home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

รากวาเลเรียน (Valerian Root)

รากวาเลเรียน (Valerian Root)
สรรพคุณของรากวาเลเรียน|กลไกการออกฤทธิ์ |ข้อควรระวังและคำเตือน |ความปลอดภัยในการใช้รากวาเลเรียน|ข้อควรระวังและคำเตือน |ผลข้างเคียง |ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา |ปริมาณการใช้ยา |ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร วาเลเรียน นี้อาจมีจำหน่ายในรูปแบบใด

สรรพคุณของรากวาเลเรียน

รากวาเลเรียน (Valerian Root) เป็นพืชสมุนไพรที่รากใช้ทำเป็นยารักษาโรค รากของวาเลเรียน เป็นยาที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับความผิดปกติในการนอนหลับ มักใช้ร่วมกับฮ็อพ บาล์ม มะนาวหรือสมุนไพรอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน บางคนที่กำลังพยายามเลิกใช้ยานอนหลับ ใช้รากวาเลเรียนเพื่อทดแทนยานอนหลับขนานอื่น ๆ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า รากวาเลเรียน ช่วยบรรเทาความผิดปกติในการนอนหลับ แม้ว่าผลจากการศึกษาไม่ใช่ผลบวกทั้งหมดก็ตาม

รากวาเลเรียนยังใช้ลดอาการวิตกกังวลและความเครียดทางจิตใจ เช่น โรคหอบหืด ประสาท ความตื่นเต้น ความกลัวการเจ็บป่วย (hypochondria) ปวดหัว ไมเกรนและท้องเสีย

บางคนใช้ รากวาเลเรียนสำหรับภาวะซึมเศร้า อาการสั่นเล็กน้อย โรคลมชัก โรคสมาธิสั้น (ADHD) และอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (CFS)

รากวาเลเรียนใช้รักษากล้ามเนื้อและอาการปวดข้อ รากวาเลเรียนยังใช้สำหรับอาการปวดประจำเดือน และอาการที่เกี่ยวข้องกับวัยหมดประจำเดือนรวมทั้งอาการสะบัดร้อนและความวิตกกังวล

รากวาเลเรียนรูทผสมน้ำใช้อาบเพื่อช่วยผ่อนคลายและความผิดปกติของการนอนหลับ

ในการผลิตสารสกัดและน้ำมันที่ทำจากรากวาเลเรียน รากวาลาเรียนยังใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

กลไกการออกฤทธิ์

รากของวาเลเรียน มีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนยากล่อมประสาท อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของรากวาเลเรียนมากนัก ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อควรระวังและคำเตือน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้รากวาเลเรียน

ปรึกษาแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรในกรณีที่

  • ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในขณะให้นมบุตรนั้น ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • กำลังใช้ยาอื่นๆ รวมถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์
  • มีอาการแพ้สารในรากวาเลเรียน ยาอื่นๆ หรืออาหารเสริมอื่น ๆ
  • มีโรคอื่นๆ มีความผิดปกติหรือพยาธิสภาพอื่นๆ
  • มีอาการแพ้อื่นๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูดหรือเนื้อสัตว์ต่าง ๆ

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากรากวาเลเรียนนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่นๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ความปลอดภัยในการใช้รากวาเลเรียน

รากวาเลเรียนน่าจะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่เมื่อใช้ยาในระยะสั้น มีรายงานการศึกษาทางคลินิกว่า การใช้รากวาเลเรียนปลอดภัยในการใช้รักษาผู้ป่วยมากกว่า 12,000 ราย โดยการทดลองรับประทาน 28 วัน ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยในการใช้งานในระยะยาว แต่ข้อมูลบางอย่างแสดงให้เห็นว่า รากวาเลเรียน อาจปลอดภัยเมื่อใช้กับเด็กนาน 4-8 สัปดาห์

ข้อควรระวังและคำเตือน

หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร : มีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของรากวาเลเรียน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้

การผ่าตัด : รากวาเลเรียน ระงับความรู้สึกของระบบประสาทส่วนกลาง เช่นเดียวกับตัวยาอื่น ๆ ที่ใช้ในระหว่างการผ่าตัด ซึ่งการใช้ยาร่วมกันอาจเป็นอันตราย หยุดรับประทาน รากวาเลเรียน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

ผลข้างเคียง

รากวาเลเรียนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

รากวาเลเรียนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง เช่น อาการปวดหัว ความตื่นเต้น ความไม่สบายใจ และแม้กระทั่งการนอนไม่หลับ คนที่ใช้รากวาเรเรียนบางคนรู้สึกซึมเซาในตอนเช้าหลังจากใช้รากวาเลเรียน ไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักรที่เป็นอันตรายหลังจากใช้รากวาเลเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปริมาณการใช้ที่มากขึ้น มีข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของรากวาเลเรียนในการใช้ระยะยาว ดังนั้น จึงควรเลี่ยงเพราะอาจมีผลข้างเคียงได้ หากใช้เป็นเวลานาน ควรลดขนาดลงอย่างช้าๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่จะหยุดใช้อย่างสมบูรณ์

