ไขข้อสงสัย ผู้ป่วยโรคหัวใจ กิน “กะทิ” ได้หรือเปล่านะ

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 04/12/2020 . 3 mins read
Share now

เมื่อพูดถึงคำว่า “กะทิ” หลาย ๆ คนก็อาจจะส่ายหน้าหนี ไม่ยอมกิน เพราะเชื่อว่าการกินกะทินั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงโรค แถมยังทำให้อ้วน ยิ่งกับผู้ป่วยโรคหัวใจยิ่งควรจะหลีกเลี่ยง แล้วความจริงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ ผู้ป่วยโรคหัวใจ สามารถกิน น้ำกะทิ ได้หรือเปล่า มาหาคำตอบพร้อมกันกับ Hello คุณหมอ เลยค่ะ

น้ำกะทิ กับประโยชน์สุขภาพที่หลายคนมองข้าม

คนไทยหลายคนมักจะมีความกังวลเวลาที่จะต้องกินอาหารที่ใส่กะทิ ทั้งพวกแกงต่าง ๆ อย่าง แกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ หรือพวกขนมหวานอย่าง ลอดช่อง หรือปากริมไข่เต่า เพราะเราเชื่อว่ากะทินั้นเป็นอาหารที่มีความมัน เลยน่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงไม่ยอมกินกัน

แต่ในความเป็นจริงนั้น กะทิ (Coconut Milk) ถือได้ว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี โฟเลต ธาตุเหล็ก ทองแดง และแมงกานีส ซึ่งล้วนแล้วแต่ก็เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก

การกินกะทินั้นนอกจากจะไม่ได้ทำให้อ้วนแล้ว ยังอาจสามารถช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้อีกด้วย มีงานวิจัยที่พบว่า การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง (medium-chain triglycerides; MCT) สูงอย่าง น้ำกะทิ อาจสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้ โดยการกระตุ้นกระบวนการผลิตความร้อนของร่างกาย ที่ใช้ในการย่อยอาหาร ทำให้ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน อีกทั้งยังช่วยปรับความสมดุลของเชื้อแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนได้

น้ำกะทิ ดีหรือแต่ต่อสุขภาพหัวใจกันแน่

ความเห็นของนักวิจัยที่มีต่อผลของการกินกะทิกับสุขภาพหัวใจนั้นยังคงแตกออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายที่ว่าการกินกะทินั้นดีต่อสุขภาพหัวใจ กับฝ่ายที่ว่าการกินกะทินั้นไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจ

ปัญหาสำคัญที่ว่านั้นเป็นเพราะ กะทิ จัดเป็นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และมีคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเชื่อกันว่าจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อปีค.ศ. 2012 ได้ทำการศึกษาข้อมูลสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุระหว่าง 25-65 ปี พบว่า ผู้ที่ได้รับประทานกะทิเป็นประจำ อาจจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้บริโภคกะทิ

แต่อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่า การกินกะทินั้นเกี่ยวกับการความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างไร

น้ำกะทิ-ผู้ป่วยโรคหัวใจ-สุขภาพหัวใจ

ในทางกลับกัน งานวิจัยอื่น ๆ ก็ให้ความเห็นว่า การรับประทานกะทินั้นอาจจะดีต่อสุขภาพหัวใจ เพราะจะช่วยลดระดับของไขมันที่ไม่ดี (LDL) และเพิ่มระดับของไขมันดี (HDL) ไขมันที่สามารถช่วยนำเอาไขมันไม่ดีที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดไปยังตับ เพื่อให้ตับทำหน้าที่ในการกำจัดไขมันไม่ดีเหล่านั้นออกไปจากร่างกายอีกที ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันดีสูงอย่างกะทิ จึงอาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง

