แดดร้อนเบอร์นี้อย่าพลาด! 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด กินแล้วดีต่อผิว

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date มิถุนายน 1, 2020
Share now

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน มีแดดแรง อากาศร้อนตลอดทั้งปี ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงหน้าร้อนก็ยิ่งร้อนจัด อยู่กลางแจ้งทีก็โดนแสงแดดแผดเผาจนผิวไหม้ไปหมด ครีมกันแดด หมวก เสื้อคลุมแขนยาว จึงกลายเป็นไอเท็มกันแดดประจำตัวที่คนไทยส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ แต่นอกไอเท็มดังกล่าวแล้ว คุณรู้ไหมว่า อาหารก็ช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้เหมือนกันนะ วันนี้ Hello คุณหมอ มี 6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ได้มานำเสนอ กินแล้วไม่ใช่แค่ดีต่อผิว แต่ยังช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมด้วย

6 อาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด

1. แตงโม

เมื่อนึกถึงผลไม้หน้าร้อน หลายคนจะต้องนึกถึงผลไม้เนื้อแดงฉ่ำอย่างแตงโมแน่นอน แตงโมนั้น นอกจากจะดับกระหาย คลายร้อนได้แล้ว ยังเป็นอาหารที่ช่วยป้องกันแดดได้อย่างดีเยี่ยม เพราะแตงโม มีไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผักผลไม้สีแดงในปริมาณสูงมาก ไลโคปีนสามารถช่วยดูดซึมรังสียูวีเอและยูวีบี ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวถูกทำลายได้

งานศึกษาวิจัยในปี 2012 ชิ้นหนึ่งพบว่า เมื่อกลุ่มตัวอย่างกินแตงโมเป็นประจำทุกวันติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์ ร่างกายจะได้รับไลโคปีนซึ่งทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันแสงแดดตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ

2. อัลมอนด์

อัลมอนด์เป็นแหล่งวิตามินอีชั้นยอด ซึ่งวิตามินอีจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกแสงแดดทำลาย นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) หรือสารพฤกษเคมีที่ชื่อว่า เควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งช่วยปกป้องผิวไม่ให้ถูกแสงแดดทำลายและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเนื่องจากการสูญเสียคอลลาเจนในผิว

โดยงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่ผิวสัมผัสกับแสงแดดพบว่า กลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่กินวิตามินอีในปริมาณเทียบเท่ากับวิตามินอีที่พบในอัลมอนด์ 20 เม็ด มีปัญหาผิวไหม้แดดน้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้กินวิตามินอี และไม่ใช่แค่อัลมอนด์เท่านั้น เพราะถั่วและเมล็ดพืชอื่น ๆ เช่น วอลนัต เมล็ดเจีย เมล็ดทานตะวัน ก็มีสารอาหารที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดมากไม่แพ้อัลมอนด์เลยทีเดียว

3. ชาเขียว

งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2010 พบว่า หนูทดลองที่บริโภคชาเขียวมีเนื้องอกผิวหนังที่เกิดจากแสงแดดน้อยกว่า ซึ่งนั่นเป็นเพราะชาเขียวมีสารที่ชื่อว่า “เอพิกัลโลคาเทชิน-3-กัลเลต” (Epigallocatechin-3-gallate) หรือสาร EGCG ซึ่งเป็นสารฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมก่อนวัยของอวัยวะส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงผิวหนังด้วย

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นที่พบว่า ชาเขียวช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหนังสูญเสียคอลลาเจน (Collagen) และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวจากรังสียูวี ชาเขียวจึงเป็นอาหารที่ช่วยป้องกันแดดอีกหนึ่งชนิดที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด

4. ปลา

ปลาหลายชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาทู ปลานิล ปลากะพงขาว อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสารอาหารสำคัญที่ดีต่อสุขภาพผิว เพราะกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงและต้านการอักเสบของผิวหนัง ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวถูกแสงแดดทำร้าย เมื่อคุณต้องออกแดดบ่อย ๆ ด้วย