ในบางราย อาจได้รับผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร

ปฏิกิริยาระหว่างการใช้ยา

การใช้รากวาเลเรียนอาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้อยู่หรือพยาธิสภาพปัจจุบัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้

ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ปฏิกิริยาระหว่างยากับวาเลเรียน ได้แก่

แอลกอฮอล์อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ เช่นเดียวกันกับรากวาเลเรียนที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน หากรับประทานควบคู่กันกับแอลกอฮอล์จำนวนมาก อาจทำให้ง่วงนอนมากไม่ควรรับประทาน

รากวาเลเรียนช่วยเพิ่มการย่อยสลายอัลปราโซแลมอย่างรวดเร็ว การรับประทานวาเลเรียนกับอัลปราโซแลมอาจเพิ่มผลข้างเคียงของอัลปราโซแลม เช่น อาการง่วงนอนอย่างรุนแรง

  • ยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อหรือเบนโซไดอาเซพีน (Benzodiazepines)

วาเลเรียนอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน หรือที่เรียกว่า ยากล่อมประสาท (Sedatives) การใช้ วาเลเรียนพร้อมกับยากล่อมประสาท อาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากหากรับประทานมากเกินไป บางส่วนของยากล่อมประสาท เช่น อัลพราโซแลม (Xanax) โคลนาเซแพม (Clonazepam) หรือคลอโนพิน (Klonopin) ไดอะเซแพม (Diazepam) หรือเวเลียม (Valium) โลราเซแพม (Lorazepam) หรืออะทิวาน (Ativan) มิดาโซแลม (Midazolam) หรือเวอร์เซด (Versed) เทมาเซแพม (Temazepam) หรือเรสโตริล (Restoril) ทริอาโซแลม (Triazolam) หรือฮาลซิโอน (Halcion) และอื่นๆ

  • ยากล่อมประสาท (CNS)

วาเลเรียนอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอน เช่นเดียวกับยากล่อมประสาทการใช้ วาเลเรียนพร้อมกับยาดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากขึ้น และการใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ยากล่อมประสาท บางชนิด ได้แก่ เพนโทบาร์บิทอล (Pentobarbital) หรือเนมบูทอล (Nembutal) ฟีโนบาร์บิทอล (Phenobarbital) หรือลูมินอล (Luminal) เซโคบาร์บิทอล (Secobarbital) หรือเซโคนอล (Seconal) ธิโอเพนทอล (Thiopental) หรือเพนโทธาล (Pentothal) หรือเฟนทานิล (Fentanyl) หรือดูราเจสิก ซับเลเมส (Duragesic Sublimaze) มอร์ฟีน พรอโพฟอล (Propofol) หรือดิพริแวน (Diprivan) และอื่น ๆ

  • ยาไซโตโครม พี450 3เอ4 (Cytochrome P450 3A4) หรือซีวายพี3เอ4 (CYP3A4)

ยาบางชนิดมีการเปลี่ยนแปลงและสลายตัวโดยตับ วาเลเรียนอาจสลายตัวได้เล็กน้อย การรับประทานวาเลเรียนพร้อมด้วยยาบางอย่างที่สลายตัวโดยตับ และทำให้ผลข้างเคียงจากของยาได้ ปรึกษาแพทย์หรือผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพของคุณ หากคุณกำลังใช้ยาที่มีปฏิกิริยากับตับเช่น lovastatin (Mevacor) ketoconazole (Nizoral) itraconazole (sporanox) fexofenadine (Allegra) triazolam (halcion) และอื่น ๆ อีกมากมาย

ปริมาณการใช้ยา

ข้อมูลนี้ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ได้โดยตรง ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้ ปริมาณการใช้ทั่วไปสำหรับรากวาเลเรียน

ขนาดรับประทาน :

สำหรับอาการนอนไม่หลับ :

  • สารสกัด วาเลเรียนรูท 400-900 มก. 2 ชั่วโมงก่อนนอน เป็นเวลา 28 วันหรือ
  • สารสกัด วาเลเรียนรูท 120 มก. และสารสกัดจากมะนาว 80 มก. 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 30 วันหรือ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัด วาเลเรียนรูท 187 มก. ที่มีสารสกัดดอกกระเจี๊ยบ (ดอกกระเจี๊ยบ) 9 มก. ต่อ 1 เม็ด วันละ 2 เม็ดก่อนนอน เป็นเวลา 28 วัน

รับประทาน วาเลเรียนรูท 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมงก่อนนอน

ปริมาณการใช้ยา:สำหรับสมุนไพรนี้อาจแตกต่างกันสำหรับผู้ป่วยทุกราย ปริมาณการใช้ยาที่คุณใช้ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และอาการอื่น ๆ อาหารเสริมสมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านสมุนไพรของคุณหรือแพทย์สำหรับปริมาณการใช้ยา ที่เหมาะสมของคุณ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร วาเลเรียน นี้อาจมีจำหน่ายในรูปแบบใด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรนี้อาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้

  • แคปซูล
  • สารสกัดจากของเหลว

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x