กล่าวได้ว่า แม้ว่าหลักฐานการวิจัยส่วนใหญ่ อาจจะมุ่งเน้นไปในทางด้านที่ว่า การกินกะทินั้นดีต่อสุขภาพหัวใจ แต่ก็ยังคงจำเป็นต้องมีการวิจัยศึกษาค้นคว้าอีกมาก ถึงจะได้ข้อสรุปที่สามารถฟันธงได้อย่างชัดเจน หากเรายังคงต้องการที่จะกินกะทิ จึงควรจำกัดปริมาณการบริโภคน้ำกะทิ กินแต่เพียงพอดี ไม่มากเกินไป ก็จะไม่มีความเสี่ยงต่อร่างกายให้เรากังวลกันแล้วค่ะ

ข้อแนะนำในการบริโภคกะทิ

แม้ว่าการกินกะทินั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งยังไม่ค่อยทำให้เกิดอาการแพ้เหมือนอาหารอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถกินกะทิมากเท่าไหร่ก็ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของระบบย่อยอาหารบางอย่าง อาจจำเป็นต้องจำกัดปริมาณการบริโภคน้ำกะทิ และกินไม่เกินครั้งละ 120 มล. ต่อครั้ง

นอกจากนี้ กะทินั้นยังเป็นอาหารที่มีแคลอรี่สูง กะทิ 1 ถ้วย อาจจะให้พลังงานมากกว่า 500 แคลอรี่เลยทีเดียว ผู้ที่จำเป็นต้องควบคุมปริมาณของแคลอรี่ในแต่ละวัน อาจจำเป็นต้องจำกัดการบริโภคกะทิ และหลีกเลี่ยงการกินกะทิในปริมาณที่มากจนเกินไป

สุดท้ายนี้ แม้ว่าความเกี่ยวข้องระหว่างกะทิกับความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจนั้นอาจจะยังไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่แน่ใจได้อย่างนึงก็คือ หากเราควบคุมปริมาณการบริโภคกะทิให้เหมาะสม ไม่กินมากเกินไป หรือกินบ่อยเกินไป ก็จะทำให้เราได้รับรสชาติอันแสนอร่อย และประโยชน์สุขภาพของกะทิได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาคอยกังวลเรื่องอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ สำหรับเช็กสัญญาณสุขภาพหัวใจเบื้องต้น

ชีพจร คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่ส่งผ่านจากหลอดเหลือดแดงเส้นใหญ่ไปยังหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โดยที่เราสามารถใช้ วิธีจับชีพจร แบบง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

ทำไมผู้ป่วยโรคหัวใจ จึงควร ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ?

นอกจากโรคหัวใจจะมีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่คุณควรตรวจสอบแล้ว แต่การ ตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ก็ยังถูกนับว่าเป็นสิ่งที่อาจควรต้องเข้ารับการเช็กด้วยเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ไม่ควรวางใจ

เจ็บหน้าอกข้างซ้าย เป็นสัญญาณของอาการทางสุขภาพหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เกี่ยวข้องกับหัวใจโดยตรง หรือเกิดจากปัญหาสุขภาพปอด ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

งานวิจัยเผย ดื่มนมวันละ 2 แก้ว อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้

มีงานวิจัยที่พบว่า ดื่มนม วันละ 2 แก้ว อาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิด โรคหัวใจ ได้ การดื่มนมและโรคหัวใจนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

Recommended for you

สัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือด

สัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือด รู้เร็ว รับมือได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai
Published on 29/01/2021 . 3 mins read
ตรวจสุขภาพหัวใจ-echocardiogram

ตรวจสุขภาพหัวใจ ด้วยวิธี Echocardiogram มีประโยชน์อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin
Published on 12/01/2021 . 2 mins read
การนอนไม่หลับ-ผลกระทบต่อร่างกาย

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Published on 06/01/2021 . 3 mins read
ประโยชน์ของ-ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์-สมุนไพรจากธรรมชาติ

ต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์ สมุนไพรจากธรรมชาติ เพื่อผิวสวย สุขภาพดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล
Published on 28/12/2020 . 3 mins read