5. แครอทและผักใบเขียว

แครอทและผักใบเขียว เช่น ผักเคล ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักปวยเล้ง นั้นเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีน (Beta carotene) ซึ่งร่างกายของเราต้องการเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่พอเพียง เพื่อนำไปแปลงเป็นวิตามินเอที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง อีกทั้งงานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2007 ยังพบว่า เมื่อกินอาหารเสริมเบต้าแคโรทีนติดต่อกันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ จะสร้างเกราะป้องกันแสงแดดตามธรรมชาติให้กับผิว

นอกจากนี้ ผักใบเขียวยังมีลูทีนและซีแซนทีน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่า มีฤทธิ์ช่วยปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด ทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

6. มะเขือเทศ

มะเขือเทศขึ้นชื่อว่ามีไลโคปีน (Lycopene) สูงมาก ซึ่งไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและแคโรทีนอยด์ที่ช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระและการอักเสบภายในร่างกาย รวมถึงผิวหนัง เนื่องจากได้รับแสงแดดมากเกินไป โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ประสิทธิภาพของไลโคปีนในมะเขือเทศจะยิ่งสูงขึ้น เมื่อคุณกินมะเขือเทศที่ผ่านกระบวนการแล้ว เช่น น้ำมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศปรุงสุก

งานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งจากประเทศเยอรมนีพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่กินซอสมะเขือเทศเข้มข้น ¼ ถ้วย (ประมาณ 59 มิลลิลิตร) และน้ำมันมะกอกทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ มีปัญหาผิวแดงเพราะโดนรังสียูวีน้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้กินถึง 35% และงานศึกษาวิจัยอีกชิ้นก็พบว่า คนที่กินซอสมะเขือเทศเข้มข้นชนิดไลโคปีนสูงทุกวัน ๆ ละ 5 ช้อนโต๊ะ ติดต่อกัน 3 เดือน ผิวหนังมีอาการผิวไหม้แดดน้อยลงถึง 25%

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สุดยอด อาหารบำรุงผิว ที่คนรักผิวควรบริโภค

ความสวยต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก ดังนั้น นอกจากการบำรุงผิวพรรณด้วยครีมบำรุงต่างๆ แล้ว อาหารบำรุงผิว ก็ถือเป็นเรื่องที่คนรักผิวควรบริโภคเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

4 คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณของคุณ

เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลผิว เพื่อการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การดูแลผิว จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจในศาสตร์แห่งการดูแลผิวมากยิ่งขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี

นีโอเปปทีน® (Neopeptine®)

นีโอเปปทีน® (Neopeptine®) ใช้รักษาอาการอาหารไม่ย่อย กรดไหลย้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ รวมถึงอาการอาเจียนในทารก เพื่อปรับปรุงการดูดซึมในสารอาหาร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย pimruethai

7 วิธีแก้อาการอาหารไม่ย่อย ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

อาหารไม่ย่อย เป็นหนึ่งในอาการที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากประสบพบเจอ วันนี้ Hello คุณหมอ มาพร้อมกับ 7 วิธีแก้อาการอาหารไม่ย่อย มาให้ลองดูกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย นบชุลี นวลอ่อน

บทความแนะนำ

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020
ประโยชน์-ชาขาว-บำรุงสุขภาพ

5 คุณประโยชน์ของ ชาขาว ชาจากธรรมชาติ บำรุงสุขภาพคุณ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 21, 2020
อาหารสำหรับ-คนเป็นอีสุกอีใส

อาหารสำหรับ คนเป็นอีสุกอีใส ควรกินและควรเลี่ยงอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ เมษายน 7, 2020
ยาลดกรด-วิธีใช้-ข้อควรระวัง

ยาลดกรด ต้องกินยังไง ถึงจะปลอดภัยต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 12, 2020