ไข้หวัดใหญ่ และ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันมากกว่าที่คุณคิด

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ถ้าคุณเป็นโรคหัวใจ สิ่งสำคัญคือจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการเป็น โรคไข้หวัดใหญ่และโรคหัวใจ อาจทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการป่วยได้ยากขึ้น และความจริงแล้ว ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมีแนวโน้มที่จะเป็นไข้หวัดใหญ่ มากกว่าคนที่เจ็บปวดเป็นโรคเรื้อรังอื่นๆ

นอกจากนี้การติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ ยังอาจเพิ่มความเครียดให้ร่างกายของคุณ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และการทำงานของหัวใจ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ด้วยการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่และโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ไข้หวัดใหญ่เพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ถือว่ามีความเสี่ยงสูง ในการเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรงจากไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบว่า ในกลุ่มผู้ที่รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ในโรงพยาบาล ในช่วงฤดูที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดในปี 2017-2018 พบว่าโรคหัวใจเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด โดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคหัวใจ นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า โรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (influenza) เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง

มากไปกว่านั้นยังมีหลักฐานที่พบว่า การป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ เพิ่มโอกาสของภาวะหัวใจวาย 6 เท่า ภายในเวลา 1 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มมีอาการ และยังอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการหัวใจวายมากขึ้น สำหรับผู้สูงอายุ

ไข้หวัดใหญ่อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะหัวใจวาย

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ New England Journal of Medicine (NEJM) นักวิจัยพบความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ กับกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็นโรคหัวใจ และนักวิจัยยังพบว่า การติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย แม้ว่าจะไม่มากเท่าไข้หวัดใหญ่

แพทย์หญิงเจเน็ต เหว่ย ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ แห่งสถาบันหัวใจ Cedars-Sinai Heart Institute ในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า ในฤดูที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด ผู้ป่วยโรคหัวใจที่เข้าห้องไอซียูมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาการที่พบบ่อยคืออาการหัวใจวายหรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น หัวใจล้มเหลว มากไปกว่านั้นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองยังมีจำนวนเพิ่มขึ้น 3 เท่า โดยเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่มีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นหลังจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

สาเหตุที่ทำให้ไข้หวัดใหญ่ส่งผลต่อภาวะหัวใจวาย

สอดคล้องกับข้อมูลจากแพทย์โรคหัวใจ สาเหตุที่ทำให้ไข้หวัดใหญ่ส่งผลต่อภาวะหัวใจวาย อาจเกิดจากความเครียดของร่างกายที่เกิดจากการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้เกิดโรคหัวใจวาย เพิ่มเติมไปกว่านั้นการศึกษาวิจัยชี้ว่า คนที่มีอาการหัวใจวายเป็นครั้งแรก จะมีอาการหลังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง

แม้บางคนจะมีความเสี่ยงสูง แต่แพทย์ก็คาดว่าความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายจะมีระยะเวลาประมาณ 10 ปี ไม่ใช่ภายในสัปดาห์หรือเดือน แต่การติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจวายอย่างฉับพลัน ดังนั้นการป้องกันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ และจัดการกับความเครียด รวมถึงการนอนหลับ ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพหัวใจ

วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ นอกจากนี้วัยผู้ใหญ่ทุกคนควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยง่าย เนื่องจากไม่ใช่แค่การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงภาวะหัวใจวายด้วย

มากไปกว่านั้นยังมีข้อมูลที่พบว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่เชื่อมโยงกับการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลที่น้อยลง และอัตราการเสียชีวิตที่น้อยลง 50% นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงน้อยลง

อย่างไรก็ตาม บางคนปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน เพราะอาจเคยได้ยินมาว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้ผลต่อการป้องกันโรค แต่ทั้งนี้ มีหลักฐานที่ชี้ว่า คุณควรได้รับการฉีดวัคซีน เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อ และลดโอกาสในการเกิดภาวะหัวใจวาย หัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นจึงควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

เมื่อไหร่ควรพบคุณหมอ

ผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับหัวใจ ที่เกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรกของโรคไข้หวัดใหญ่ ควรไปพบคุณหมอทันที โดยอาการของไข้หวัดใหญ่จะมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีไข้สูง
  • เจ็บหรือปวดข้อต่อ กล้ามเนื้อ และบริเวณรอบดวงตาอย่างรุนแรง
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดหัว
  • ไอแห้ง
  • เจ็บคอ และมีสารคัดหลั่งจากจมูก
  • อาการไม่ดีขึ้น หรืออาการแย่ลง หลังจากผ่านไป 3-4 วัน
  • คุณรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย และเริ่มรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่ อาเจียน มีไข้ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก หรือไอแล้วมีเสมหะหนา สีเขียวเหลือง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สุขภาพหัวใจกับโควิด-19 : สิ่งที่ผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจควรรู้

โรคติดเชื้อโควิด-19 กำลังระบาด และนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับ "สุขภาพหัวใจกับโควิด-19" ที่ผู้เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจควรรู้ พร้อมวิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 14, 2020

ความแตกต่างของ โควิด-19 กับไข้หวัดใหญ่ ที่คุณควรรู้

แม้โควิด-19 จะเริ่มต้นด้วยอาการที่เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่ความจริงแล้ว ความแตกต่างของ โควิด-19 กับไข้หวัดใหญ่ มีดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 14, 2020

โรคฝันร้าย ไม่ใช่เรื่องเล่น เพราะมันอาจส่งผลต่อสุขภาพ

ฝันร้าย สามารถเกิดได้กับทุกคน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะทำให้ตื่นในตอนกลางคืน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพการฝันร้ายบ่อยอาจมีการพัฒนาเป็น โรคฝันร้าย ได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เอ๊ะ? ตกลง เราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่นะ

ไข้หวัดกับอาการภูมิแพ้นั้นมีอาการที่คล้ายคลึงกันมาก จนบางครั้งไม่สามารถแยกได้ว่าอาการที่เป็นอยู่นั้นคือ ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

บทความแนะนำ

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร-Gastric-sleeve-surgery

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Gastric Sleeve Surgery)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 26, 2020
อาการเหงื่อเย็น-ความผิดปกติของร่างกาย

อาการเหงื่อเย็น เกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายอาจต้องการบอกอะไรกับคุณ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 19, 2020
วุ้นเส้น-ไม่ทำให้อ้วน-จริงเหรอ

ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ กินวุ้นเส้น แล้วจะไม่ทำให้อ้วน จริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 11, 2020
โรคncds-สาเหตุ-ความเสี่ยง-วิธีป้องกัน

โรคNCDs โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ เมษายน 30, 2020