดื่มชาเขียวขนาด 400 มิลลิกรัม ก่อนอาหารเที่ยง
  • ฝ้าในช่องปาก: ดื่มชาเขียวแบบผสม 3 กรัม และทาลงบนผิวหนังเป็นเวลา 6 เดือน
  • โรคกระดูกพรุน: ทานแคปซูลที่มี polyphenols ในชาเขียวปริมาณ 500 มิลลิกรัม สองครั้งต่อวันเพียงอย่างเดียว หรือฝึกมวยไทเก๊ก เป็นเวลา 60 นาที สามครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 24 สัปดาห์

การใช้ทาบนผิวหนัง:

  • สำหรับหูดที่อวัยวะเพศ: ยาทาที่ผลิตจากชาเขียว เช่น Veregen, Bradley Pharmaceuticals; Polyphenon E ointment 15% และ MediGene AG ใช้ทาที่หูด 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาในการรักษาโรคนี้
  • สำหรับการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติในช่องคลอด: ใช้ยาทาที่ผลิตจากชาเขียวเพียงอย่างเดียว สองครั้งต่อสัปดาห์ หรือใช้ร่วมกับ การรับประทานสารสกัดจากชาเขียว 200 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 8-12 สัปดาห์
  • ฝ้าในช่องปาก: ดื่มชาเขียวแบบผสม 3 กรัม และทาลงบนผิวหนังเป็นเวลา 6 เดือน

ปริมาณการใช้ชาเขียวอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ปริมาณยาที่ใช้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาจไม่ปลอดภัยเสมอไป โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์ผู้ทำการรักษาสำหรับปริมาณที่เหมาะสม

สมุนไพรดังกล่าวอาจอยู่ในรูปแบบใด

ชาเขียวอาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • ใบชาเขียวอบแห้งบรรจุแคปซูล
  • สากสกัดจากชาเขียวที่ทำจากใบ และตาใบชาเขียว
  • ยาทาเฉพาะที่

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Ploylada Prommate แก้ไขล่าสุด 12/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x